กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟดริปคั่วกลางที่ลอยอบอวลมาจากแก้วเซรามิกเคลือบสีครีม ตัดกับเสียงเหรียญทองแดงกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊งในถุงผ้าดิบ คือสัญญาณเตือนภัยชั้นดีว่าเช้าวันนี้... กระเป๋าเงินของจางเหว่ยกำลังจะเบาหวิวลงอย่างแน่นอนค่ะ
"หว่านเอ๋อค่ะ เกลือ น้ำตาล และแป้งสาลีเนื้อละเอียดในห้องครัวของเธอลดลงไปครึ่งหนึ่งแล้วนะคะ ไหนจะผงฟูและเนยสดที่เธอใช้ทำเค้กชิ้นเล็กๆ แจกเด็กๆ บ้านท้ายซอยนั่นอีก... วันนี้เราต้องไปเหมาซื้อทุกอย่างที่ตลาดใหญ่ในตัวอำเภอค่ะ"
จางเหว่ยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำทุ้มต่ำ ขณะกำลังใช้ผ้าขนหนูผืนสะอาดเช็ดมือที่เปื้อนคราบน้ำมันเครื่องจากรถจักรยานคันเก่ง ดวงตาคมกริบที่มักจะใช้ปราบพวกอันธพาลและญาติผู้พี่จอมเจ้ากี้เจ้าการในหมู่บ้าน บัดนี้กลับอ่อนแสงลงจนแทบจะละลายเมื่อมองร่างบางของภรรชาที่กำลังยืนงละเมียดชิมพุดดิ้งรสนมสดในมือ
หลินหว่านเอ๋อวางช้อนสแตนเลสลงบนจานกระเบื้องอย่างแผ่วเบา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างปิดไม่มิด หญิงสาวหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับสามีร่างสูงใหญ่ที่วันนี้สวมเสื้อเชิร์ตสีเขียวขี้ม้าพับแขนขึ้นจนเห็นกล้ามเนื้อแขนสมส่วน
"แหม นายทหารจางคะ... พูดราวกับว่าคุณเป็นเศรษฐีเงินล้านไปได้ ทราบไหมคะว่าของที่ฉันอยากได้วันนี้ ไม่ได้มีแค่แป้งกับน้ำตาลหรอกนะคะ" นางเอกสาวเอียงคอมองด้วยดวงตากลมโตเป็นประกาย เจ้าตัวแอบซ่อนรอยยิ้มซุกซนไว้ใต้ท่าทีเรียบร้อย "ถ้าคุณกลัวกระเป๋าแฟบตั้งแต่ต้นเดือน เกรงว่าคุณอาจจะต้องกอดกระสอบแป้งร้องไห้ข้ามคืนเอาได้นะคะ"
จางเหว่ยแค่นหัวเราะในลำคออย่างเอ็นดู ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวภรรยาด้วยความรวดเร็ว มือหนายื่นออกไปปัดเศษแป้งบางเบาที่ติดอยู่ข้างแก้มเนียนใสของเธอออกอย่างเบามือ ราวกับเธอบอบบางยิ่งกว่าไข่ในหิน "เงินเดือนทหารของฉัน เบี้ยเลี้ยงสนามฝึก และเงินรางวัลพิเศษจากการกวาดล้างโจรป่าเมื่อเดือนก่อน... ทั้งหมดนั่นถูกโอนเข้าบัญชีและซ่อนไว้ในกล่องไม้ใต้เตียงห้องเราเรียบร้อยแล้วค่ะ หว่านเอ๋ออยากได้อะไร ต่อให้เป็นดาวบนฟ้าหรือเครื่องจักรกลการเกษตรนำเข้าจากเมืองหลวง ฉันก็พร้อมจะพลิกแผ่นดินหามาให้คุณค่ะ"
คำพูดหวานเลี่ยนที่ออกจากปากของนายทหารผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเย็นชาและไร้ความรู้สึก ทำให้หว่านเอ๋อถึงกับต้องแอบกลอกตาด้วยความหมั่นไส้ แต่ใบหูที่ขึ้นสีแดงเรื่อนั้นปฏิเสธความเขินอายไม่ได้เลยจริงๆค่ะ
