"ถ้ากล้าก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ฉันจะเอาด้ามไม้กวาดฟาดหน้าคนละทีให้สมกับความไร้มารยาทของบ้านพวกคุณเลยค่ะ!"
เสียงหวานใสแต่แฝงด้วยความเฉียบขาดดังก้องกังวาน ทะลุผ่านบานประตูไม้เก่าๆ ออกไปปะทะกับเสียงทุบโครมครามด้านนอกทันทีที่หลินหว่านเอ๋อคว้าไม้กวาดด้ามยาวมาถือไว้มั่น บรรยากาศความวุ่นวายที่เคยสร้างความน่ารำคาญพลชะงักกึก เสียงโวยวายของแม่สามีจอมเจ้ากี้เจ้าการที่แผดแมนอยู่เมื่อครู่เงียบหายไปชั่วขณะ ราวกับไม่คาดคิดว่าลูกสะใภ้ผู้เคยอ่อนแอและก้มหน้ายอมรับชะตากรรมคนเดิม จะกล้าลุกขึ้นมาประกาศกร้าวเช่นนี้
จางเหว่ยที่เพิ่งเดินก้าวออกจากห้องครัว พร้อมกับกลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศและน้ำซุปที่เคี่ยวจนงวด ชะەฝีเท้าลงเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบฉายแววประหลาดใจระคนทึ่ง เขามองแผ่นหลังบอบบางของภรรยาที่ยืนตระหง่านอยู่หน้าประตู มือเรียวที่เคยจับแต่ตะหลิวและแป้งทำขนมบัดนี้กำด้ามไม้กวาดแน่น ไหล่ลาดลู่ตั้งตรงอย่างคนมีความมั่นใจเต็มร้อย ไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย
"หว่านเอ๋อ..." เสียงทุบประตูด้านนอกดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเสียงแหลมสูงของแม่สามีที่แผดเผาความเงียบ "นังสะใภ้ตัวดี! กล้าดียังไงถึงล็อคประตูใส่หน้าฉัน! เปิดเดี๋ยวนี้! แกซ่อนของกินอะไรไว้ข้างใน ทำไมกลิ่นถึงลอยไปถึงบ้านฉันได้ หิวจนไส้จะขาดอยู่แล้วนะ!"
หลินหว่านเอ๋อแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับด้วยความรู้ทัน คนพวกนี้จมูกไวเสียยิ่งกว่าสุนัขล่าเนื้อ พอได้กลิ่นอาหารหอมๆ จากมิติห้างสรรพสินค้าที่เธอแอบดึงวัตถุดิบยุคปัจจุบันมาปรุง ก็แห่กันมาเคาะประตูหวังจะเอาเปรียบเหมือนเคย น่าเสียดาย... ยุค 80 นี้ หลินหว่านเอ๋อคนเก่าได้ตายไปพร้อมกับความซื่อบื้อแล้วค่ะ!
"ถ้าหิวนักก็กลับไปต้มน้ำกินที่บ้านตัวเองค่ะ! ที่นี่ไม่ใช่โรงทาน และฉันก็ไม่ใช่คนใช้ที่จะต้องคอยปรนเปรอใคร!" หว่านเอ๋อตะโกนตอบกลับไปเสียงดังฟังชัด น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราวกับใบมีดโกนที่อาบน้ำผึ้ง
ทว่า ก่อนที่แม่สามีด้านนอกจะทันได้กรีดร้องโวยวายรอบใหม่ แรงกดดันอันหนักหน่วงก็แผ่ซ่านมาจากด้านหลัง ประตูบ้านถูกเปิดผางออกด้วยมือหนาของจางเหว่ย นายทหารหนุ่มร่างสูงใหญ่ก้าวออกไปยืนบังร่างภรรยาไว้มิดชิด ไอสังหารแผ่ซ่านออกจากตัวเขาจนผู้เป็นแม่และญาติที่ตามมาด้วยถึงกับผอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัว
"แม่..." เสียงทุบต่ำเอ่ยขึ้นเพียงคำเดียว แต่น่ากลัวเสียยิ่งกว่าเสียงคำรามของพยัคฆ์ "ถ้ายังไม่หยุดส่งเสียงน่ารำคาญแล้วไสหัวกลับไป ผมคงต้องใช้วิธีของทหารจัดการกับพวกท่านบ้างแล้ว"
แม่สามีหน้าซีดเผือดอ้าปากพะงาบๆ แต่ไม่กล้าเอ่ยอะไรออกมาอีกเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นคมกริบที่ไร้ซึ่งความaออ้อมอารี นางทำได้เพียงฮึดฮัดสะบัดหน้าเดินหนีไปพร้อมกับบริพารด้วยความแค้นเคือง ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงบที่กลับคืนมาสู่บ้านหลังน้อยอีกครั้ง
จางเหว่ยถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะหันกลับมามองภรรยา ดวงตาที่เคยแข็งกระด้างยามเผชิญหน้ากับคนนอก บัดนี้ทอประกายอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน เขามองไม้กวาดในมือเธอก่อนจะเลื่อนขึ้นสบตา
"คุณ... ไม่จำเป็นต้องเหนื่อยออกหน้าขนาดนั้นหรอกครับ ผมจัดการเองได้" จางเหว่ยเอ่ยเสียงนุ่ม มือหนายื่นออกไปหมายจะช่วยดึงไม้กวาดออกจากมือเรียว
หลินหว่านเอ๋อวางไม้กวาดพิงฝาผนัง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างปิดไม่มิด เธอเงยหน้าขึ้นสบตาสามีพร้อมกับเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย "ใครว่าฉันเหนื่อยกันล่ะคะ? การได้สั่งสอนคนหน้าหนาพวกนั้นถือเป็นการออกกำลังกายย่อยอาหารที่ดีต่างหาก ว่าแต่คุณเถอะ... กลิ่นหอมมาจากในครัวขนาดนี้ ยังจะยืนทื่อเป็นเสาหินอยู่อีกเหรอคะ หรือว่ารอให้ฉันต้องป้อนถึงปาก?"
คำพูดทีเล่นทีจริงนั้นทำให้ใบหน้าคมคายของนายทหารหนุ่มขึ้นสีแดงเรื่ออย่างเห็นได้ชัด จางเหว่ยกระแอมเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย เขาไม่ใช่คนช่างพูด และตลอดชีวิตที่ผ่านมา โลกของเขามีเพียงค่ายทหาร การฝึกฝน และหน้าที่ แต่นับตั้งแต่มีภรรยาคนนี้เข้ามา ชีวิตเรียบง่ายในบ้านชนบทก็เต็มไปด้วยสีสันและกลิ่นหอมของอาหารที่ทำให้หัวใจที่ด้านชาเริ่มอบอุ่นขึ้นทีละน้อย
ทั้งสองเดินกลับเข้ามาในห้องครัวที่อบอวลไปด้วยไอความร้อนและกลิ่นหอมเย้ายวนใจ บนโต๊ะไม้ตัวเล็กมีหม้อดินเผาส่งควันฉุย กลิ่นหอมของเนื้อสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วกับรากผักชีและพริกไทยดำลอยแตะจมูก รสชาติเข้มข้นที่เคี่ยวจนเนื้อเปื่อยนุ่มละลายในปาก วางเคียงคู่กับผัดผักกาดขาวกรอบหวานที่เพิ่งเด็ดสดๆ จากแปลงหลังบ้าน และข้าวสวยร้อนๆ เม็ดอวบอ้วน
จางเหว่ยนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ สายตาคมมองสำรวจอาหารตรงหน้าด้วยความทึ่ง แม้ภรรยาของเขาจะเคยทำอาหารอร่อยๆ ให้ทานมาบ้างแล้วในช่วงหลังๆ นี้ แต่วันนี้กลิ่นอายและความประณีตกลับดูแตกต่างออกไป มันไม่ใช่แค่การทำเพื่อประทังชีวิต แต่มันคือศิลปะ
หว่านเอ๋อตักข้าวใส่ถ้วยยื่นให้สามีอย่างเอาใจใส่ รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏบนใบหน้าสวย "ลองชิมดูสิคะ วันนี้ฉันใช้เวลาเคี่ยวหมูนานเป็นพิเศษ หวังว่าจะถูกปากนายทหารผู้เคร่งขรึมอย่างคุณนะคะ"
จางเหว่ยรับถ้วยข้าวมาถือไว้ เขามองหน้าภรรยาแวบหนึ่งก่อนจะคีบชิ้นเนื้อสามชั้นที่ฉ่ำด้วยน้ำซุปสีเข้มเข้าปาก สัมผัสแรกคือความนุ่มละมุนของไขมันที่แทบจะละลายหายไปทันทีโดยไม่ต้องเคี่ยว ตามด้วยความกลมกล่อมของเครื่องเทศที่ซึมลึกเข้าไปถึงเนื้อใน ความหวานตามธรรมชาติของเนื้อตัดกับความเค็มหวานกำลังดีของซีอิ๊วชั้นดี รสชาตินี้... ต่อให้เป็นภัตตาคารในเมืองหลวงก็ยังเทียบไม่ติด
