คุณภรรยาครับ ยุค 80 นี้ผมเลี้ยงเอง! (ฉบับปลูกผักฉบับคนคลั่งรัก)•ตอนที่ 24

ปมปัญหาเก่าที่ตามมา

ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
"ห่อกระดาษสีน้ำตาลนั่น... ถ้ากล้าโยกย้ายเข้ามาใกล้หน้าบ้านฉันอีกแม้แต่ก้าวเดียว ฉันจะสาดน้ำแกงเดือดๆ ใส่หน้าคนถือให้ดูค่ะ!" เสียงประกาศกร้าวของหลินหว่านเอ๋อดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของค่ำคืนยุค 80 โดยไม่ต้องรอให้เงาดำปริศนาได้ขยับตัวทำตามแผนการร้ายกาจ มือเรียวบางที่เพิ่งละจากการบรรจงนวดแป้งพายหอมกรุ่นเมื่อครู่ คว้าทัพพีสเตนเลสเนื้อหนาขึ้นมาถือไว้มั่น ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์ด้วยความรู้ทันอย่างเฉียบคม ไม่มีความตื่นตระหนกหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงความดุดันของแม่เสือสาวที่พร้อมปกป้องรังรักและสามีสุดที่รักจากพวกเหลือบไรสังคม จางเหว่ยที่ยืนอยู่เคียงข้างไม่ได้แสดงอาการตกใจเช่นกัน ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อกล้ามสีเขียวเข้มขยับตัวอย่างรวดเร็วดั่งเสือดาวตื่นจากไพร ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวของเขาหรี่ลงมองเงาดำที่สะท้อนผ่านแสงจันทร์สลัวๆ บริเวณพุ่มไม้ข้างรั้ว ก่อนที่ขายาวจะก้าวพรวดเดียวผ่านกรอบประตูครัวออกไป คว้าคอเสื้อของแขกยามวิกาลที่กำลังจะหันหลังเผ่นหนีได้อย่างแม่นยำ "อั๊ก! ปล่อยนะ... เจ้าเด็กเนรคุณ แกกล้าทำร้ายแม่เลี้ยงของตัวเองอย่างนั้นเรอะ!" เสียงโวยวายแหลมสูงจนแก้วหูแทบแตกดังแหวขึ้นมาทันที พร้อมกับร่างท้วมๆ ของแม่สามีตระกูลจางที่ถูกเหวี่ยงล้มกลิ้งไม่เป็นท่าลงบนพื้นดินเปียกชื้น หน้าตาของนางบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นและเจ็บใจ เสื้อผ้าเนื้อหยาบเปื้อนโคลนจากการพยายามย่องเบา ข้างกายมีห่อกระดาษหนังสือพิมพ์เก่าๆ ที่ส่งกลิ่นเหม็นเปรี้ยวของน้ำส้มสายชูผสมพริกป่นฉุนกึกตกกระเด็นอยู่ หว่านเอ๋อก้าวเท้าตามออกมาอย่างใจเย็น เธอดึงผ้ากันเปื้อนลายลูกไม้สีครีมออก พับเก็บอย่างเรียบร้อยก่อนจะวางไว้บนโต๊ะไม้ใกล้ๆ กิริยาอาการเยือกเย็นและรอยยิ้มมุมปากของเธอยิ่งทำให้แม่สามีรู้สึกเหมือนโดนตบหน้าอย่างแรง "แม่สามี... ดึกดื่นมืดค่ำเช่นนี้ ไม่ยอมนอนจำศีลอยู่บ้านท่านแม่ นึกครึ้มอกครึ้มใจอันใดถึงได้มาเดินเล่นย่องเบาแถวหน้าต่างห้องครัวบ้านคนอื่นเขาคะ? หรือว่าติดใจรสชาติขนมปังเนยสดของดิฉัน จนต้องแอบมาขโมยสูตรยามวิกาลแบบนี้" หว่านเอ๋อเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานใสแต่เชือดเฉือน บรรยากาศรอบตัวถูกกดดันด้วยความนิ่งสงบแต่น่าเกรงขาม "นังสะใภ้ตัวดี ปากดีนักนะแก!" แม่สามีตระกูลจางพยายามยันกายลุกขึ้นด้วยความทุลักทุเล มือเหี่ยวย่นชี้หน้าลูกสะใภ้สลับกับบุตรชายแท้ๆ ของตนเองด้วยความแค้นเคือง "พวกแกสองคนผัวเมียกินดีอยู่ดี ปลูกบ้านหลังใหญ่โต ซื้อทั้งแป้งสาลีชั้นดีและเนื้อหมูชิ้นโตกินทุกวัน แต่ปล่อยให้ฉันกับพ่อเลี้ยงของแกต้องอดอยากปากแห้ง! วันนี้ฉันไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไรมาก... เอาเงินมาสามร้อยหยวน! ถือเป็นค่าเลี้ยงดูบุตรชายอกตัญญูอย่างแก และค่าทำขวัญที่พวกแกอกอกมาอยู่กินกันโดยไม่ยอมบอกกล่าวผู้ใหญ่!" บรรยากาศรอบบ้านพักนายทหารเงียบกริบลงทันที มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรร้องระงม แต่มันกลับทำให้สถานการณ์ตึงเครียดขึ้นเป็นทวีคูณ จางเหว่ยยืนนิ่ง ใบหน้าคมคายไร้ซึ่งรอยยิ้ม ดวงตาคู่นั้นมองผู้ให้กำเนิดด้วยความว่างเปล่าอย่างไร้เยื่อใย ความเจ็บปวดในอดีตที่ถูกมองเป็นเพียงเครื่องมือหาเงินและใช้งานถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้งในความทรงจำ มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน แต่ก่อนที่เขาจะได้เอաբาตรคำใดออกมา หว่านเอ๋อก็เอื้อมมือไปแตะแขนแกร่งนั้นเบาๆ พร้อมกับส่งยิ้มอ่อนโยนให้สามี เป็นเชิงบอกว่า *'ปล่อยให้ฉันจัดการเองค่ะ'* หว่านเอ๋อก้าวออกไปยืนเผชิญหน้ากับหญิงวัยกลางคนผู้เห็นแก่ตัว ร่างเพรียวระหงภายใต้ชุดเดรสเรียบง่ายแต่ดูสะอาดสะอ้านทำให้เธอดูโดดเด่นและมีสง่าราศีราวกับคุณหญิงจากเมืองหลวง ยิ่งเทียบกับสภาพมอมแมมของแม่สามีแล้ว ยิ่งเห็นความแตกต่างราวฟ้ากับเหว "สามร้อยหยวน? โอ้โห... ช่างกล้าเอ่ยปากขอเนอะคะ" หว่านเอ๋อยกมือขึ้นกอดอก หัวเราะเบาๆ ในลำคอด้วยความขบขัน "ท่านแม่ลืมไปแล้วกระมังคะว่า เมื่อสามเดือนก่อน ตอนที่จางเหว่ยได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการฝึก ท่านเป็นคนเซ็นชื่อตัดขาดความสัมพันธ์ในกระดาษแผ่นเดียว ขับไล่เขาออกจากตระกูลจางโดยไม่แม้แต่จะแบ่งข้าวสารติดก้นถังให้สักเมล็ดเดียว แถมยังบอกว่าเขาเป็น 'ตัวซวย' ที่จะพาหายนะมาสู่ครอบครัวไม่ใช่หรือคะ?" แม่สามีสะดุ้งโหย่ง หน้าซีดเผือดลงเล็กน้อยเมื่อถูกจี้ใจดำ แต่ยังคงทำเป็นไขสเกย์ตะโกนกลบเกลื่อน "นั่นมันเรื่องอดีต! ยังไงสายเลือดก็ตัดไม่ขาด มันเป็นลูกฉัน เลี้ยงมันมาจนโต จะทวงบุญคุณแค่นี้ไม่ได้เรอะ!" "สายเลือดเหรอคะ?" หว่านเอ๋อยิ้มเยาะ ดวงตากลมโตฉายแววเฉียบคม "ถ้าพูดถึงบุญคุณข้าวแดงแกงร้อน สามีฉันส่งเงินเดือนทหารให้ทางบ้านท่านมาตลอดห้าปีเต็ม รวมๆ แล้วไม่ใช่แค่สามร้อยหยวนหรอกค่ะ น่าจะเกือบพันหยวนได้กระมัง