การเดินทางเข้าสู่ตัวอำเภอในยุค 80 ผ่านรถจักรยานคู่ชีพที่ถูกดัดแปลงเบาะหลังให้นั่งสบายที่สุด ใช้เวลาเดินทางราวหนึ่งชั่วโมงเต็ม สองข้างทางเต็มไปด้วยทุ่งนาสีเขียวขจีและสายลมเย็นๆ ที่พัดโชยกลิ่นไอธรรมชาติ แต่ทันทีที่ล้อรถเคลื่อนตัวเข้าสู่เขตย่านการค้าใจกลางเมือง บรรยากาศก็แปรเปลี่ยนเป็นความจอแจและคึกคักของพ่อค้าแม่ขายทันที
"ว้าว... วันนี้คนเยอะเป็นพิเศษเลยนะคะ" หว่านเอ๋ออุทานเบาๆ ดวงตาเป็นประกายวาววับเมื่อกวาดสายตามองแผงลอยสองข้างทางที่มีทั้งผ้าแพรสีสด สมุนไพรจีนหายาก และร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้ามือสอง
จางเหว่ยจูงจักรยานเดินเคียงข้างภรรยาไม่ห่าง มือหนาอีกข้างคอยกันผู้คนที่เดินเบียดเสียดไม่ให้มาชนร่างบาง "ระวังหน่อยค่ะ คนเยอะ เดี๋ยวจะสะดุดล้มเอา... ว่าแต่นักชิมคนเก่งของเรา เป้าหมายแรกคือร้านไหนคะ?"
"ร้านขายวัตถุดิบเบเกอรี่และเครื่องครัวเหล็กหล่อค่ะ!" หว่านเอ๋อชี้ไปยังตึกแถวสองชั้นขนาดใหญ่ที่มีป้ายไม้เก่าแก่แขวนอยู่ ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไป กลิ่นหอมของอบเชยและวานิลลาจางๆ ก็ลอยมาแตะจมูก ทักษะเชฟเบเกอรี่ในตัวของเธอก็ตื่นตัวทันที
ภายในร้าน หว่านเอ๋อราวกับเด็กหญิงตัวน้อยที่หลุดเข้าไปในดินแดนมหัศจรรย์ มือเรียวหยิบจับแป้งสาลีนำเข้าเกรดพรีเมียม เนยแท้จากต่างประเทศที่หาซื้อยากยิ่งในยุคนี้ รวมถึงพิมพ์อบขนมเค้กอะลูมิเนียมหล่อขึ้นรูปอย่างดีใส่ตะกร้าไม้ไผ่ที่จางเหว่ยถือตามหลังต้อยๆ อย่างไม่มีย่อท้อ
"อันนี้ เอาค่ะ... อันนั้นด้วยนะคะคุณจางเหว่ย" นางเอกสาวกวาดสายตาสำรวจชั้นวางของ ก่อนจะหยิบขวดวานิลลาสกัดแท้ราคาแพงลิบลิ่วใส่ตะกร้าเพิ่มอีกสามขวด
เถ้าแก่ร้านขายของชำถึงกับตาโตอ้าปากค้าง เมื่อเห็นสามีภรรยาคู่นี้กวาดซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยแบบไม่ถามราคา แม้แต่พนักงานในร้านยังต้องรีบวิ่งมาช่วยยกของไปคิดเงินที่เคาน์เตอร์ด้วยความนอบน้อม
"ทั้งหมดแปดสิบเจ็ดหยวนกับห้าสิบเฟินครับ!" เถ้าแก่คิดเงินเสียงดังฟังชัด พร้อมกับเหลือบมองหน้าสามีหนุ่มเพื่อดูอาการกระเป๋าฉีก
แต่จางเหว่ยกลับไม่มีท่าทีลังเลเลยแม้แต่น้อย ชายหนุ่มควักปึกธนบัตรออกจากกระเป๋าเสื้อกั๊กอย่างใจกว้าง นับเงินส่งให้เถ้าแก่ด้วยความคล่องแคล่ว "ไม่ต้องทอนครับ เก็บเศษที่เหลือไว้เป็นค่าบริการจัดส่งไปที่สถานีรถไฟท้ายเมืองด้วยนะครับ"
หว่านเอ๋อหันขวับมามองสามีด้วยความตกใจระคนหมั่นไส้ "คุณเปย์หนักเกินไปแล้วนะคะ! เงินเดือนคุณเดือนนี้จะพอใช้ถึงสิ้นเดือนไหมเนี่ย?"
