องศาเดือดของคนหัวรั้นกับมาสเตอร์เชฟปากร้าย•ตอนที่ 1

คำวิจารณ์ที่ไร้ราคา

ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
จานเซรามิกสีดำด้านราคาแพงระยับถูกผลักไสกลับมาหยุดนิ่งอยู่ตรงหน้าเจ้าของร้านด้วยแรงกระแทกที่ไม่เบานัก เสียงเนื้อปลากะพงย่างราดซอสแยมเบอร์รี่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นตีขึ้นจมูก แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าบรรยากาศรอบโต๊ะวีไอพีในค่ำคืนนี้กำลังคุกรุ่นไปด้วยไอเดียของสงครามขนาดย่อม "ฉันให้เจ็ดเต็มสิบ... สำหรับความพยายามที่จะทำตัวเป็นศิลปินผู้หลงใหลในความสมบูรณ์แบบ แต่ขอโทษทีเถอะค่ะ—เอ้ย ขอโทษทีเถอะครับ พอดีลิ้นของฉันมันซื่อตรงเกินกว่าจะอวยรสชาติที่ขาดความกล้าหาญแบบนี้" รินรดากระตุกยิ้มมุมปาก ดวงตากลมโตเป็นประกายท้าทายขณะใช้ปลายนิ้วเรียวเคาะโต๊ะไม้สักทองเบาๆ เป็นจังหวะ เธอจงใจใช้สรรพนามกวนประสาทและจงใจลากเสียงยาวเพื่อทดสอบความอดทนของชายหนุ่มฝั่งตรงข้าม กวินทร์ไม่แม้แต่จะชายตากมองจานอาหารที่ถูกวิจารณ์อย่างไม่ไว้หน้า มาสเตอร์เชฟหนุ่มในชุดเชฟโค้ตสีขาวสะอาดไร้รอยเปื้อนยืนกอดอกนิ่ง ดวงตาสีนิลคมกริบภายใต้กรอบหน้าคมคายราวกับประติมากรรมจงใจจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนักวิจารณ์สาวตัวแสบคนนี้ ราวกับกำลังประเมินว่าแมลงตัวน้อยที่บินวนอยู่รอบกองไฟตัวนี้ มีความกล้ามาจากไหนถึงกล้ามาเหยียบย่างอาณาจักรที่เขาใช้หยาดเหงื่อสร้างมันขึ้นมา "ถ้าลิ้นของคุณมันซื่อตรงอย่างที่ปากโม้จริง รินรดา..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยโทนเรียบสนิท แต่น้ำเสียงกลับเย็นเยียบจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา "คุณคงไม่แยกไม่ออกระหว่าง 'ความกล้าหาญ' กับ 'ความไร้รสนิยม' หรอกนะ" รินรดาสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อถูกเรียกชื่อเต็มๆ แต่เธอรวบรวมความมั่นใจกลับคืนมาได้อย่างรวดเร็ว รอยยิ้มหยันผุดขึ้นบนเรียวปากสวย เธอโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อลดระยะห่างระหว่างกัน กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ลอยปะปนกับกลิ่นอายความดุดันของผู้ชายตรงหน้า "อุ๊ย... เรียกชื่อซะสนิทสนมเชียว ระวังนะคะ—ระวังนะครับ มาสเตอร์เชฟคนดังจะตกหลุมรักนักวิจารณ์ปากจัดอย่างฉันเข้าสักวัน" เธอหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างเหนือกว่า "อาหารจานนี้ของุคุณมันเพลย์เซฟเกินไป ปลากะพงสดจริง ซอสเบอร์รี่ก็หวานตัดเลี่ยนได้ตามตำราเรียนเป๊ะๆ แต่มันไร้จิตวิญญาณ! เชฟที่เก่งแต่ทำตามสูตรเป๊ะๆ แบบคุณ ก็เป็นได้แค่หุ่นยนต์ในห้องครัวเท่านั้นแหละ" คำว่า 'หุ่นยนต์ในห้องครัว' ทำเอากรามคมของกวินทร์ขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นสันนูน ความเงียบงันชั่วขณะแผ่ซ่านระหว่างคนทั้งสอง ราวกับกระแสไฟฟ้าสถิตที่พร้อมจะปะทุได้ทุกเมื่อหากมีใครโยนประกายไฟลงไปอีกเพียงนิดเดียว กวินทร์ไม่ชอบการถูกวิจารณ์โดยคนที่ไม่เคยแม้แต่จะจับมีดทำครัวด้วยซ้ำ แต่ที่น่าหงุดหงิดยิ่งกว่า... คือหัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะทุกครั้งที่ผู้หญิงคนนี้ขยับริมฝีปากเถียงฉอดๆ สายตาคมกริบกวาดมองตั้งแต่เส้นผมสีน้ำตาลเข้มสลวย ดวงตาที่ดื้อรั้น