สถาปนิกหน้าตายกับโปรเจกต์มัดใจยัยสถาปัตย์ปากกล้า•ตอนที่ 3

กาแฟแก้วนั้นที่เธอไม่ได้ขอ

ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
"ผมไม่ได้บอกว่าโปรเจกต์นี้มีช่องโหว่... ผมบอกว่าไอเดียของคุณมันไร้เดียงสาเกินกว่าจะเอาไปสร้างตึกจริงต่างหากครับ คุณตรีภพ" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือกระแสความเย็นชาดังแทรกขึ้น ทลายความเงียบงันในห้องประชุมใหญ่ของบริษัทสถาปนิกแถวหน้าลงอย่างสิ้นเชิง ภาคินขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงในชุดสูทตัดเย็บเนี๊ยบกริบแผ่รังสีความกดดันออกมาอย่างไม่ปิดบัง ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสุดเนี้ยบกวาดมองคู่สนทนาด้วยแววตานิ่งสนิท แต่ทว่ากรามที่ขบเข้าหากันจนสันนูนขึ้นมานั้น ฟ้องชัดเจนว่าความอดทนของสถาปนิกหนุ่มดีกรีปริญญาโทจากต่างประเทศคนนี้ได้เดินทางมาถึงขีดจำกัดแล้ว ตรีภพยิ้มรับด้วยท่าทีสุขุมสมเป็นรุ่นพี่ในวงการ ทว่าประกายตาคู่นั้นกลับไหววับด้วยความท้าทาย "ถ้าความเรียบง่ายและเป็นมิตรกับผู้ใช้งานถูกมองว่าไร้เดوسา โลกนี้คงมีแต่แท่งคอนกรีตเย็นชาฝีมือคุณคินเต็มไปหมดแล้วล่ะครับ... ว่าไหมครับคุณรสา?" ประโยคท้ายหันไปขอแนวร่วมจากหญิงสาวคนเดียวในห้อง รสาซึ่งนั่งกอดอกอยู่หลังโต๊ะประชุมถอนหายใจออกมาเบาๆ ดวงตากลมโตฉายแววระอาปนขบขัน เธอมองหน้าตรีภพสลับกับภาคินที่ยืนหน้าตึงเป็นรูปปั้นหินอ่อน แล้วจึงเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือนตามสไตล์ "เรื่องดีไซน์น่ะพักไว้ก่อนเถอะค่ะพี่ภพ... เอาเป็นว่าถ้าใครยังเคลียร์ตัวเลขงบประมาณกับหน้างานจริงไม่ได้ ก็กรุณาอย่าเพิ่งรีบออกความเห็นในฐานะผู้เชี่ยวชาญเลยนะคะ มันเสียเวลาคนอื่น" รสาจงใจเน้นเสียงคำว่า 'ผู้เชี่ยวชาญ' พร้อมกับส่งยิ้มหวานหยดที่เคลือบยาพิษให้ภาคินเต็มรัก ดวงตาคมของภาคินหรี่แคบลงทันที ความหึงหวงที่พวยพุ่งจากฉากก่อนหน้ายังไม่ทันมอดดับ โดนวาจาคมกริบของคนตัวเล็กซัดเข้าให้อีกหมัดจนเขาเกือบจะหลุดมามาดสุขุมที่เพียรสร้าง รสากล้าดียังไงถึงไปเข้าข้างไอ้รุ่นพี่หน้าหยกนั่น? ทั้งๆ ที่งานชิ้นนั้นมันมีข้อผิดพลาดทางวิศวกรรมเห็นๆ จังหวะนั้นเอง การประชุมจึงถูกตัดบทด้วยเสียงถอนหายใจของกรรมการผู้จัดการใหญ่ เป็นสัญญาณยุติศึกย่อมๆ กลางห้องประชุม และแยกย้ายกันไปพักผ่อนตามอัธยาศัย บรรยากาศหน้าโต๊ะทำงานโซนสถาปัตยกรรมในช่วงบ่ายค่อนข้างเงียบเหงา พนักงานส่วนใหญ่ทยอยออกไปทานมื้อเที่ยงหรือประชุมนอกสถานที่ รสานั่งขยี้ขมับตัวเองอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ โปรเจกต์รีโนเวต์ตึกเก่าอายุกว่าสี่สิบปีสูบพลังงานชีวิตเธอไปโข งานเอกสารกองโตกับดีเทลโครงสร้างที่แก้แล้วแก้อีกทำให้เธอรู้สึกปวดหัวตุบๆ จนแทบไม่อยากขยับไปไหน "กาแฟครับ" เสียงทุ้มห้วนที่คุ้นเคยดังขึ้นเหนือโต๊ะทำงาน รสาชะงักมือที่กำลังถือปากกา เธอเงยหน้าขึ้นมองตามต้นเสียง ก็พบร่างสูงของภาคินยืนค้ำหัวอยู่ บนโต๊ะทำงานของเธอ... ข้างกองแบบร่างแปลน มีแก้วกระดาษสีดำสนิทไร้ลวดลายวางอยู่ แก้วหนึ่ง ส่งกลิ่นหอมกรุ่นของเอสเพรสโซ่ช็อตเข้มข้นผสมนมโอ๊ตในสัดส่วนที่พอเหมาะพอเจาะ ชนิดที่เรียกว่า 'คาปูชิโน่เย็นหวานน้อยแบบไม่ใส่ไซรัป' ซึ่งเป็นสูตรเฉพาะตัวที่เธอสั่งกินเพื่อปลุกพลังยามบ่ายเป็นประจำทุกวัน รสาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มองแก้วกาแฟสลับกับใบหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์ของสถาปนิกหนุ่ม ผู้ชายที่เพิ่งจะปะทะคารมเดือดกับเธอในห้องประชุมเมื่อชั่วโมงก่อนเนี่ยนะ จะมาซื้อกาแฟให้เธอ? เป็นไปไม่ได้! "คุณกินผิดโต๊ะหรือเปล่าคะคุณภาคิน..." รสาเอ่ยเสียง สูง แววตาส่อแววระแวดระวังภัย "แถวนี้ไม่มีถังขยะรีไซเคิลนะ ถ้าจะทิ้งขยะ กรุณาเอาไปทิ้งถูกที่ด้วยค่ะ" ภาคินขบกรามแน่นขึ้นอีกนิด มือหนาที่ถือแฟ้มเอกสารเผลอออกแรงบีบจนกระดาษยับยู่ยี่ เขาไม่ได้ตั้งใจจะเดินมาซื้อให้เธอเสียหน่อย... แค่... แค่พนักงานร้านกาแฟข้างล่างทอนเงินผิดแล้วเขาบังเอิญถือติดมือมา แล้วพอบังเอิญเดินผ่านโต๊ะนี้... บังเอิญจริงๆ ที่มันเป็นแก้วสูตรเดียวกับที่ผู้หญิงปากเก่งคนนี้ชอบบ่นว่าติดกินทุกบ่ายก็แค่นั้นเอง! "ผมแค่ซื้อมาเกิน แล้วไม่อยากกินของหวานตอนบ่าย ถ้าเสียดายเงินก็โยนทิ้งถังขยะไปซะสิครับ ไม่เห็นต้องคิดมาก" ภาคินสวนกลับด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่งตามฟอร์ม พยายามกลบเกลื่อนความประหม่าที่ถูกจับไต๋ได้ด้วยการเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย รสาแค่นหัวเราะในลำคอ เธอค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ส่วนสูงจะน้อยกว่าเขาอยู่ช่วงไหล่ แต่รัศมีฃความมั่นใจและแววตาท้าทายของเธอกลับไม่ได้เป็นรองแม้แต่น้อย มือเรียวบางเอื้อมไปหยิบแก้วกาแฟนั้นขึ้นมาหมุนดูฉลาก พลันมุมปากอิ่มก็ยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มร้ายกาจที่ทำให้หัวใจของคนฟอร์มจัดกระตุกวูบ "อ๋อ... ซื้อมาเกิน?" รสาไล่สายตาอ่านชื่อบาร์ลิดสตาที่ติดอยู่ข้างแก้ว "ร้านนี้อยู่หัวมุมถนนโน่น เดินไปไปกลับเกือบกิโลฯ ในชุดสูทเนี๊ยบๆ เนี่ยนะะคะ? แหม... ขยันเดินเล่นจังเลยนะคะสถาปนิกฟูลออฟชั่น