องศาเดือดของคนหัวรั้นกับมาสเตอร์เชฟปากร้าย•ตอนที่ 2

ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้

ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
"ถอยสายตาคู่นั้นออกไปจากจานสเต็กของผมซะ ถ้ายังไม่อยากให้มันกลายเป็นเศษขยะชิ้นสุดท้ายที่ออกจากห้องครัวนี้" เสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความหงุดหงิดระคนรำคาญดังขึ้นตัดบรรยากาศตึงเครียดภายในครัวปิดของร้าน *Aroma de Sol* กวินทร์ขมวดคิ้วมุ่น ละสายตาจากริมฝีปากอิ่มที่กำลังเผยอค้างอย่างเสียดายของหญิงสาวตรงหน้า หันไปมองลูกน้องด้วยแววตาตึงเครียดทันที ก่อนจะตวัดสายตากลับมาจดจ้องร่างบางที่ยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์สแตนเลสด้วยท่าทางสบายจนน่าหมั่นไส้ รินรดาไม่ได้สะดุ้งสะเทือนกับคำขู่ระดับสתิ๊กเกอร์เตือนภัยของมาสเตอร์เชฟหนุ่มแม้แต่น้อย เธอกลับยกยิ้มมุมปาก ส่งสายตารู้ทันพราวระยับไปให้ชายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าสมบูรณ์แบบในทุกกระเบียดนิ้ว แต่กลับกำลังหัวเสียขั้นสุดกับคำวิจารณ์ระดับทุบหม้อข้าวเมื่อห้านาทีก่อน "เศษขยะเหรอคะ... อ๊ะ ขอโทษทีครับ ติดนิสัยเรียกตามความจริงไปหน่อย" รินรดาจงใจลากเสียงยาวอย่างกวนประสาท ดวงตากลมโตเป็นประกายท้าทาย "ถ้าคุณกวินทร์ยอมรับความจริงสักนิดว่าซอสพริกไทยดำจานนี้มันเค็มจนไตแทบพัง คุณก็คงไม่ต้องมายืนหน้ายักษ์ใส่ลูกน้องตาดำๆ แบบนี้หรอกนะ" "คุณ!" กวินทร์ก้าวเท้าฉับๆ เข้าประชิดตัวร่างระหงจนรินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ กลิ่นกายสะอาดๆ เจือจางด้วยกลิ่นหอมของโรสแมรี่และเครื่องเทศเฉพาะตัวลอยเข้าแตะจมูก มาสเตอร์เชฟหนุ่มตัวสูงใหญ่จนสามารถบังแสงไฟจากเพดานได้มิด เขาโน้มใบหน้าลงมาหาด้วยดวงตาคมกริบที่วาวโรจน์ โทนเสียงกดต่ำจนแทบจะเป็นกระซิบลอดไรฟัน "ปากดีแบบนี้ ไม่ทราบว่ามีความรู้อะไรนอกจากคอยเดินตระเวนชิมแล้วจิกกัดคนอื่นไปวันๆ ถึงกล้ามาวิจารณ์งานของผม" "มีความสามารถในการกู้ซากร้านใกล้เจ๊งของคุณไงล่ะคะ มาสเตอร์เชฟ" รินรดาเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาไม่มีหลบเลี่ยงแม้ระยะห่างระหว่างใบหน้าจะเหลือเพียงแค่คืบเดียว หัวใจในอกเต้นรำถี่กระชั้นอย่างไม่ยอมแพ้ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะแรงดึงดูดประหลาดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเกรี้ยวกราดของคนตรงหน้าต่างหากที่น่ากลัวกว่า เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังขึ้นจากลูกน้องในครัวที่รีบก้มหน้าก้มตาทำงานต่อราวกับมองไม่เห็นสถานการณ์ระอุตรงหน้า ไม่มีใครกล้าปริปากแทรกกลางระหว่างเสือสองตัวที่กำลังแย่งชิงความเป็นใหญ่ โดยเฉพาะเมื่อเสือตัวหนึ่งคือเชฟใหญ่ผู้ทรงอิทธิพล และอีกตัวคือนักวิจารณ์สาวปากกล้าที่เพิ่งถูกผู้บริหารระดับสูงเชิญมา "แก้เกม" ในนาทีวิกฤต กวินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกวาดมองสำรวจตั้งแต่เส้นผมสลวยจรดปลายรองเท้าส้นสูงของหญิงสาวด้วยแววตารaugersเยาะหยัน "กู้ซากร้าน? หึ ช่างกล้าพูด ทั้งๆ ที่ยอดขายตกต่ำลงสามเดือนซ้อนเพราะพวกนักวิจารณ์ปากพล่อยอย่างคุณไม่ใช่หรือไงที่เขียนรีวิวบั่นทอนจนลูกค้าหายหัวกันหมด ตอนนี้ยังหน้าด้านเสนอหน้ามาเหยียบที่นี่อีก คิดว่าตัวเองเป็นเทวดานางฟ้ามาจากไหนที่จะมาพลิกสถานการณ์ได้" "ฉันไม่ใช่เทวดาค่ะ... แต่ฉันคือคนเดียวที่จะทำให้คุณรอดพ้นจากการถูกปลดออกจากตำแหน่งมาสเตอร์เชฟของเครือ *Grand Gourmet* ในอีกสองเดือนข้างหน้า" คำพูดนั้นทำเอากวินทร์ชะงัก ร่างสูงที่โน้มตัวอยู่ผละถอยหลังออกไปครึ่งก้าว แววตาคมกริบฉายแววระแวดระวังและจริงจังขึ้นมาทันที บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความเกรี้ยวกราดเป็นความเงียบงันที่กดดันจนน่าอึดอัด รินรดายกมือขึ้นปัดเศษฝุ่นที่ไม่มีจริงบนเสื้อสูทสีครีมของตัวเองอย่างใจเย็น เธอยิ้มหวานหยดที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา ก่อนจะหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลออกจากกระเป๋าถือใบเก่งแล้ววางกระแทกลงบนเคาน์เตอร์เสียงดัง *ปึก* "เอกสารสัญญาจ้างระยะเวลาสามเดือน ในฐานะ 'ที่ปรึกษาพิเศษด้านกลยุทธ์และเมนูอาหาร' ของร้านนี้" รินรดาเลื่อนซองเอกสารนั้นไปตรงหน้าชายหนุ่ม "ผู้บริหารส่งฉันมา และคุณ... ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ" กวินทร์ก้มมองซองเอกสารสลับกับใบหน้าสวยเฉี่ยวที่เชิดขึ้นอย่างถือดี ขากรรไกรแกร่งขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ ความหยิ่งทะนงในฐานะเชฟมือหนึ่งถูกท้าทายจนถึงขีดสุด เขาเกลียดการถูกแทรกแซง ยิ่งเป็นคนที่เคยวิจารณ์อาหารของเขาในแง่ลบด้วยแล้ว ยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะยอมรับ "ผมไม่เซ็น" คำพูดสั้นๆ ห้วนๆ หลุดออกมาจากริมฝีปากหยักลึก "ผมไม่ต้องการความช่วยเหลือจากตัวปัญหา และผมจัดการร้านนี้เองได้" "จัดการได้จนยอดขายติดลบเจ็ดหลักเนี่ยนะคะ?" รินรดาย้อนถามทันควัน น้ำเสียงเจือความเยาะหยันอย่างไม่ปิดบัง "ความอีโก้สูงของคุณมันกำลังจะทำให้ร้านนี้กลายเป็นตำนานบทสุดท้าย... แต่ถ้าคุณอยากเห็นลูกน้องตาดำๆ เหล่านี้ตกงานเพราะความดื้อรั้นของคุณก็ตามใจ เชิญฉีกสัญญานั้นทิ้งได้เลยค่ะ" เธอยื่นมือออกไปผายไปยังซองเอกสาร ราวกับจะท้าทายให้เขาทำตามที่ปากพูดจริงๆ กวินทร์นิ่งเงียบ แววตาสีเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของหญิงสาวเพื่อหาความลังเล แต่เขากลับพบเพียงความมั่นใจและเด็ดเดี่ยวที่ฉายชัดอยู่เต็มเปี่ยม ชายหนุ่มเม้มปากเป็นเส้นตรง มือหนาเอื้อมไปหยิบซองเอกสารขึ้นมาพลิกดูช้าๆ ในหัวของเชฟหนุ่มกำลังประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว เขาแบกรับความคาดหวังของนักลงทุนและชื่อเสียงที่สะสมมานานหลายปี การดื้อดึงต่อไปอาจหมายถึงจุดจบของอาชีพที่เขารัก แต่การยอมให้ผู้หญิงปากร้ายคนนี้เข้ามาวุ่นวายในอาณาจักรของเขาก็ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังตักน้ำใส่กะโหลกชะโหลกดูเงาตัวเองไม่แพ้กัน รินรดายืนกอดอกมองท่าทีลังเลของอีกฝ่าย