คุณภรรยาครับ ยุค 80 นี้ผมเลี้ยงเอง! (ฉบับปลูกผักฉบับคนคลั่งรัก)•ตอนที่ 25

สามีปกป้องภรรยา

ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
"ถ้าปากของป้ายังพ่นคำสกปรกออกมาใส่ภรรยาผมอีกแม้แต่คำเดียว... รูที่หน้าผากป้าคงจะได้ระบายอากาศก่อนวัยอันควรแน่ค่ะ" เสียงทุ้มต่ำราวกับน้ำแข็งขั้วโลกใต้แผ่ซ่านความหนาวเยือกไปทั่วบริเวณ ความเงียบสงัดเข้าเกาะกุมลานบ้านตระกูลจางในทันที ปลายกระบอกปืนพกสีดำสนิทในมือของจางเหว่ยไม่ได้สั่นไหวเลยแม้แต่น้อย มันนิ่งสนิท ทว่ากลับทรงพลังพอที่จะทำให้แม่สามีผู้มักมากในทรัพย์สินและปากจัดเป็นประจำถึงกับหน้าซีดเผือด ริมฝีปากที่เคยขยับด่าทออย่างไร้ความเกรงกลัวเมื่อครู่สั่นระริก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อตระหนักว่า นายทหารหนุ่มผู้นี้ไม่ได้ขู่เล่นๆ หลินหว่านเอ๋อยืนอยู่เบื้องหลังแผ่นหลังกว้างที่แสนอบอุ่นและมั่นคง หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งตื้นตัน อุ่นวาจา และทึ่งในความเด็ดขาดของสามีร่างสูง สมกับเป็นนายทหารหนุ่มผู้ซื่อตรงและคลั่งรักเธอจนเข้ากระดูกดำ นางยื่นมือเรียวไปแตะชายเสื้อผ้าของเขาเบาๆ เป็นเชิงส่งสัญญาณว่าพึงพอใจและไม่อยากให้เขาต้องมีมลทินเพราะคนปากหอยปากปูเหล่านี้ "จ...จางเหว่ย! แกกล้าเอาปืนขู่แม่ตัวเองงั้นเรื้อ! ไอ้ลูกอกตัญญู!" แม่สามีแผדเสียงแหลมสูงขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนความกลัว สองมือเหี่ยวย่นสั่นเทาชี้หน้าลูกชายแท้ๆ ของตนเอง "เพราะอีสะไภ้ตัวซวยนี่ใช่ไหม! มันเป่าหูแกจนทำให้แกกล้าหันกระบอกปืนใส่ผู้ให้กำเนิด! ฟ้าดินคงผ่าพวกแกไม่ตายดีแน่!" "ผู้ให้กำเนิด?" จางเหว่ยแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบจนคนฟังต้องสะท้านสะท้าน "ตอนที่พวกท่านส่งผมไปแนวหน้าแล้วยึดเอาเงินเบี้ยเลี้ยงของผมไปจนหมด เพื่อเอาไปส่งเสียให้ลูกชายคนโปรดผลาญเล่น ท่านเคยคิดว่าตัวเองเป็นแม่บ้างไหมคะ... เอ่อ, หมายถึง ท่านเคยคิดบ้างไหม" เขาเปลี่ยนสรรพนามกระชากอารมณ์ "และที่สำคัญ หว่านเอ๋อคือภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผม ใครก็ตามที่กล้าแตะต้องเธอ หรือแม้แต่ใช้คำพูดสกปรกดูถูกเธอ... คนคนนั้นต้องผ่านศพผมไปก่อนค่ะ" คำว่า 'ค่ะ' ที่หลุดจากปากของชายหนุ่มร่างกำยำผู้เคร่งขรึมและดุดันอาจฟังดูแปลกหูในสถานการณ์จริง แต่ในมิตินิยายของเบเกอรี่มิติต่างโลกแห่งนี้ มันคือสัญลักษณ์แห่งความรักความเข้าใจที่เขามีต่อภรรยาจนซึมซับคำพูดและทัศนคติของนางมาโดยไม่รู้ตัว