เสียงปิดประตูห้องประชุมใหญ่ของสำนักงานสถาปัตยกรรมดังขึ้นเบาๆ แต่ก้องกังวานในความรู้สึกของคนทั้งคู่ แรงบีบที่ข้อมือบางเพิ่งคลายออก ทิ้งไว้เพียงรอยแดงจางๆ บนผิวเนื้อขาวเนียนตัดกับสูทสีเข้มของเธอ รสาถอนหายใจยาวอย่างนึกฉุน พร้อมกับดึงแขนกลับทันทีที่อิสรภาพหวนคืน ดวงตากลมโตตวัดมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความไม่พอใจ ระดับความเดือดในแววตานั้นร้อนแรงพอจะหลอมละลายโครงสร้างเหล็กกล้าได้สบายๆ
"คุณคินคะ... มือฉันไม่ใช่เสาเข็มนะคะ ถึงได้ต้องออกแรงตอกลงมาขนาดนั้น" รสาเปิดฉากสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความประชดประชันแต่นิ่งสนิท สมศักดิ์ศรีสถาปนิกสาวหัวก้าวหน้าที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร
ภาคินไม่ตอบในทันที สถาปนิกหนุ่มดีกรีปริญญาโทจากลอนดอนป้องปากด้วยหลังมือช้าๆ ปรายตามองร่างบางที่ยืนกอดอกเชิดหน้าท้าทายเขาอยู่ ปฏิกิริยาของเขาเยือกเย็นจนน่าหมั่นไส้ ต่างจากระ.เบิดเวลาที่กำลังนับถอยหลังอยู่ในอกของเขาเอง เขายังจำสัมผัสจากข้อมือนั้นได้ดี มันนุ่มนวลและบอบบางกว่าที่โครงสร้างภายนอกแข็งกร้าวของเธอลวงตา... แต่ปากกาของเธอกลับคมกริบยิ่งกว่าคัตเตอร์ตัดกระดาษไข
"ถ้าผมไม่ทำแบบนั้น คุณก็คงจะเดินหนีผมไปดื้อๆ เหมือนทัศนคติพังๆ ที่คุณเพิ่งเสนอในที่ประชุมเมื่อกี้" ภาคินตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มทุบประสาท เสียงของเขาราบเรียบแต่เต็มไปด้วยแรงกดดันทางจิตวิทยาที่ทรงพลัง "ตึกอายุกว่าแปดสิบปีหลังนั้นไม่ใช่พื้นที่ทดลองงานศิลปะจบใหม่ของใครหน้าไหน มันมีประวัติศาสตร์ มีจิตวิญญาณ และมีโครงสร้างที่ต้องเคารพ ไม่ใช่สักแต่จะยัดเยียดกระจกใสกับเหล็กดัดโมเดิร์นลงไปเพื่อให้มันดูฮิปสเตอร์ตามเทรนด์ในไอจี"
คำพูดแทงใจดำนั้นทำให้รสาแทบพุ่งเข้าใส่ ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ เธอก้าวเข้าไปประชิดตัวเขา ระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่ลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์อ่อนๆ จากตัวเขาผสมกับกลิ่นกาแฟเข้มๆ ลอยปะทะจมูก แต่รสาไม่มีอารมณ์มาสุนทรีย์กับเรื่องนั้น
"คุณเรียกวิสัยทัศน์ร่วมสมัยของฉันว่า 'ความฮิปสเตอร์ตามเทรนด์' งั้นเหรอคะ คุณภาคิน!" รสาเค้นเสียงลอดไรฟัน สีหน้าบ่งบอกชัดเจนว่าความอดทนของเธอหมดลงแล้ว "ตึกเก่าไม่ใช่พิพิธภัณฑ์ซากดึกดำบรรพ์นะที่จะต้องปล่อยให้มันผุพังไปตามกาลเวลาอย่างไร้ประโยชน์ การอนุรักษ์แบบที่คุณว่า มันคือการแช่แข็งอดีตโดยไม่สนใจโลกปัจจุบันต่างหาก! คนที่เข้ามาใช้สอยพื้นที่ในยุคนี้เขาต้องการฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ ไม่ใช่เข้ามาเดินชมซากอิฐมอญแล้วยืนทื่อเพราะไม่มีปลั๊กไฟให้ชาร์จแบตโน้ตบุ๊ก!"
