คุณภรรยาครับ ยุค 80 นี้ผมเลี้ยงเอง! (ฉบับปลูกผักฉบับคนคลั่งรัก)•ตอนที่ 28

คำครหาของชาวบ้าน

ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
"ของพวกนั้น... ถ้าไม่ได้ไปลักขโมยใครมา หรือไปทำเรื่องน่าอายลับหลังผู้กองจาง สะใภ้รองคงเสกมันออกมาจากอากาศไม่ได้หรอกกระมังคะ!" เสียงแหลมสูงของป้าสะใภ้ใหญ่แห่งหมู่บ้านหง H ปล่อยออกมาอย่างจงใจให้ดังลั่นหน้าแปลงผัก ขณะที่มือเหี่ยวย่นกำลังเท้าสะเอว สายตาขุ่นเคืองจดจ้องไปยังรั้วไม้ไผ่สะอาดสะอ้านของบ้านตระกูลจางราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ หลินหว่านเอ๋อไม่ได้เงยหน้าขึ้นทันที หญิงสาวกำลังใช้แปรงขนนุ่มปัดผงแป้งอเนกประสงค์ออกจากขนมปังบริยอชเนื้อเนียนละเอียดที่เพิ่งอบเสร็จใหม่ๆ กลิ่นหอมฟุ้งของเนยแท้ผสมผสานกับความหวานนุ่มละมุนของวานิลลาลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ ตัดกับกลิ่นโคลนสาบควายในชนบทอย่างสิ้นเชิง นั่นคือชนวนเหตุแห่งความริษยาในเช้าวันนี้ บนโต๊ะไม้หน้าบ้าน มีทั้งแยมสตรอว์เบอร์รีโฮมเมดสีแดงสดในโหลแก้วใสสะอาด แป้งสาลีเนื้อดีที่ชาวบ้านแถบนี้ทำได้แค่มองตาปริบๆ และที่สำคัญที่สุดคือจักรเย็บผ้า ยี่ห้อดังจากเมืองหลวงที่ตั้งตระหง่านอยู่ห้องโถง—สิ่งของเหล่านี้คือ "ความผิดมหันต์" ในสายตาของคนในหมู่บ้านที่ยังต้องปากกัดตีนถีบ "ป้าใหญ่พูดจาระวังปากหน่อยนะคะ" หว่านเอ๋อวางถาดอบลงบนโต๊ะเบาๆ เสียงของเธอราบเรียบแต่นิ่งสนิท เต็มไปด้วยพลังกดดันที่ทำให้อีกฝ่ายชะงักไปชั่วขณะ "ของทุกชิ้นในบ้านนี้ สามีฉันเอาเงินเดือนทหารและหยาดเหงื่อแรงงานแลกมา หรือไม่ก็เป็นสิ่งที่ฉันลงมือทำมาค้าขายด้วยลำแข้งตัวเอง หากป้าใหญ่สงสัยที่มาที่ไปนัก ทำไมไม่ไปยื่นเรื่องให้ทางการมาตรวจสอบล่ะคะ มายืนเห่าหอนหน้าบ้านคนอื่นแบบนี้ มันดูน่าสมเพชมากกว่าน่าเชื่อถือนะคะ" "นัง... นังเด็กปากกล้า!" ป้าสะใภ้ใหญ่หน้าดำคร่ำเครียด สั่นเทาด้วยความโกรธ "แกกล้าดียังไงมาว่าฉัน! ใครๆ ในหมู่บ้านเขาก็พูดกันทั้งนั้น ว่าแกมันพวกปรสิตสูบเลือดเนื้อสามี แถมยังทำตัวฟุ่มเฟือยหรูหราเกินหน้าเกินตาชาวบ้าน ชาวบ้านเขาทำนาหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินแทบตาย แต่แกกลับมานั่งอบขนมกลิ่นอลวน กินข้าวขาวทุกมื้อ แถมยังมีเงินซื้อผ้าเนื้อดีตัดชุดใหม่ไม่ซ้ำวัน แกเอาเปรียบแผ่นดิน หรือไปทำอาชีพต่ำทรามอะไรมา ถึงได้มีเงินทองใช้ไม่ขาดมือแบบนี้!" คำกล่าวหาที่เต็มไปด้วยอคติและความอิจฉาริษยาเรียกเสียงฮือฮาจากชาวบ้านที่เริ่มทยอยมามุงดูรอบรั้ว หลายคนพากันพยักหน้าเห็นด้วย เพราะความยากจนฝังรากลึกในยุค 80 ทำให้ภาพของความสุขสบายกลายเป็นความผิดบาปในสายตาของคนทั่วไป หว่านเอ๋อแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแววเยียบเย็น เธอไม่ได้หวาดกลัวคำครหาเหล่านี้เลยแม้แต่น้อย ในทางตรงกันข้าม เธอกำลังสนุกกับการขุดหลุมพรางให้คนที่ชอบสอดเรื่องชาวบ้านตกลงไป "ฟุ่มเฟือยเหรอคะ?" หว่านเอ๋อลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธออยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตผ้าฝ้ายสีขาวสะอาดตาและกางเกงขายาวเข้ารูปทะมัดทะแมง แม้จะอยู่ในชนบท แต่วิถีการดูแลตัวเองทำให้เธอดูโดดเด่นราวกับคุณหญิงจากเมืองกรุง "ที่บ้านฉันมีกินมีใช้ เพราะสามีฉันขยันทำงาน และฉันรู้จักวางแผนการค้าขาย ไม่เหมือนบางคนที่เอาแต่นินทาชาวบ้านไปวันๆ จนสามีเบื่อหน้า