ความอร่อยที่ระเบิดขึ้นในปากทำให้จางเหว่ยชะงักไป ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ เขาเงยหน้าขึ้นมองภรรยาที่กำลังนั่งเท้าคางรอฟังคำวิจารณ์ด้วยแววตาสนุกสนาน
"เป็นยังไงบ้างคะ? ผ่านมาตรฐานของนายทหารจางหรือเปล่า?" หว่านเอ๋อเอถามด้วยน้ำเสียงติดตลกเล็กน้อย
จางเหว่ยไม่ตอบเป็นคำพูด แต่ตะเกียบในมือกลับขยับเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขารีบตักข้าวเข้าปากคำใหญ่ตามด้วยผัดผักกรอบหวานเพื่อตัดเลี่ยน ท่าทางกินอย่างเอร็ดอร่อยและจริงจังนั้นทำให้หว่านเอ๋อหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างเอ็นดู
"อร่อยครับ..." เสียงทุบต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความสัตย์จริง นัยน์ตาคู่นั้นมองเธอด้วยความลึกซึ้งที่ยากจะอธิบาย "อร่อยมาก... อร่อยจนผมไม่อยากแบ่งให้ใครกินเลย"
คำชมเรียบๆ แต่เต็มไปด้วยความรู้สึกจริงใจจากปากของสามีจอมขรึม ทำให้หัวใจดวงน้อยของหว่านเอ๋อกระตุกวูบ เธอยิ้มรับความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในอก บรรยากาศภายในบ้านหลังเล็กที่เคยหนาวเหน็บและเต็มไปด้วยความกดดัน บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยความสุขเรียบง่ายของคนทั้งสอง
ทว่า ความสงบสุขมักอยู่กับพวกเขาไม่นานนัก
ขณะที่จางเหว่ยกำลังจะคีบชิ้นเนื้อคำถัดเข้าปาก เสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นอีกครั้ง... แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เสียงทุบโครมครามด้วยความเกรี้ยวกราดแบบแม่สามี หากแต่เป็นเสียงเคาะเบาๆ สามครั้งอย่างมีจังหวะ และตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนักแน่นหลายคู่ที่รายล้อมตัวบ้านไว้ราวกับกำลังปิดล้อมพื้นที่
จางเหว่ยชะงักตะเกียบในมือทันที นัยน์ตาคมกริบเปลี่ยนเป็นเย็นชาในเสี้ยววินาที ร่างสูงผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงสัญชาตญาณความเป็นทหารตื่นตัวเต็มที่
หว่านเอ๋อขมวดคิ้วมุ่น หัวใจกระตุกวูบด้วยความสังหรณ์ใจบางอย่าง เธอสบตากับสามีที่หันมามองเธอนิ่งเป็นเชิงส่งสัญญาณให้ระวังตัว
ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปากพูดอะไร เสียงเคาะประตูรอบสุดท้ายก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงทุบปึงปังที่รุนแรงกว่าเดิม และตามด้วยเสียงตะโกนแหบพร่าจากชายแปลกหน้าที่ดังลอดเข้ามาในความมืด...
"เปิดประตู! ทางการได้รับรายงานว่าบ้านหลังนี้ซ่อนสิ่งของต้องห้ามและกักตุนเสบียงผิดกฎหมาย จงเปิดให้ตรวจค้นเดี๋ยวนี้!"
(โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ)
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมความหวานและร่วมเดินทางไปกับเบเกอรี่มิติต่างโลกนะคะ!
คุณภรรยาครับ ยุค 80 นี้ผมเลี้ยงเอง! (ฉบับปลูกผักฉบับคนคลั่งรัก)•ตอนที่ 22
สามีผู้เงียบขรึมและอาหารแสนอร่อย
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณภรรยาครับ ยุค 80 นี้ผมเลี้ยงเอง! (ฉบับปลูกผักฉบับคนคลั่งรัก) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!