กลิ่นหอมของเนยแท้ผสมผสานกับวานิลลาคั่วสดกำลังพวยพุ่งออกมาจากเตาอบโบราณที่จางเหว่ยช่วยซ่อมแซมให้เมื่อคืน เสียงหัวเราะคิกคักของหลินหว่านเอ๋อเคล้ากับเสียงเคาะตะหลิวไม้เบาๆ ดังขึ้นท่ามกลางห้องครัวที่อบอวลไปด้วยความสุข
“ถ้าคุณแม่สามีมาเห็นเข้าว่าเราแอบเอาแป้งสาลีชั้นดีจากมิติลับมาทำเค้กชิฟฟอนในยุคที่ข้าวยากหมากแพงแบบนี้ ท่านคงลมจับและวิ่งเอาไม้กวาดมาไล่ตีฉันรอบหมู่บ้านแน่ๆ เลยค่ะพี่จาง”
หว่านเอ๋อยิ้มพราย ดวงตากลมโตเป็นประกายซุกซนขณะที่เธอกำลังใช้พายยางตะล่อมไข่ขาวที่ตีจนตั้งยอดแข็งเข้ากับส่วนผสมช็อกโกแลตเข้มข้น ร่างสูงใหญ่ของจางเหว่ยที่ยืนซ้อนหลังอยู่เงียบๆ ยื่นมือมาช่วยประคองอ่างผสมให้มั่นคงขึ้น ใบหน้าคมคายของนายทหารหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเย็นชาและความดุดันในค่ายทหาร กลับอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัดยามที่มองภรรยาคนสวย
“ต่อให้แม่กับป้าสะใภ้บุกมาที่นี่ ผมก็เอาตัวบังให้คุณได้ทั้งคนค่ะ หว่านเอ๋อ... ขนมปังและเค้كةของคุณอร่อยจนผมยอมเอาหัวเป็นประกัน ใครหน้าไหนก็ไม่มีทางแย่งมันไปจากคุณได้หรอก”
น้ำทุ้มต่ำที่เจือความคลั่งรักแบบไม่ปิดบังทำเอาแก้มเนียนใสของหว่านเอ๋อขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างช่วยไม่ได้ เธอค้อนใส่สามีหนุ่มไปหนึ่งวงด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะเทเนื้อเค้กเนียนนุ่มลงในพิมพ์ทรงกลมแล้วส่งเข้าเตาอบที่ควบคุมอุณหภูมิด้วยถ่านไม้สนกลิ่นหอมละมุน
นี่คือภารกิจสำคัญในแผนการยกระดับคุณภาพชีวิตและกอบโกยเงินหยวนในตลาดเมืองใหญ่ของวันนี้... "เค้กชิฟฟอนหนหน้าร้อนสไตล์ยุค 80" ที่ผสมผสานความคลาสสิกของขนมตะวันตกเข้ากับวัตถุดิบพื้นบ้านหายาก หว่านเอ๋อตั้งใจจะนำมันไปวางขายตัดหน้าแผงค้าของตระกูลสามีที่คอยจ้องจะสูบเลือดสูบเนื้อเธอกับสามีมาโดยตลอด!
สองชั่วโมงต่อมา บนรถจักรยานบรรทุกของคันเก่าที่ถูกขัดสีฉวีวรรณจนสะอาดเอี่ยม หว่านเอ๋อนั่งซ้อนท้ายจางเหว่ย มุ่งหน้าสู่ตลาดกลางประจำอำเภอเมืองที่ผู้คนกำลังพลุกพล่าน กล่องไม้สนบุผ้าฝ้ายสะอาดสะอ้านถูกเปิดออก เผยให้เห็นเค้กชิฟฟอนเนื้อเนียนนุ่ม แต่งหน้าด้วยครีมสดตีมือและผลไม้ป่าสีแดงสดที่เธอแอบไปเก็บมาจากมิติห้างสรรพสินค้า
ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าสู่เขตตลาด กลิ่นหอมหวานละมุนของเนยสดและวานิลลาที่โชยมากับสายลม ก็หยุดฝีเท้าของแม่ค้าและชาวบ้านนับสิบคนให้หันขวับมามองเป็นตาเดียว!
“นั่นกลิ่นอะไรน่ะ? หอมหวานยิ่งกว่าร้านค้าของสหกรณ์อำเภอเสียอีก!”
เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นทันที หว่านเอ๋อแย้มยิ้มอย่างมั่นใจ เธอจัดแจงตั้งโต๊ะไม้เล็กๆ ปูด้วยผ้าขาวสะอาด วางเค้กชิ้นแรกที่ตัดแบ่งอย่างประณีตลงบนจานกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดตา ความโดดเด่นสะดุดตาของเค้กยุคใหม่ที่ไม่เคยมีใครพบเห็นมาก่อนในมณฑลนี้ ทำให้ผู้คนเริ่มกรูเข้ามามุงด้วยความตื่นตะลึง
“นี่คือขนมอะไรกันแม่สาวน้อย หน้าตาน่ากินเป็นบ้า ขายยังไงล่ะนั่น?” หญิงวัยกลางคนแต่งกายภูมิฐานท่าทางเหมือนภรรยาคหบดีเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“เรียนคุณแม่ค้าและพี่น้องทุกท่านค่ะ ขนมนี้มีชื่อว่า ‘เค้กชิฟฟอนละมุนลิ้น’ ทำจากแป้งสาลีเนื้อดี ไข่ไก่สดจากฟาร์ม และครีมสดแท้ๆ ไม่มีส่วนผสมของแป้งมันราคาถูกเจือปน เนื้อเค้กนุ่มฟูละลายในปาก รับรองว่าทานคู่กับชาจีนร้อนๆ ยามบ่ายแล้วจะลืมความเหนื่อยล้าไปเลยค่ะ วันนี้ฉันทำมาจำกัดเพียงสิบชิ้นเท่านั้น ชิ้นละสองเหมาค่ะ!”