หว่านเอ๋อแอบอมยิ้มเล็กน้อยท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียด นางก้าวออกมาจากด้านหลังแผ่นหลังของสามี ดวงตากลมโตฉายแววเฉลียวฉลาดและเด็ดเดี่ยวไม่แพ้กัน นางปัดฝุ่นที่กระโปรงอย่างใจเย็นราวกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าเป็นเพียงละครลิงฉากหนึ่งเท่านั้น "คุณแม่คะ..." หว่านเอ๋อเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานใส ทว่าแฝงไว้ด้วยความเฉียบคมเชือดเฉือน "การที่พวกท่านบุกมาที่บ้านหลังนี้เพื่อหวังจะแย่งชิงสูตรลับขนมปังและแปลงผักปลอดสารพิษของฉัน มันช่างน่าไม่อายเกินไปหน่อยไหมคะ? เงินทองที่พวกท่านเคยรีดไถจากพวกเรา ฉันยังไม่ได้คิดบัญชีทวงคืนเลยนะคะ อย่าหาว่าฉันใจร้ายถ้าหากพรุ่งนี้ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านจะรู้ว่า แม่สามีผู้ประเสริฐพยายามจะปล้นทรัพย์สินของลูกชายแท้ๆ ของตัวเอง!" "อี...อีสะไภ้สารเลว!" แม่สามีหน้าดำคร่ำเครียดจนแทบจะเป็นลมล้มพับไปกับพื้น นางหันไปโวยวายกับบรรดาญาติๆ ที่พากันมามุงดูเหตุการณ์ "พวกแกยืนบื้ออยู่ทำไมวะ! ช่วยกันรุมสั่งสอนมันสิ! บ้านหลังนี้เป็นสมบัติของตระกูลจางนะโว้ย!" ทว่า ไม่มีญาติคนไหนกล้าขยับตัวเลยสักคน ทุกคนต่างเห็นสายตาคมกริบราวกับเหยี่ยวล่าเหยื่อของจางเหว่ยที่กวาดมองไปรอบวง ยิ่งไปกว่านั้น กลิ่นอายความเป็นความตายที่สั่งสมมาจากสนามรบจริงทำให้ไม่มีใครกล้าเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่เพื่อความโลภของหญิงแก่คนเดียว "ไสหัวไปค่ะ" จางเหว่ยลั่นวาจาสิทธิ์ พลางลดปืนลงช้าๆ แต่ยังคงวางมือไว้ที่ด้ามปืนพร้อมหยิบใช้ได้ตลอดเวลา "ถ้าไม่อยากให้ผมใช้สิทธิ์ทางกฎหมายและอำนาจทหารจัดการพวกท่านข้อหาบุกรุกและข่มขู่คุกคาม... เชิญออกไปจากอาณาเขตบ้านของพวกเราเดี๋ยวนี้ค่ะ!" ด้วยความกลัวตายและเสียหน้า แม่สามีจึงทำได้เพียงกัดฟันกรอด น้ำตาคลอเบ้าด้วยความแค้นเคือง นางชี้หน้าทิ้งท้าย "พวกแกจำไว้! ชีวิตคู่ของพวกแกไม่มีวันมีความสุขหรอก! ฉันจะคอยดูวันที่พวกแกพินาศ!" จากนั้นจึงจำใจต้องกะเตงบรรดาญาติๆ ถอยร่นออกไปจากรั้วบ้านอย่างทุลักทุเล เมื่อความวุ่นวายผ่านพ้นไป บรรยากาศรอบตัวก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง หว่านเอ๋อถอนหายใจยาวออกมาเบาๆ ก่อนจะหันไปมองสามีหนุ่มที่ยืนหน้าตึงเครียดอยู่ "เหนื่อยไหมคะคุณสามี?" นางเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน ยื่นมือไปจับมือหนาหยาบกร้านจากการทำงานหนักของเขาขึ้นมาลูบเบาๆ จางเหว่ยผ่อนลมหายใจ ความเย็นชาในแววตาสลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความอ่อนโยนและความคลั่งรักที่เอ่อล้น