คุณภรรยาครับ ยุค 80 นี้ผมเลี้ยงเอง! (ฉบับปลูกผักฉบับคนคลั่งรัก)•ตอนที่ 23

จากความเย็นชาสู่ความคลั่งรัก

ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
เสียงทุบประตูไม้สนหนาจนสะเทือนถึงวงกบ พร้อมกับเสียงตะโกนโวยวายด้วยความฮึกเหิมของเจ้าหน้าที่ตรวจการประจำคอมมูนและกลุ่มคนจากสหกรณ์หมู่บ้านดังแทรกเสียงหอบหายใจของหลินหว่านเอ๋อเข้ามาในห้องครัว "เปิดประตู! ทางการได้รับรายงานว่าบ้านหลังนี้ซ่อนสิ่งของต้องห้ามและกักตุนเสบียงผิดกฎหมาย จงเปิดให้ตรวจค้นเดี๋ยวนี้!" เสียงนั้นไม่ได้ทำให้หว่านเอ๋อสะดุ้งตกใจแม้แต่น้อย มือเรียวบางที่กำลังโรยแป้งสาลีเนื้อเนียนลงบนโต๊ะนวดแป้งยังคงนิ่งสนิท เธอปัดเศษแป้งออกจากปลายนิ้วช้าๆ ก่อนจะระบายยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ดวงตากลมโตคู่นั้นฉายแววรู้ทัน ความผิดฐานกักตุนเสบียงงั้นหรือ? ช่างเป็นข้อหาคลาสสิกที่คนตระกูลจางหรือพวกอิจฉาริษยาแถวนี้ชอบใช้เป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งกันเสียจริง ในมิติลับห้างสรรพสินค้าส่วนตัวของเธอนั้น มีทั้งแป้งสาลีชั้นดี น้ำตาลทรายแดง และเนื้อสัตว์สดๆ ซ่อนอยู่ก็จริง แต่ใครเล่าจะโง่เอาออกมาวางกองประจานให้คนนอกเห็น? ของพวกนั้นถูกเก็บรักษาไว้ในห้องเย็นระบบดิจิทัลอย่างดี ส่วนในครัวบ้านพักยุค 80 แห่งนี้ มีเพียงหม้อต้มซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนที่กำลังส่งกลิ่นหอมกรุ่นยั่วยวนน้ำลาย และแป้งหมักซาลาเปาที่เธอเตรียมไว้ทำอาหารเช้าเท่านั้น ขณะที่หว่านเอ๋อกำลังจะก้าวไปปลดกลอนประตู ประตูไม้บานนั้นก็ถูกถีบผางด้วยพละกำลังมหาศาลจากภายนอก! ฝุ่นผงและเศษไม้กระเด็นกระจายตามแรงถีบ ร่างสูงใหญ่ของจางเหว่ยที่เพิ่งกลับมาจากค่ายทหารและยังอยู่ในชุดเครื่องแบบสีเขียวเข้ม ก้าวพรวดเข้ามาขวางหน้าภรรยาตัวน้อยไว้ทันที ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวของเขาหรี่ลงมองกลุ่มผู้บุกรุกด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงอย่างฉับพลัน "ใครอนุญาตให้พวกคุณพังประตูบ้านผม" น้ำเสียงทุบทำลายความเงียบของจางเหว่ยต่ำทุบและเย็นเยียบยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก เขายืนตระหง่านกางแขนบังร่างบางของหเอาไว้มิดชิด แผ่นหลังกว้างนั้นให้ความรู้สึกมั่นคงปลอดภัยราวกับกำแพงเหล็กกล้า หัวหน้าหน่วยตรวจการผู้ถือเอกสารในมือสะดุ้งโหย่งโดยไม่ตั้งใจเมื่อสบเข้ากับดวงตาของนายทหารหนุ่มผู้มีชื่อเสียงเรื่องความเด็ดขาดในสนามรบ แต่เมื่อนึกถึงคำฟ้องร้องและผลประโยชน์ที่จะได้ เขาก็เชิดหน้าขึ้นพยายามทำใจดีสู้เสือ "สหายจางเหว่ย! เราได้รับแจ้งเบาะแสจากพลเมืองดีว่าภรรยาของคุณลักลอบค้าขายสินค้าตลาดมืดและกักตุนเสบียงจำนวนมากเพื่อเก็งกำไร นี่เป็นเรื่องผิดกฎหมายร้ายแรงในยุคนี้ หลีกทาง! เราต้องตรวจค้นทุกซอกทุกมุมของบ้านหลังนี้!" "พลเมืองดี?" จางเหว่ยแค่นหัวเราะในลำคอ มุมปากหยักลึกหยันขึ้นเล็กน้อย สายตาคมกวาดมองเลยผ่านหัวหน้าหน่วยตรวจการไปหยุดอยู่ที่ร่างท้วมของแม่สามีและสะใภ้รองที่แอบชะביโงกหน้าอยู่หลังรั้วบ้านด้วยสายตาสมรู้ร่วมคิด "คนที่แจ้งเบาะแสคงเป็นพวกสมองกลวงที่กินข้าวไม่ยอมเคี้ยวกระมัง บ้านผมมีอะไรหรือไม่มี ผมเป็นเจ้าของบ้าน ย่อมรู้ดีที่สุด" "อย่ามาขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่นะ! ถ้าพวกคุณบริสุทธิ์ใจจริงก็ต้องให้เราค้น!" เจ้าหน้าที่อีกคนโพล่งขึ้นพร้อมทำท่าจะเดินดุ่มๆ เข้าไปในครัว "หยุด!" จางเหว่ยตะคอกลั่น เสียงคำรามนั้นทรงพลังจนทุกคนในห้องสะดุ้งเฮือก มือหนาคว้าคอเสื้อของเจ้าหน้าที่คนนั้นไว้แน่นด้วยมือเดียว ร่างของชายแปลกหน้าเซถอยหลังไปหลายก้าวโดยแทบไม่ต้องออกแรงมาก "ถ้าพวกคุณไม่มีหมายค้นจากศาลประชาชนอย่างเป็นทางการ แต่อาศัยแค่คำบอกเล่าปากเปล่ามารังแกภรรยาผม... อย่าหาว่าผมไม่เตือนเรื่องการใช้อำนาจเกินกว่าเหตุ!" หว่านเอ๋อยืนมองแผ่นหลังกว้างของสามีด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ ปกติแล้วจางเหว่ยจะเป็นคนเงียบขรึม พูดน้อย และมักจะแสดงความรักผ่านการกระทำเงียบๆ เช่น การผ่าฟืนกองโตไว้ให้ หรือแอบซุกเงินหยวนไว้ใต้หมอนของเธอ แต่ในยามวิกฤตเช่นนี้ สามีหนุ่มผู้เย็นชาคนนี้กลับแปลงร่างเป็นเสือร้ายที่พร้อมขย้ำทุกคนกล้าแตะต้องภรรยาของเขา นี่น่ะหรือ... ความคลั่งรักที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งเงียบ? "เหว่ยเกอ... ปล่อยเขาเเถอะค่ะ" หว่านเอ๋อยื่นมือเรียวไปแตะข้อศอกหนาเบาๆ สัมผัสอุ่นจากเนื้อผ้าทำให้จางเหว่ยผ่อนแรงลงเล็กน้อย แต่ดวงตายังคงจ้องเขม็งศัตรู "ในเมื่อพวกเขาอยากค้นนัก ก็ปล่อยให้ค้นไปค่ะ บ้านเราสะอาดสะอ้าน ยิ่งค้น... คนที่หน้าแตกจะยิ่งไม่ใช่เรานะคะ" น้ำเสียงหวานใสแต่แฝงด้วยความเฉียบคมและรอยยิ้มพราวเสน่ห์ของภรรยา ทำให้จางเหว่ยใจเย็นลง เขายอมปล่อยมือจากคอเสื้อเจ้าหน้าที่คนนั้น แต่ยังคงยืนขวางไม่ยอมให้ใครเดินผ่านเข้าไปง่ายๆ "ค้นได้ แต่ถ้าไม่พบอะไรอย่างที่กล่าวหา... พวกคุณทุกคนจะต้องกราบขอโทษภรรยาผมต่อหน้าชาวบ้านทั้งหมู่บ้าน!" จางเหว่ยยื่นคำขาด น้ำเสียงทรงอำนาจจนหัวหน้าหน่วยตรวจการกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แต่เมื่อถอยไม่ได้แล้วจึงต้องพยักหน้ารับคำ การตรวจค้นเริ่มต้นขึ้นอย่างอลหม่าน เจ้าหน้าที่พากันรื้อค้นข้าวของในห้องโถง ตู้เสื้อผ้า แม้กระทั่งไหใส่เกลือในครัวก็ถูกเปิดดู แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับทำให้หน้าของพวกเขียวคล้ำลงเรื่อยๆ เพราะนอกจากแป้งสาลีติดก้นถังไม่กี่ชั่ง และหม้อซุปกระดูกหมูที่กำลังส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลแล้ว ที่นี่ไม่มีเสบียงกักตุนผิดกฎหมายสักห่อเดียว! "เป็น... เป็นไปได้ยังไง! ไหนว่าซ่อนแป้งไว้เป็นกระสอบๆ ไง!" เจ้าหน้าที่คนเดิมหันไปตะคอกใส่แม่สามีที่แอบเดินเนียนเข้ามาดูผลงาน แม่สามีหน้าซีดเผือด รีบละล่ำละลักปฏิเสธ "มะ... ไม่จริงนะ! ฉันเห็นกับตาว่าอีนังนี่มันแบกถุงแป้งเข้าบ้านเมื่อวานนี้!" "อ๋อ... ที่แท้ก็เป็นคุณแม่นี่เองที่กุเรื่องขึ้นมา" หว่านเอ๋อก้าวออกมาข้างหน้า ดวงตากลมโตฉายแววเย้ยหยันชัดเจน เธอเชิดคอขึ้นเล็กน้อยท่าทางสง่างามราวกับคุณหนูในห้องหอ "สะใภ้ทำอาหารกินเองในบ้าน ผิดกฎหมายข้อไหนหรือคะคุณแม่ หรือว่าท่านอิจฉาที่ลูกชายซื้อกระดูกหมูมาให้ฉันบำรุงร่างกาย จนต้องก섬ใจแจ้งทางการมาตรวจค้นบ้านลูกชายตัวเองแบบนี้?" เสียงฮือฮาจากชาวบ้านที่มามุงดูรอบรั้วดังขึ้นทันที สายตานับสิบคู่มองมาที่แม่สามีด้วยความรังเกียจและซุบซิบกันเซ็งแซ่ แม่สามีหน้าชาดิก ปากสั่นระริกด้วยความโกรธแค้นแต่อับจนด้วยถ้อยคำ จางเหว่ยไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไป เขาก้าวเข้าประชิดตัวหัวหน้าหน่วยตรวจการด้วยใบหน้าถมึงทึง "พวกคุณบุกรุกเคหสถานโดยไม่มีหมายค้นที่ถูกต้อง และสร้างความเสื่อมเสียให้กับครอบครัวทหารผ่านศึก... เรื่องนี้ผมจะรายงานผู้บังคับบัญชาในอำเภอให้ลงโทษทางวินัยพวกคุณแน่ ไสหัวไปให้พ้นบ้านผมเดี๋ยวนี้!" สิ้นเสียงคำรามนั้น เจ้าหน้าที่และกลุ่มคนตรวจการต่างพากันหน้าซีดเผือด รีบถอยกรูดออกจากบ้านตระกูลจางอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งให้แม่สามีและสะใภ้รองยืนเค้งคว้างท่ามกลางเสียงนินทาของชาวบ้าน เมื่อความวุ่นวายสงบลง จางเหว่ยรีบหันกลับมาสำรวจภรรยาสำรวจเนื้อตัวเธอด้วยความกังวล ดวงตาที่เคยเย็นชากลับฉายแววห่วงใยจนแทบจะหยาดเยิ้ม มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อยื่นมาสัมผัสแก้มนุ่มของเธอ "เธอ... กลัวไหม หว่านเอ๋อ" น้ำเสียงของเขาอ่อนลงจนแทบจะเป็นเสียงกระซิบ ความดุดันเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงสามีผู้หวาดกลัวว่าจะสูญเสียภรรยาอันเป็นที่รักไป หว่านเอ๋อยิ้มกว้าง ดวงตาโค้งเป็นรูปจันทร์เสี้ยว เธอเอามือประกบฝ่ามือหนาของเขาที่แนบอยู่บนแก้มของเธอ ผิวสัมผัสหยาบกร้านจากการจับอาวุธและทำงานหนักกลับให้ความรู้สึกอุ่นวาบไปถึงขั้วหัวใจ "มีสามีคอยปกป้องเกรี้ยวกราดเสียขนาดนี้... ฉันจะกลัวอะไรล่ะคะ?" เธอเอียงแก้มซบฝ่ามือเขาอย่างออดอ้อน จงใจทิ้งสายตาหวานเชื่อมใส่สามีหนุ่ม "แต่ว่านะ... กลิ่นซุปกระดูกหมูของฉันเริ่มไหม้แล้วล่ะค่ะ ถ้าคุณยังมัวแต่ห่วงฉันอยู่แบบนี้ มื้อนี้เราคงได้กินซุปไหม้กันจริงๆ แน่เลยนะคะ" จางเหว่ยชะงักไปนิด ก่อนที่ใบคมคายนั้นจะขึ้นสีแดงระเรื่อลามไปจนถึงใบหู เขาหลบสายตาเธอด้วยความเขินอาย แต่กลับรวบเอวบางเข้าหาตัวแน่นขึ้นจนร่างทั้งสองแนบชิดกันไม่มีช่องว่าง "ถ้าซุปไหม้... ฉันทำกินเองก็ได้" เสียงทุบกระซิบชิดริมฝีปากเธอ ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มแดงระเรื่อ "แต่ถ้าเธอเป็นอะไรไป... ฉันต่างหากที่จะไหม้เกรียมไปด้วยความคลั่งรัก จนเผาทำลายทุกอย่างแถวนี้ให้ราบคาบแน่ๆ หว่านเอ๋อ" คำพูดหวานเลี่ยนที่ไม่น่าจะหลุดออกมาจากปากนายทหารผู้เย็นชา ทำให้หว่านเอ๋อเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึง ทว่าก่อนที่เธอจะได้เอ่ยปากแซวอะไรกลับไป จางเหว่ยก็ก้มลงประทับริมฝีปากอุ่นร้อนลงมาปิดกลีบปากของเธออย่างนุ่มนวลแต่หนักแน่น ท่ามกลางกลิ่นหอมกรุ่นของซุปกระดูกหมูที่ลอยตลบอบอวลไปทั่วห้องครัว และในวินาทีที่ริมฝีปากทั้งสองผละออกจากกันอย่างอ้อยอิ่ง สายตากลมโตของหว่านเอ๋อก็เหลือบไปเห็นเงาดำลางเลือนที่เคลื่อนไหวอยู่ตรงหน้าต่างห้องครัว... ดวงตาคู่คมกริบของใครบางคนกำลังจ้องมองความหวานชื่นของพวกเขาด้วยแววตาอาฆาตมาดร้าย และมือข้างนั้นกำลังถือห่อกระดาษสีน้ำตาลแปลกประหลาดที่ส่งกลิ่นฉุนรุนแรงคละคลุ้งเข้ามาในความเงียบ! -------------------- (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะมาร่วมเติมความหวานและส่งกำลังใจให้หว่านเอ๋อกับจางเหว่ยนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณภรรยาครับ ยุค 80 นี้ผมเลี้ยงเอง! (ฉบับปลูกผักฉบับคนคลั่งรัก) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%