ลูกๆ ต้องอดอยากปากแห้ง... อ้อ ถ้าอยากรู้ว่าแป้งสาลีพวกนี้ได้มาจากไหน ทำไมไม่ลองใช้สมองคิดดูบ้างล่ะคะว่า การเอาผักสวนครัวปลอดสารพิษไปส่งตลาดมืดในเมือง มันทำเงินได้มากกว่าการก้มหน้าดำนาทั้งปีเสียอีก!" "นั่น... นั่นมันคือกำไรจากการค้ากำไรเกินควร! แกกำลังทำผิดกฎหมาย!" เสียงตะโกนแทรกขึ้นมาจากฝูงชน เป็นแม่สามีตระกูลจางที่เพิ่งแหวกทางเข้ามา ใบหน้าย่นยู่ด้วยความเคียดแค้น นางจ้องมองลูกสะใภ้ที่ตนเคยคิดจะโขกสับตามใจชอบ แต่บัดนี้กลับกลายเป็นเศรษฐีนีประจำหมู่บ้านด้วยความรู้สึกเจ็บปวดหัวใจ "นังตัวดี แกมันอกตัญญู! มีของดีๆ แบบนี้ทำไมไม่รู้จักส่งเข้าตระกูล ส่งให้แม่สามีและน้องๆ ได้กินได้ใช้ก่อน ปล่อยให้พวกเราต้องลำบากยากแค้น ส่วนแกกินดีอยู่ดีบนความทุกข์ของคนในครอบครัว แกมันใจดำอำมหิต!" บรรยากาศรอบรั้วบ้านเงียบกริบลงทันที ทุกสายตาสลับมองระหว่างแม่สามีผู้โกรธเกรี้ยวกับลูกสะใภ้ผู้เยือกเย็น หว่านเอ๋อกวาดตามองรอบตัว รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างไม่คิดจะปิดบัง "ครอบครัวเหรอคะ? ตอนที่ฉันแต่งเข้ามาแล้วเกือบอดตายในห้องเก็บของ ใครกันที่เป็นคนสั่งให้ฉันทำความสะอาดบ้านทั้งวันโดยไม่ให้ข้าวให้น้ำ? ตอนที่ฉันป่วยหนัก เกือบเอาชีวิตไม่รอด ใครกันที่บอกว่าฉันแกล้งสำออยแล้วไล่ให้ไปถอนหญ้ากลางแดดเปรี้ยงๆ? วันนี้พวกลำבากแล้ววิ่งแจ้นมาทวงบุญคุณ ช่างหน้าหนาเสียยิ่งกว่ากำแพงเมืองจีนเสียอีกนะคะ" "แก... นังเนรคุณ!" แม่สามีพุ่งเข้ามาหมายจะคว้าตัวหว่านเอ๋อด้วยความบันดาลโทสะ แต่ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วเหี่ยวย่นจะแตะโดนชายเสื้อ ร่างสูงใหญ่ของใครบางคนก็ก้าวเข้ามาขวางกลางไว้เสียก่อน จางเหว่ยยืนตระหง่านราวกับภูเขาผา ใบหน้าคมคายไร้รอยยิ้ม ดวงตาดำสนิทคู่นั้นกวาดมองมารดาและญาติผู้ใหญ่ด้วยรัศมีกดดันที่ทำเอาทุกคนต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ความเย็นชาแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณจนแทบหายใจไม่ออก "ใครกล้าแตะต้องภรรยาผม... ลองก้าวเข้ามาอีกก้าวซิครับ" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้นเพียงประโยคเดียว แต่กลับทรงอานุภาพยิ่งกว่าฟ้าผ่ากลางฤดูฝน แม่สามีหน้าซีดเผือดริมฝีปากสั่นระริก พูดไม่ออก ในจังหวะที่ความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุด หว่านเอ๋อยื่นมือไปจับแขนสามีเบาๆ ก่อนจะหันไปหยิบถาดขนมปังบริยอชที่อบเสร็จใหม่ๆ ส่งกลิ่นหอมกรุ่นยั่วยวนใจ ท่ามกลางสายตานับสิบที่กลืนน้ำลายเอื้อม "ในเมื่อทุกคนสงสัยนักว่าฉันเอาเงินมาจากไหน และขนมพวกนี้รสชาติเป็นอย่างไร..." หว่านเอ๋อยิ้มหวานหยาดเยิ้มอย่างท้าทาย "...วันนี้ฉันจะเปิดบ้านขายขนมปังล็อตแรกให้ทุกคนได้ลองชิมกันจะๆ ตา ชิ้นละสองเหมา ใครมีเงินก็ซื้อ ใครไม่มีเงิน... เชิญยืนกลืนน้ำลายดูต่อไปก็แล้วกันนะคะ!" พูดจบ หว่านเอ๋อก็หยิบมีดตัดขนมปังชิ้นพอดีคำส่งเข้าปากเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย ขณะที่กลิ่นเนยและนมสดเข้มข้นลอยไปแตะจมูกคนที่ยืนมุงดูอยู่รอบนอกจนแทบคลั่ง ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาลิ้มรสความสุขและความสะใจไปด้วยกันในตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณภรรยาครับ ยุค 80 นี้ผมเลี้ยงเอง! (ฉบับปลูกผักฉบับคนคลั่งรัก) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%