เดินทางไกลขนาดนี้เพื่อซื้อกาแฟมาเกินเนี่ย บริษัทน่าจะมอบโล่พนักงานดีเด่นสาขา 'ความจำเสื่อมชั่วคราว' ให้คุณสักใบนะคะ" ใบหน้าหล่อเหลาของภาคินเริ่มขึ้นสีแดงจางๆ ด้วยความจำนนต่อหลักฐาน เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ปากหนาอ้าออกจะเถียงแต่ก็หาข้อแก้ตัวไม่ทัน รสาจ้องมองท่าทีอึกอักที่นานๆ ทีจะได้เห็นจากคนเนี๊ยบๆ อย่างเขาแล้วก็รู้สึกหมั่นไส้จนต้องหยิกแกมหยอกต่อ "แล้วก็นะคะ..." รสาจงใจก้าวเข้าไปใกล้ร่างสูงขึ้นอีกนิด กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นกาแฟจางๆ ลอยเข้าจมูก "คราวหลังถ้าจะแอบซื้อของมาให้... ช่วยกรุณาใส่ชื่อคนส่งให้ชัดเจนด้วยค่ะ ฉันจะได้รู้ว่าควรจะ 'ขอบคุณ' หรือควรจะ 'โทรแจ้งความคนโรคจิต' ดี" ดวงตาคมกริบของภาคินเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อถูกย้อนศรเข้าให้ หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติกลับกระหน่ำรัวราวมือกลองร็อกสตาร์ รังสีความเย็นชาที่เคยพกมาเต็มร้อยมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความเขินอายที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่งสนิท เขากำมือแน่นเพื่อควบคุมสติ ไม่ยอมให้ตัวเองเสียอาการไปมากกว่านี้ ริมฝีปากหยักเม้มเข้าหากันก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาใกล้ใบหูของเธอจนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ตรงลาดไหล่ ชวนให้ขนลุกซู่ "ถ้าอยากรู้ว่าเป็นคนโรคจิตหรือเปล่า..." เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดริมฝีปากจนรสาต้องเผลอกลั้นหายใจ "คืนนี้ลองเปิดประตูห้องพักตอนตีสองดูสิครับ... แล้วคุณจะได้รู้คำตอบเอง" ทว่าในจังหวะที่หัวใจของรสาเต้นผิดจังหวะกับคำขู่เชิงหยอกเย้าของคนเจ้าเล่ห์ เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังแทรกบรรยากาศชวนใจเต้นนั้นขึ้นเสียก่อน "คุยอะไรกันอยู่หรือครับ ดูท่าทางสนתนาออกรสกันจังเลยนะ" เสียงทุ้มของตรีภพดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับมือของรุ่นพี่หนุ่มที่เอื้อมมาแตะเบาๆ บนไหล่บางของรสาอย่างสนิทสนมเกินควร รสาผละถอยหลังออกมาทันทีด้วยความตกใจ ขณะที่ดวงตาคมกริบของภาคินเปลี่ยนจากประกายความคลั่งรัก กลายเป็นความดุดันและคุกกรุ่นขึ้นมาอีกครั้งในเสี้ยววินาที! ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้ดรากอนไรเดอร์เสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้าตายกับโปรเจกต์มัดใจยัยสถาปัตย์ปากกล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%