จางเหว่ยโน้มใบลงมาใกล้กระซิบข้างใบหูของเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววเจ้าเล่ห์ "เพื่อรอยยิ้มและขนมเค้กเนื้อนุ่มฟูที่คุณทำ0ให้ฉันกินทุกเย็น ต่อให้ต้องกินแกลบไปครึ่งเดือน ฉันก็ยอมค่ะ... อีกอย่าง ภรรยาของผมเก่งกาจเรื่องการค้าขายจะตาย เดี๋ยวเอาเงินจากการขายขนมปังในตลาดมืดมาคืนไม่กี่วันก็คืนทุนแล้วค่ะ"
คำเยินยอที่แฝงความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยม ทำให้หว่านเอ๋อต้องยอมจำนนด้วยรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้ม ทั้งสองเดินเลือกซื้อของกันต่อจนกระทั่งช่วงบ่ายคล้อย แวะทานบะหมี่เนื้อตุ๋นร้อนๆ ในร้านลับริมตรอกที่เส้นบะหมี่เหนียวนุ่มและน้ำซุปกลมกล่อมจนแทบอยากจะกลืนลิ้นตัวเอง
ทว่า ความสงบสุขและบรรยากาศโรแมนติกกำลังจะจางหายไป เมื่อเสียงแหลมสูงคุ้นหูดังแทรกเข้ามาในโสตประสาทท่ามกลางฝูงชน
"อุ๊ยตายแล้ว! นั่นมันนังสะไภ้ตัวดีกับไอ้จางเหว่ยไม่ใช่เหรอคะแม่? มาเดินลอยชายช้อปปิ้งซื้อของแพงระยับแบบนี้ สงสัยคงเอาเงินจากกองกลางของตระกูลเรามาผลาญเล่นแน่ๆ เลยค่ะ!"
ร่างท้วมของพี่สะใภ้รองตระกูลจาง ก้าวออกมาจากร้านขายผ้าไหมพร้อมกับถือถุงผ้าแพรราคาแพงหลายใบ ข้างกายมีแม่สามีจอมเจ้ากี้เจ้าการที่ใบင်းบึ้งตึงราวกับโกรธใครมาแปดชาติ เดินกระแทកเท้าเข้ามาขวางทางเดินของทั้งคู่ไว้ด้วยท่าทีหาเรื่อง
จางเหว่ยหรี่ตาลงทันที รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาราวกับน้ำแข็งขั้วโลก มือหนาขยับดึงร่างบางของภรรยาให้มาหลบอยู่ด้านหลังตนเองโดยสัญชาตญาณ ดวงตาคมกริบจ้องมองสองแม่ลูกด้วยแววตาดุดันที่พร้อมจะพุ่งชนทุกเมื่อ
"ถอยไปค่ะ พวกเรากำลังจะกลับบ้าน" จางเหว่ยเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน บรรยากาศรอบตัวกดดันจนผู้คนที่เดินผ่านไปมาต้องรีบถอยกรูด
แม่สามีเชิดหน้าขึ้นด้วยความไม่พอใจ นางชี้หน้าลูกชายคนรองด้วยความโกรธเกรี้ยว "ไอ้ลูกเนรคุณ! แกแต่งงานกับนังตัวซวยนี่แล้วก็ลืมหัวอกคนเป็นแม่เลยรึไงวะ? แกมีเงินมาเดินช้อปปิ้งซื้อของหรูหราฟุ่มเฟือยในเมือง แต่ไม่เคยส่งเงินกลับไปให้ตระกูลจางเลยสักแดงเดียว! ไหน... ในตะกร้านั่นมีอะไรบ้าง เอาออกมาให้ฉันตรวจดูเดี๋ยวนี้!"