เขาคว้าตัวภรรยาคนสวยเข้ามาสวมกอดไว้แน่น ฝังใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นสูดดมความสะอาดสดชื่นเพื่อชาร์จพลังใจ "เพื่อเธอแล้ว พี่ไม่เหนื่อยเลยสักนิดค่ะ..." จางเหว่ยกระซิบเสียงพร่าข้างใบหู ทำเอาหว่านเอ๋อรู้สึกจั๊กจี้และใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันที "แต่พี่โกรธที่พวกมันทำให้เธอต้องตกใจกลัว" "ฉันไม่ใช่เด็กผู้หญิงอ่อนแอนะคะ ฉันสู้คนจะตายไป" หว่านเอ๋อย่นจมูกใส่เขาอย่างน่ารัก ก่อนจะดันอกเขาเบาๆ "เอาล่ะค่ะ ไหนๆ เรื่องยุ่งๆ ก็จบลงแล้ว วันนี้เรามาฉลองชัยชนะด้วยของอร่อยๆ กันดีกว่าค่ะ" นางสะบัดมือเรียกใช้งานมิติลับในพริบตา แสงประกายจางๆ วับแวมปรากฏขึ้นบนโต๊ะไม้กลางห้องครัว เผยให้เห็นวัตถุดิบชั้นเลิศที่ไม่มีทางหาได้ในยุค 80 นี้ แป้งสาลีนำเข้า เนยแท้กลิ่นหอมกรุ่น และผลไม้ตระกูลเบอร์รี่สดฉ่ำจากมิติต่างโลก ไม่นานนัก กลิ่นหอมหวานอันเป็นเอกลักษณ์ของ "เค้กชิฟฟ่อนใบเตยมะพร้าวอ่อน" ผสมผสานกับกลิ่นเนยสดแท้ๆ และกาแฟดริปคั่วบดใหม่ๆ ก็ลอยฟุ้งกระจายข้ามรั้วบ้าน ออบอวลไปทั่วทั้งหมู่บ้านยามบ่าย ท่ามกลางสายตาอิจฉาริษยาของชาวบ้านที่แอบมองมาจากระยะไกล จางเหว่ยช่วยภรรยาคนเก่งจัดโต๊ะอย่างขยันขันแข็ง ดวงตาคมกริมมองภรรยาคนสวยที่กำลังบรรจงตกแต่งหน้าเค้กด้วยความรักและชื่นชมอย่างไม่รู้เบื่อ แต่ทว่า... ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะมีความสุขกับช่วงเวลาสโลว์ไลฟ์อันแสนอบอุ่นนั้นเอง เสียงเคาะประตูรั้วบ้านดังปังๆ อย่างรุนแรงก็ขัดจังหวะขึ้นอีกครั้ง! ปัง! ปัง! ปัง! "คุณจางเหว่ย! คุณหว่านเอ๋อ!แย่แล้วครับ! รีบเปิดประตูเร็วเข้า!" เสียงตะโกนร้อนรนของหัวหน้าหมู่บ้านดังลั่น พร้อมกับข่าวสารสะเทือนขวัญที่ทำให้จางเหว่ยต้องขมวดคิ้วมุ่นทันที "เกิดเรื่องใหญ่ที่สหกรณ์อำเภอแล้วครับ! สินค้าล็อตแรกที่พวกคุณฝากขาย... ถูกคนร้ายบุกรุกทำลายจนป่นปี้หมดแล้ว!" ดวงตากลมโตของหว่านเอ๋อเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ ขณะที่จางเหว่ยหรี่ตาลงอย่างอันตราย รังสีสังหารแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาทันทีเมื่อรู้ว่ามีคนกล้ามาตัดทางทำมาหากินของภรรยา! --- *(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่คอยสนับสนุนและเดินทางร่วมกันมาจนถึงตอนนี้นะคะ!)*
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณภรรยาครับ ยุค 80 นี้ผมเลี้ยงเอง! (ฉบับปลูกผักฉบับคนคลั่งรัก) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%