“คุณคิดว่าตัวเองกำลังเล่นเกมซ่อนหาอยู่หรือไง รินรดา?”
เสียงทุ้มต่ำของภาคินดังกังวานอยู่ในห้องทำงานแคบๆ กลิ่นอายของความตึงเครียดอบอวลไปทั่วบริเวณจนแทบหายใจไม่ออก รินรดาพิงแผ่นหลังเข้ากับขอบโต๊ะไม้ตัวหนา ดวงตาคู่สวยจ้องมองชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ตรงหน้าอย่างไม่ลดละ แม้ภายในใจจะเริ่มสั่นไหวกับสายตาคมกริบที่จ้องเขม็งราวกับจะกลืนกินเธเข้าไปทั้งตัว
“ถ้าการตามหาความจริงเกี่ยวกับพี่ชายคือเกม... งั้นฉันก็คงเป็นผู้เล่นที่เก่งที่สุด คุณภาคิน” เธอสวนกลับด้วยน้ำเสียงยียวน พยายามสะกดกลั้นอาการสั่นของมือที่ซุกไว้ในกระเป๋ากางเกง
ภาคินก้าวเข้ามาชิดจนรินรดาไม่มีทางหนี กลิ่นน้ำหอมเย็นๆ เจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ของเขากลายเป็นกรงขังที่ล้อมรอบตัวเธอไว้ ภาคินยกมือขึ้นยันขอบโต๊ะขนาบข้างตัวเธอไว้ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่เหนือใบหน้า
“อย่าอวดเก่งให้มากนัก ความตายของธันวามันไม่ได้สวยหรูเหมือนในพาดหัวข่าวที่คุณเขียนหรอกนะ” ภาคินกัดฟันพูด “ถ้าวันนั้นผมไปช่วยคุณไม่ทัน คุณคิดว่าป่านนี้จะเป็นยังไง”
รินรดาแค่นยิ้มมุมปาก เธอรวบรวมความกล้า เอื้อมมือไปไล้นิ้วเรียวบนปกเสื้อเชิ้ตของเขาอย่างจงใจ ความตั้งใจเดิมคือการยั่วโมโหคนปากหนักให้หลุดมาดนิ่ง แต่ดูเหมือนเธอจะคำนวณเคมีของสถานการณ์พลาดไปถนัดตา
“ฉันก็แค่กำลังคิดว่า… ที่คุณคอยปกป้องฉัน ไม่ใช่เพราะหน้าที่ของบอดี้การ์ดหรอกใช่ไหม?” เธอจงใจลากเสียงยาว สายตาฉ่ำวาวจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา “หรือจริงๆ แล้ว... คุณแค่ไม่อยากให้ของเล่นชิ้นนี้พังไปก่อนกำหนด?”
ภาคินนิ่งงัน แววตาที่เคยนิ่งสนิทเริ่มไหวระริก ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความดุดันที่ยากจะคาดเดา มือหนาคว้าข้อมือของหญิงสาวไว้แน่น แรงบีบนั้นไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่มันหนักแน่นพอที่จะตรึงรินรดาไว้กับที่
“อยากรู้มากใช่ไหมว่าทำไมผมถึงปกป้องคุณ?” ภาคินก้มลงมากระซิบข้างใบหู เสียงของเขาแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด “งั้นก็หยุดพล่าม แล้วลองพิสูจน์ดูหน่อยไหมล่ะ”
หัวใจของรินรดาเต้นรัวราวกับกลองศึก เธอตั้งใจจะประชด แต่ความร้อนแรงที่แผ่ออกมาจากร่างกายของภาคินทำให้เธอเริ่มไปไม่เป็น ลมหายใจของเขาที่รดต้นคอทำให้สติสัมปชัญญะพร่าเลือนไปชั่วขณะ
“คุณ... คุณจะทำอะไร”
ภาคินไม่ตอบ เขาเชยคางมนขึ้น สบตากับเธอด้วยสายตาที่เปิดเผยความรู้สึกดิบเถื่อนอย่างที่เขาไม่เคยแสดงออกมาให้ใครเห็นมาก่อน มันไม่ใช่สายตาของบอดี้การ์ดที่มองเจ้านาย แต่มันคือสายตาของชายหนุ่มที่หวงแหนผู้หญิงของเขาอย่างบ้าคลั่ง
“จูบแก้เผ็ดไงครับ”
เขากดริมฝีปากลงมาโดยไม่ให้เธอได้ตั้งตัว รสสัมผัสนั้นไม่ได้นุ่มนวลอย่างที่รินรดาจินตนาการไว้ แต่มันคือการรุกรานที่เร่าร้อนและหวงแหน ภาคินบดจูบลงมาหนักหน่วง ราวกับต้องการจะทำโทษคนปากเก่งให้จดจำรสชาติความพ่ายแพ้นี้ไปตลอดกาล รินรดาเบิกตากว้าง พยายามจะประท้วงด้วยการทุบอกแกร่ง แต่ดูเหมือนแรงน้อยนิดของเธอจะยิ่งกระตุ้นให้เขารุกคืบหนักกว่าเดิม
ภาคินรวบเอวบางเข้าหาตัวจนร่างกายแนบสนิท รสสัมผัสที่เปลี่ยนจากความโกรธเกรี้ยวเป็นความโหยหาทำให้รินรดาแทบละลาย ขาของเธออ่อนแรงจนต้องจิกมือลงบนหัวไหล่ของเขาเพื่อยึดเกาะ
ทว่า... ในวินาทีที่จูบกำลังดิ่งลึกเข้าสู่ห้วงอารมณ์ที่ควบคุมไม่ได้ เสียงกริ่งโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานของภาคินก็แผดเสียงดังลั่นสนั่นห้อง
ทั้งคู่ผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว หอบหายใจถี่ด้วยความตื่นตระหนก ภาคินสบถเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปกดรับสายด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย
“ว่าไง”
เสียงปลายสายเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนจะตามมาด้วยประโยคที่ทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากความวาบหวามเป็นความเย็นเยียบจนถึงขั้วหัวใจ
“ภาคิน... ธันวาไม่ได้ตายอย่างที่เราคิด วงจรปิดที่คลังสินค้าเมื่อคืนมีรอยตัดต่อ... คนที่อยู่ในรถคันนั้น ไม่ใช่ธันวา แต่มันคือคนของเขาที่สวมรอยมาเพื่อล่อพวกเรา”
ภาคินชะงัก สายตาที่เคยจ้องมองรินรดาด้วยความหลงใหลเปลี่ยนเป็นความตกตะลึงสุดขีด เขาหันกลับมามองประตูห้องที่ปิดสนิท ก่อนจะพบว่ากลอนประตูค่อยๆ ถูกหมุนเปิดออกอย่างช้าๆ จากบุคคลที่ทั้งคู่คิดว่าหายไปจากโลกใบนี้แล้ว
รินรดาหน้าถอดสี เมื่อเห็นร่างสูงในเงามืดที่ก้าวพ้นประตูเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็นที่เธอจำได้ดีไม่มีวันลืม... ธันวา ก้าวเท้าเข้ามาในห้องพร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ที่ดังก้องกังวานไปทั่วความเงียบสงัด
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางระทึกขวัญไปด้วยกันในตอนนี้นะครับ
เซฟเฮาส์ไม่มีอยู่จริงสำหรับนักข่าวสายลุยกับบอดี้การ์ดมาดนิ่ง•ตอนที่ 10
จูบแก้เผ็ด
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไม่มีอยู่จริงสำหรับนักข่าวสายลุยกับบอดี้การ์ดมาดนิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!