ภาคินนิ่งงันไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะคำพูดของเธอไร้เหตุผล แต่เป็นเพราะระยะห่างที่ใกล้จนเขามองเห็นแพขนตางอนงามและประกายไฟแห่งความมุ่งมั่นในดวงตาคู่สวยนั้นชัดเจนเกินไป หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอตามแบบฉบับสถาปนิกผู้รักความสมบูรณ์แบบ กลับสะดุดกึกอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เขาก้มมองเธอนิ่งนานจนรสาเริ่มประหม่า ประกายในแววตาคมกริบของชายหนุ่มเปลี่ยนเป็นความลึกล้ำบางอย่างที่อ่านไม่ออก
"พูดจบหรือยังครับ" เขากระซิบชิดริมหืิอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างแนบเนียน "ถ้าพูดจบแล้ว ช่วยถอยหลังไปสักสองก้าว เพราะระยะนี้มันใกล้เกินกว่าที่เราจะถกเถเรื่องแปลนบ้านกันด้วยเหตุผลแล้วล่ะ"
รสาชะงัก เธอก้มลงมองระยะห่างระหว่างอกของเขากับตัวเธอเองแล้วก็ต้องรีบดีดตัวถอยหลังออกมาทันที หน้าเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเคืองปนเขินที่เธอกลบเกลื่อนไว้แทบไม่มิด ปากยังคงแข็งไม่ยอมแพ้ "ใครอยากใกล้คุณกันล่ะคะ! ถอยมาเองต่างหาก... เอาล่ะ ในเมื่อเราเห็นไม่ตรงกันเรื่องการรักษาสภาพตึกเก่า ฉันยึดมั่นในแนวทางร่วมสมัยเพื่อต่อลมหายใจให้ตึกนั้นใช้งานได้จริง ส่วนคุณก็ยึดติดกับซากประวัติศาสตร์เดิมๆ งั้นเรามาเดิมพันกันไหมล่ะคะ ว่าแปลนของใครจะผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการในสัปดาห์หน้า"
ภาคินยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่นานๆ ครั้งจะปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลานั้นทรงพลังเสียจนทำให้บรรยากาศรอบตัวดูร้อนขึ้นมาถนัดตา รอยยิ้มของคนเหนือกว่าที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อให้จนมุมด้วยหลักการและเหตุผล
"การเดิมพันมันต้องมีเดิมพันครับรสา... ถ้าแปลนของผมชนะ คุณต้องยอมรับโปรเจกต์รีโนเวทนี้ภายใต้การควบคุมของผมทุกลำดับขั้นตอน โดยไม่มีข้อแม้"
"แล้วถ้าแปลนของฉันชนะล่ะคะ?" รสาท้าทายกลับทันที ไม่มีทีท่าเกรงกลัว
"ถ้าคุณชนะ..." ภาคินก้าวเท้าเข้าไปหาเธอช้าๆ ทีละก้าวอย่างคุกคาม จนกระทั่งหลังของหญิงสาวชนเข้ากับผนังห้องกระจกเย็นเฉียบ เขายื่นมือข้างหนึ่งไปทาบกระจกไว้ กักตัวเธอไว้ในวงแขนอย่างสมบูรณ์ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโต "ผมจะยอมลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าทีมโปรเจกต์นี้ แล้วยกให้คุณเป็นคนคุมทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว... พร้อมกับทำตามที่คุณสั่งทุกอย่าง เป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม"
ลมหายใจของรสาติดขัดชั่วขณะ สัมผัสอุ่นร้อนจากร่างกายของชายหนุ่มที่ทาบทับเข้ามาทำให้สมองเธอลัดวงจรชั่วคราว กลิ่นหอมสะอาดและแววตาดุดันที่แฝงความคลั่งรักแบบเนียนๆ นั้นทำเอาหัวใจเต้นผิดจังหวะ เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก กำมือแน่นเพื่อเรียกสติกลับคืนมา
"คุณ... คุณมั่นใจเกินไปหน่อยแล้วนะภาคิน" เธอกระซิบเสียงสั่นเล็กน้อย พยายามดันแผงอกกว้างของเขาให้ออกห่าง แต่ทว่าอีกฝ่ายกลับนิ่งสนิทราวกับภูเขาหินผา
ก่อนที่รสาจะได้เอ่ยประโยคโต้เถียงใดๆ เพื่อกู้หน้า เสียงเคาะประตูก็แหวักบรรยากาศอันตึงเครียดและชวนใจเต้นนั้นให้ขาดสะบั้นลง
"ขอโทษนะครับคุณคิน... พอดีผมเอาเอกสารสรุปแปลนตึกเก่าของฝั่งที่ปรึกษามาส่ง—"
เสียงทุ้มคุ้นหูที่เอ่ยแทรกขึ้นมาพร้อมกับบานประตูที่เปิดผางออก ทำให้ภาคินและรสาต้องหันไปมองพร้อมกัน ร่างสูงโปรดของ **ตรีภพ** รุ่นพี่ในวงการสถาปนิกผู้มีรอยยิ้มเป็นอาวุธ ยืนอยู่ตรงกรอบประตู พร้อมกับชะงักกึกเมื่อเห็นภาพเบื้องหน้า—ภาพที่สถาปนิกหนุ่มผู้เยือกเย็นกำลังกักตัวหญิงสาวรุ่นน้องไว้ชิดผนังในระยะประชิดอันตราย
ดวงตาของตรีภพหรี่ลงเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้ายังคงอยู่ แต่ประกายตาเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่กรามของภาคินขบเข้าหากันแน่น รังสีความหึงหวงพวยพุ่งออกมาจากร่างสูงโดยไม่ต้องเอ่ยปากสักคำ บรรยากาศในห้องประชุมพลิกกลับจากศึกทางทัศนคติ กลายเป็นสนามอารมณ์ที่คุกรุ่นยิ่งกว่าเดิมทันที!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
สถาปนิกหน้าตายกับโปรเจกต์มัดใจยัยสถาปัตย์ปากกล้า•ตอนที่ 2
แปลนบ้านกับทัศนคติที่สวนทาง
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้าตายกับโปรเจกต์มัดใจยัยสถาปัตย์ปากกล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!