ไปจนถึงริมฝีปากที่พูดจาไม่น่ารักเอาเสียเลย "งั้นเหรอ..." กวินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ ขายาวก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะอาหารอย่างรวดเร็วจนรินรดาเผลอผงะถอยหลังโดยไม่รู้ตัว ความสูงและรัศมีกดดันของเขาทำให้พื้นที่รอบตัวเธอดูลีบเล็กลงไปถนัดตา "ถ้าคิดว่าฉันเป็นแค่หุ่นยนต์ทำตามตำรา และอาหารจานนี้มันไร้จิตวิญญาณนัก... ทำไมคุณถึงกินมันจนเกลี้ยงจานแบบนั้นล่ะครับ คุณนักวิจารณ์คนเก่ง" รินรดาชะงัก เผลอก้มมองจานสีดำที่ว่างเปล่าของตัวเองโดยอัตโนมัติ ใบหน้าเนียนใสร้อนผ่าวขึ้นมาวูบหนึ่งอย่างเสียฟอร์ม แต่คนอย่างรินรดามีหรือจะยอมจำนนใครง่ายๆ เธอรีบเงยหน้าขึ้นสู้สายตา เชิดคางขึ้นเล็กน้อยอย่างถือดี "ก็เพราะฉันจ่ายเงินแพงลิบลิ่วไงคะ—เอ๊ย! ฉันจ่ายเงินแพงลิบลิ่วไงครับ ถึงจะแย่แค่ไหนก็ต้องกินให้คุ้มค่าบริการเฮงซวยนี่ต่างหาก" เธอสวนกลับทันควัน เสียงใสแจ๋วแต่เชือดเฉือนไม่แพ้กัน กวินทร์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนระยะห่างเหลือเพียงแค่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นอายมินต์และกาแฟคั่วเข้มปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียนของหญิงสาว รินรดากลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ หัวใจเจ้ากรรมกระหน่ำรัวราวดรัมแมชชีนในอกซ้าย เธอเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจเมื่อจู่ๆ ระยะห่างระหว่างพวกเขาก็ถูกร่นจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ดวงตาสีนิลของมาสเตอร์เชฟหนุ่มพราวระยับด้วยประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก มันไม่ใช่ความโกรธเกรี้ยว แต่มันคือความท้าทาย... และอะไรบางอย่างที่ชวนให้ใจสั่นสะท้านอย่างประหลาด "ปากเก่งดีนี่..." กวินทร์กระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มพร่าต่ำจนชวนให้ขนลุกซู่ "ถ้ามั่นใจในลิ้นตัวเองนัก พรุ่งนี้... มาลองเป็นลูกมือในครัวของฉันดูไหมล่ะครับ แล้วฉันจะทำให้รู้ว่าอาหารที่มี 'จิตวิญญาณ' ที่คุณพูดถึงน่ะ หน้าตามันเป็นยังไง" รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองประมวลผลคำท้าทายนั้นอย่างรวดเร็ว แม้จะรู้ว่ามันคืองานช้างที่อันตรายต่อหัวใจและศักดิ์ศรี แต่ความหยิ่งทะนงในฐานะนักวิจารณ์อาหารมือหนึ่งทำให้เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากพยักหน้ารับคำท้า "ก็ได้! ใครกลัว... อุ๊ย!" ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้พูดจบประโยค ประชาสัมพันธ์หน้าร้านก็ผลักบานประตูไม้สักเข้ามาเสียงดังลั่น พร้อมกับเสียงหอบหายใจรัวด้วยความตื่นตระหนก "เชฟกวินทร์ครับ! แย่แล้วครับ! มี... มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญคนสำคัญมายืนรอพบคุณอยู่ที่หน้าห้องครัววีไอพีแล้วครับ!" กวินทร์ขมวดคิ้วมุ่น ละสายตาจากริมฝีปากอิ่มที่กำลังเผยอค้างอย่างเสียดาย หันไปมองลูกน้องด้วยแววตาตึงเครียดทันที ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางเปิดฉากความเดือดครั้งนี้ไปด้วยกันนะครับ!
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องศาเดือดของคนหัวรั้นกับมาสเตอร์เชฟปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%