มุมปากอิ่มยกยิ้มอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า เธอรู้ดีว่าจุดอ่อนของมาสเตอร์เชฟผู้เย่อหยิ่งคนนี้ไม่ใช่ตัวเขาเอง แต่เป็นความรับผิดชอบที่มีต่อทีมงานและอาหารทุกจานที่ออกจากครัว "ว่าไงคะ มาสเตอร์เชฟ จะเซ็นเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของร้าน หรือจะปล่อยให้มันพินาศคาตาคุณดีล่ะ?" กวินทร์เงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง แววตาคมปลาบนั้นวับ Wwwประกายอันตรายบางอย่างที่ทำให้รินรดารู้สึกใจกระตุกวูบอย่างไม่ทันตั้งตัว มือหนาเปิดแฟ้มเอกสารออก ชายหนุ่มหยิบปากกาหมึกซึมด้ามหรูออกจากกระเป๋าเสื้อกาวน์สีขาวอย่างไม่ลังเลอีกต่อไป "ผมเซ็นแน่..." กวินทร์เอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ลากเสียงยาวอย่างจงใจ ขณะจรดปลายปากกาลงบนกระดาษ "แต่จำไว้... ถ้าสามเดือนนี้คุณทำอะไรไม่เข้าท่า ทำให้เมนูของผมเสียหายแม้แต่นิดเดียว..." ชายหนุ่มจงใจหยุดพูด เขาก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวรินรดาอีกครั้งโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว ร่างบางถอยหลังจนสะโพกชนเข้ากับขอบเคาน์เตอร์สแตนเลส กวินทร์ก้มลงกระซิบชิดริมหู กลิ่นอายบุรุษเพศที่โอบล้อมรอบตัวทำให้ลมหายใจของหญิงสาวสะดุดกะทันหัน "...ผมจะจับคุณขังไว้ในครัวนี้ แล้วบังคับให้ชงกาแฟขมๆ ให้ผมดื่มไปตลอดชีวิต" รินรดาเบิกตากว้าง หัวใจเต้นแรงผิดจังหวะเมื่อใบหน้าคมคายอยู่ห่างจากแก้มของเธอเพียงไม่กี่เซนติเมตร ลมหายใจอุ่นๆ ที่รินรดรดต้นคอทำให้ผิวเนื้อบริเวณนั้นร้อนผ่าว เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ทว่าริมฝีปากยังคงดื้อรั้นสวนกลับไปทันทีโดยไม่ยอมเสียฟอร์ม "ระวังตัวไว้เถอะค่ะ... คนที่จะโดนขังอาจจะไม่ใช่ฉัน แต่เป็นหัวใจของคุณเองต่างหาก" กวินทร์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสีเข้มไหววูบชั่วพริบตาเมื่อได้ยินคำพูดนั้น ก่อนที่รอยยิ้มมุมปากร้ายกาจจะปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา "ปากเก่งนักนะ..." ชายหนุ่มกระซิบแผ่วเบາ ปลายจมูกโด่งเกือบจะสัมผัสกับพวงแก้มเนียนในจังหวะที่รินรดาเอียงหน้าหนีด้วยความตกใจ ทว่าก่อนที่เคมีอันตรายระหว่างทั้งคู่จะลุกลามไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเปิดประตูกระจกหน้าร้านก็ดังแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศ "เชฟกวินทร์ครับ! แขกคนสำคัญมาถึงแล้วครับ... ทาง *คุณกรภัทร* เจ้าของแฟรนไชส์ตัวจริงมาขอพบด่วนครับ!" —-------------------------------------------------------------- ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับรสชาติความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ เข้มข้นขึ้นในทุกตัวอักษรนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ! — ราชันย์หอกทมิฬ
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องศาเดือดของคนหัวรั้นกับมาสเตอร์เชฟปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%