เงินจำนวนนั้นไปไหนหมดคะ? หรือว่าหมดไปกับการเล่นไพ่ของพี่ชายคนโต และค่าสินสอดของน้องสาวคนเล็กที่เอาไปปรนเปรอสามีขี้เกียจของนาง?" คำพูดที่ตรงประเด็นและแทงใจดำทำเอาแม่สามีอ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออก นางไม่เคยคิดเลยว่านังสะใภ้ชาวบ้านคนนี้จะรู้เรื่องราวภายในครอบครัวของตนเองละเอียดยิบขนาดนี้ "อีกอย่าง..." หว่านเอ๋อเดินเข้าไปใกล้ขึ้นอีกก้าว กลิ่นหอมจางๆ ของแป้งอบและวานิลลาที่ติดตัวเธอรasยลอยปะทะจมูก ช่างตัดกับกลิ่นเหม็นเปรี้ยวของห่อกระดาษในมือแม่สามีอย่างสิ้นเชิง "ห่อกระดาษที่ท่านตั้งใจจะเอามาสาดใส่หน้าต่างห้องครัวเมื่อครู่นี้... ข้างในคือผงพริกผสมปูนขาวใช่ไหมคะ? ตั้งใจจะทำลายข้าวของและทำให้พวกเราแสบตาจนอยู่ไม่ได้ เพื่อจะได้พังเข้ามาขโมยเงินในบ้านสินะคะ?" เมื่อความลับถูกเปิดเผยต่อหน้าต่อตา แม่สามีก็หน้าถอดสี แสดงอาการลุกลี้ลุกลนอย่างเห็นได้ชัด นางไม่คิดว่าแผนการที่คิดมาอย่างดีจะถูกอ่านขาดได้ง่ายดายเช่นนี้ "นัง... นังสารเลว! แกใส่ร้ายฉัน!" นางกรีดร้องเสียงแหลม พยายามจะพุ่งเข้ามาตบหน้าหว่านเอ๋อด้วยความเคียดแค้น แต่ทว่า... ช้าเกินไป! จางเหว่ยขยับตัวเร็วดั่งสายฟ้าแลบ มือใหญ่คว้าข้อมือของนางไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก บีบเพียงเบาๆ จนแม่สามีร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ดวงตาคมดุของนายทหารหนุ่มจ้องมองนางด้วยแววตาเย็นเยียบไร้ความปรานี ยิ่งกว่าตอนที่เขาอยู่ในสนามรบเสียอีก "พอได้แล้วครับ" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังลอดไรฟัน "ถ้าไม่อยากให้ผมไปฟ้องผู้ใหญ่บ้านและกองร้อยทหาร ให้มาตรวจสอบพฤติกรรมพยายามบุกรุกและทำลายทรัพย์สินยามวิกาลของท่าน ก็ไสหัวกลับไปซะ! และจำใส่สมองเอาไว้ว่า... หว่านเอ๋อคือภรรยาของผม ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องแม้แต่ปลายนิ้ว!" ความเย็นชาและเด็ดขาดของบุตรชายทำให้แม่สามีตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวอย่างแท้จริง นางเพิ่งตระหนักในวินาทีนั้นเองว่า บุตรชายคนที่นางเคยคิดว่าเป็นเพียงเครื่องมือหาเงิน ได้กลายเป็นเสือร้ายที่น่ากลัวไปเสียแล้ว นางสะบัดมือหลุดจากการเกาะกุมอย่างลนลาน คว้าห่อกระดาษเจ้าปัญหาแล้ววิ่งหนีหายไปในความมืดอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งเสียงโวยวายโหยหวนไว้เบื้องหลัง ความเงียบสงบกลับคืนสู่บ้านพักอีกครั้ง หว่านเอ๋อยืนมองตามเงาร่างที่วิ่งหนีไปจนลับตา ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ ออกมา มือเรียวยกขึ้นปัดเศษฝุ่นตามเสื้อผ้าของสามีอย่างเบามือ "มือเจ็บหรือเปล่าคะ?" เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา ดวงตากลมโตฉายแววห่วงใยอย่างปิดไม่มิด จางเหว่ยส่ายหน้าช้าๆ ความดุดันน่ากลัวเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงแววตาคลั่งรักและอ่อนโยนยามที่มองภรรยาคนสวย เขาโอบกอดเอวบางเข้ามาแนบชิดอย่างไร้คำพูด ซุกใบหน้าลงกับลาดไหล่เล็กเพื่อสูดดมกลิ่นหอมสะอาดเฉพาะตัวของเธอ เพื่อชำระล้างความสกปรกโสมมของคนใจร้ายเมื่อครู่ออกไปจากความรู้สึก "ผมไม่เป็นไรครับ... ขอบคุณนะหว่านเอ๋อ ที่คอยอยู่เคียงข้างและปกป้องผมเสมอ" เสียงทุ้มพร่ากระซิบข้างใบหู พร้อมกับจุมพิตเบาๆ ที่ขมับอย่างทะนุถนอม "เราเป็นสามีภรรยากันนี่คะ จะขอบคุณกันทำไมเล่ะ" หว่านเอ๋อยิ้มหวาน เธอยกมือขึ้นลูบผมหนานุ่มของสามีอย่างเอ็นดู "อีกอย่าง... เรื่องปัญหายุ่งเหยิงพวกนี้ วันนี้มันแค่เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้นค่ะ แม่สามีฉันไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้ง่ายๆ แน่ หุ้นส่วนฝั่งโน้นคงต้องหาทางเล่นงานเราอีกในไม่ช้า" จางเหว่ยผละออกเล็กน้อย ดวงตาคมกริบฉายแววเจ้าเล่ห์และเด็ดเดี่ยวขึ้นมาวูบหนึ่ง "ถ้าพวกมันกล้ามาอีก ผมจะไม่แค่ไล่ตะردอย่างเดียวแน่... แต่ไม่เป็นไรครับ ค่ำคืนนี้ยังอีกยาวไกล ผมว่าเราเข้าไปทำอะไรร้อนๆ ทานกันดีกว่า คุณยังไม่ได้กินขนมพายที่เพิ่งอบเสร็จเลยไม่ใช่หรือ?" หว่านเอ๋อยิ้มรับ ดวงตาสดใสเป็นประกาย เธอกำลังจะหันหลังกลับเข้าบ้านเพื่อเตรียมจัดโต๊ะอาหารยามดึกเยียวยาจิตใจ แต่ทว่า... ในวินาทีที่เธอก้าวเท้าไปได้เพียงก้าวเดียว สายตากลับเหลือบไปเห็นเงาดำประหลาดอีกสายหนึ่ง ที่กำลังเคลื่อนไหวอย่างน่าสงสัยอยู่บริเวณแปลงปลูกผักในมิติพิเศษที่เปิดประตูทิ้งไว้ครึ่งหนึ่ง! ร่างของใครบางคน... หรือ 'บางสิ่ง' กำลังยืนคร่อมแปลงสตรอว์เบอร์รีสีทองคำขาว เมล็ดพันธุ์ล้ำค่าที่เธอเพิ่งเพาะปลูกไว้เมื่อวานนี้ และมือข้างนั้นกำลังเอื้อมไปเด็ดผลผลิตที่กำลังจะสุกงอม! ดวงตากลมโตของหว่านเอ๋อเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ ขณะที่จางเหว่ยเองก็รู้สึกถึงความผิดปกติและชักปืนพกออกมาเตรียมพร้อมในเสี้ยววินาที! -------------------------------------------------------------- (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาชิมความหวานและร่วมลุ้นไปกับความสู้คนของหว่านเอ๋อนะคะ!)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณภรรยาครับ ยุค 80 นี้ผมเลี้ยงเอง! (ฉบับปลูกผักฉบับคนคลั่งรัก) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%