สิ้นเสียงประกาศของหว่านเอ๋อ ฝูงชนถึงกับฮือฮา ราคา "สองเหมา" ถือว่าค่อนข้างสูงสำหรับขนมชิ้นเดียวในยุค 80 นี้ แต่ด้วยรูปลักษณ์ที่งดงามราวกับงานศิลปะและกลิ่นหอมเย้ายวนใจ ทำให้หญิงวัยกลางคนคนแรกไม่ลังเลที่จะควักเงินหยวนออกมาทันที
“ฉันเอาชิ้นหนึ่ง! ส่งมาให้ไวเลยแม่หนู!”
เพียงชิ้นแรกถูกส่งมอบและตักเข้าปาก รสสัมผัสอันนุ่มละมุน หวานกำลังพอดี และหอมละมุนอบอวลในโพรงปาก ก็ทำเอาภรรยาคหบดีถึงกับเบิกตากว้าง อุทานออกมาด้วยความทึ่ง “โอH สวรรค์! นี่มันรสชาติอะไรกันเนี่ย นุ่มเหมือนก้อนเมฆ ละลายในปาก ไม่เคยได้กินอะไรอร่อยขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต!”
ปฏิกิริยาของลูกค้ารายแรกทำให้ฝูงชนที่เหลือต่างแย่งกันกรูเข้ามาจับจองเค้กที่เหลือราวกับแจกฟรี จางเหว่ยต้องทำหน้าที่เป็นยามจำเป็นคอยกันฝูงชนที่ไม่ระเบียบออกอย่างสุภาพ แต่ก็แอบอมยิ้มด้วยความภาคภูมิใจในตัวภรรยาคนเก่งที่กำลังหยิบเงินหยวนเข้ากระเป๋าจนมือเป็นระวิง
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังคึกคักและสินค้าล็อตแรกกำลังจะหมดเกลี้ยงในเวลาไม่ถึงสิบนาที เสียงกรีดแหลมสูงด้วยความริษยาก็แผดดังขึ้นแหวกฝูงชนเข้ามา
“ยัยตัวซวย หว่านเอ๋อ! แกกล้าดียังไงมาตั้งแผงแย่งลูกค้าค้าขายแข่งกับตระกูลจางของพวกเรา แถมยังเอาเงินสกปรกพวกนี้ไปปรนเปรอไอ้ลูกอกตัญญูอีก!”
ร่างอ้วนท้วนของป้าสะใภ้ใหญ่แห่งตระกูลจาง พร้อมด้วยแม่สามีหน้าเลือดที่ถือไม้กวาดมาด้วยความโกรธเกรี้ยว พุ่งตรงเข้ามาหมายจะปัดโต๊ะเค้กของหว่านเอ๋อให้พังครืนลงกับพื้นต่อหน้าต่อตาผู้คนนับร้อย!
หว่านเอ๋อหรี่ตาลง รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปาก เธอไม่แม้แต่จะถอยหลังหนีแม้แต่ก้าวเดียว ขณะที่จางเหว่ยขยับตัวเข้ามายืนขวางหน้าภรรยาด้วยแววตาดุดันราศีกดดันแผ่ซ่านจนแม่สามีต้องชะงักกึก
แต่ก่อนที่ความวุ่นวายจะลุกลาม ชายชราในชุดสูทจีนโบราณเนื้อดี พร้อมบอดี้การ์ดสวมแว่นตาดำสองคน ก็แหวกฝูงชนเดินตรงดิ่งเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะเค้กของหว่านเอ๋ออย่างสง่างาม
ชายชราสูดดมกลิ่นหอมของเค้กชิ้นสุดท้ายที่เหลืออยู่บนโต๊ะแวบหนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาหว่านเอ๋อด้วยรอยยิ้มลึกลับ
“แม่หนู... เค้กก้อนนี้ ข้าขอเหมาทั้งหมดในราคาห้าร้อยหยวน... แต่มีข้อแม้ว่าเจ้าต้องตอบข้าให้ได้ว่า ส่วนผสมลับที่ทำให้เค้กชิ้นนี้มีกลิ่นอายของความสุข คืออะไรกันแน่?”
เบเกอรี่มิติต่างโลก
คุณภรรยาครับ ยุค 80 นี้ผมเลี้ยงเอง! (ฉบับปลูกผักฉบับคนคลั่งรัก)•ตอนที่ 27
สูตรลับขนมเค้กยุค 80
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณภรรยาครับ ยุค 80 นี้ผมเลี้ยงเอง! (ฉบับปลูกผักฉบับคนคลั่งรัก) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!