หว่านเอ๋อที่แอบอยู่ข้างหลังสามี ค่อยๆ ก้าวเท้าออกมาด้วยใบหน้าระรื่น รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างท้าทาย หญิงสาวหยิบขวดวานิลลาสกัดราคาแพงขึ้นมาถือไว้ในมือหมุนเล่นไปมาอย่างไม่เกรงกลัว
"อ้าว คุณแม่สามี... และก็พี่สะใภ้รองผู้ประเสริฐนะคะ" หว่านเอ๋อกวาดสายตามองถุงผ้าแพรในมืออีกฝ่ายด้วยแววตาวิเคราะห์ "เงินในกระเป๋าของพวกเรา จะหามาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงหรือหยาดเหงื่อเปอร์เซ็นต์ไหน... มันก็เป็นเงินที่สามีฉันหามาด้วยความสัตย์จริงค่ะ ไม่ได้ไปปล้น ไปแย่ง หรือไปสูบเลือดสูบเนื้อใครมาเหมือนเงินที่พวกท่านเอามาละลายซื้อผ้าไหมแพงๆ หรอกนะคะ"
"นัง... นังสะไภ้ปากดี!" แม่สามีหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธจนตัวสั่นเทา เงื้อมือขึ้นหมายจะตบหน้าลูกสะใภ้ตัวแสบให้หายแค้น
แต่ทว่า... มือหนาของจางเหว่ยไวกว่าราวกับสายฟ้าแลบ ชายหนุ่มคว้าจับข้อมือของมารดาไว้แน่นสนิท แรงบีบที่หนักหน่วงทำเอาแม่สามีถึงกับร้องอุทานออกมาด้วยความเจ็บปวด ดวงตาคมกริบของนายทหารหนุ่มจ้องมองมารดาด้วยแววตาที่ไร้ซึ่งความปรานีเป็นครั้งแรกในชีวิต
"ถ้ามือข้างนี้กล้าแตะต้องภรรยาผมแม้แต่นายเดียว... อย่าหาว่าผมไม่เกรงใจความเป็นแม่ก็แล้วกันค่ะ"
น้ำเสียงทรงพลังและเด็ดเดี่ยวของจางเหว่ยสะท้อนก้องไปทั่วบริเวณ จนแม่สามีและพี่สะใภ้รองถึงกับหน้าถอดสี ถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักแน่นของชายในชุดเครื่องแบบทหารระดับสูง พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อจางเหว่ยก็ดังแทรกขึ้นมาจากตรอกฝั่งตรงข้าม
"ผู้กองจางเหว่ย! แย่แล้วครับ! ด่วนที่สุด! มีคำสั่งด่วนจากกองบัญชาการทหารสูงสุด ให้คุณรายงานตัวและนำกำลังพลเข้าตรวจค้น 'โกดังลับท้ายตลาด' เดี๋ยวด่วนที่สุดครับ เพราะมีรายงานว่าพบ... 'สินค้าต้องห้ามจากต่างมิติ' ซุกซ่อนอยู่ข้างในนั้นจำนวนมหาศาล!"
[ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "เบเกอรี่มิติต่างโลก" มาโดยตลอดนะคะ ขอให้มีความสุขกับทุกตัวอักษรค่ะ]
คุณภรรยาครับ ยุค 80 นี้ผมเลี้ยงเอง! (ฉบับปลูกผักฉบับคนคลั่งรัก)•ตอนที่ 26
ทริปเข้าเมืองซื้อของเข้าบ้าน
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณภรรยาครับ ยุค 80 นี้ผมเลี้ยงเอง! (ฉบับปลูกผักฉบับคนคลั่งรัก) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!