"ถ้าคิดว่าฉันจะก้มหน้ายอมรับความอยุติธรรมนี้เหมือนชาติก่อนล่ะก็... พวกคุณคงฝันกลางวันตื่นสายไปหน่อยนะคะ"
เสียงกร้าวของหลินหว่านเอ๋อดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องครัวคับแคบของบ้านตระกูลจาง เปลวไฟจากเตาถ่านวูบไหวตามแรงลมที่ลอดผ่านรอยแตกของผนังดินปั้น สะท้อนใบหน้าเรียวคมที่ฉายแววเด็ดเดี่ยว แม่สามีร่างอวบอ้วนผู้ถือวิสาสะเข้ามาค้นข้าวของในยามวิกาลถึงกับชะงักค้าง มือที่กำลังเอื้อมคว้าถุงแป้งขาวผ่องชะงักกึก ดวงตาคู่เล็กหรี่มองลูกสะใภ้ที่ปกติมักจะก้มหน้ายอมจำนนด้วยความตกตะลึง
"นังตัวดี! แกกล้าขึ้นเสียงกับฉันงั้นเรอะ? ปีกกล้าขาแข็งนักนะ!" แม่สามีแผดเสียงแหลมสูงจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปーン พลางยกมือขึ้นหมายจะตบสั่งสอนให้หายแค้น
ทว่า หลินหว่านเอ๋อหาได้หลบเลี่ยงไม่ เธอกลับคว้าทัพพีไม้ด้ามยาวขึ้นมาตั้งรับอย่างคล่องแคล่ว แววตาคมกริบราวกับเชฟใหญ่ที่กำลังควบคุมห้องครัวช่วงชุลมุน จางเหว่ยสามีหนุ่มผู้เพิ่งกลับจากลาดตระเวนก้าวพรวดเข้ามาในห้องพอดี ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารที่เปื้อนฝุ่นดินบังเกิดรัศมีกดดันโดยอัตโนมัติ เขาคว้าข้อมือมารดาไว้ได้ทันท่วงที แรงบีบที่พอเหมาะทำให้แม่สามีร้องจ๊ากด้วยความเจ็บปวด
"แม่กำลังทำอะไร." น้ำเสียงทุ้มต่ำเย็นเยียบเอ่ยขึ้นโดยไม่มีคำว่าแม่ในความรู้สึกอบอุ่นแม้แต่น้อย จางเหว่ยปรายตามองมารดาด้วยแววตาแข็งกร้าว ก่อนจะหันมามองภรรยาด้วยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ใต้ใบหน้าเรียบเฉย
"แก... แกเข้าข้างนังสะใภ้ตัวกินนี่งั้นเหรอ เจ้าลูกอกตัญญู!" แม่สามีโวยวายลั่นบ้านจนเพื่อนบ้านเริ่มส่งเสียงกระซิบกระซาบจากนอกรั้ว หลินหว่านเอ๋อถอนหายใจเบาๆ ส่งสัญญาณมือบอกสามีว่าเธอจัดการเองได้ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือน
"ถ้าไม่อยากให้ฉันเอาเรื่องที่แม่แอบขโมยคูปองอาหารของกองทัพไปขายในตลาดมืดไปฟ้องผู้กอง... เชิญออกไปจากครัวของฉันได้แล้วค่ะ ดึกดื่นมืดค่ำแบบนี้ คนแก่ควรพักผ่อนนะคะ ขืนอยู่ต่อนานกว่านี้ ความดันอาจจะกำเริบเอาได้"
สิ้นคำพูดนั้น หน้าของแม่สามีก็ซีดเผือดสลับเขียวคล้ำ นางสะบัดแขนหลุดจากการจับกุมของบุตรชายแล้วกDาดสายตาอาฆาตมาดร้ายก่อนจะเดินกระแทกส้นเท้าหนีหายไปในความมืด หลินหว่านเอ๋อผ่อนลมหายใจยาวเหยียด ความตึงเครียดคลี่คลายลง ทว่าเธอกลับสัมผัสได้ถึงสายตาคู่หนึ่งที่จ้องมองมาอย่างไม่วางตา
จางเหว่ยขยับเข้าไปใกล้ภรรยา กลิ่นอายบุรุษผสมกลิ่นอายฝุ่นควันและหยาดเหงื่อจางๆ ลอยเข้าจมูก "เธอเปลี่ยนไป... หว่านเอ๋อ" เขาเอ่ยเสียงแผ่วเบา
"เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นต่างหากค่ะ พี่เหว่ย... ไปนอนเถอะค่ะ ฉันเหนื่อยแล้ว" เธอหลบสายตาวูบไหว หัวใจดวงน้อยเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะเมื่อฝ่ามือหนาเอื้อมมาปัดปอยผมที่ระแก้มให้อย่างทะนุถนอม แม้ภายนอกเขาจะดูดุร้ายและเย็นชา แต่เธอกลับสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่เขามอบให้เสมอมา
เมื่อร่างสูงเดินเลี่ยงไปพักผ่อน หลินหว่านเอ๋อล็อคกลอนประตูห้องนอนอย่างแน่นหนา ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงไม้แข็งๆ เธอยกมือขึ้นแตะที่ไฝแดงรูปดอกบัวจางๆ บนข้อมือซ้าย ตั้งแต่ทะลุมิติมาอยู่ในยุค 80 อันแร้นแค้นแห่งนี้ นอกจากความทรงจำและทักษะการทำเบเกอรี่ระดับปรมาจารย์แล้ว เธอยังค้นพบว่าพื้นที่ลึกลับที่เคยเป็น "ห้างสรรพสินค้าครบวงจร" ในยุคศตวรรษที่ 21 ได้ติดตามเธอข้ามกาลเวลามาด้วย!
จิตใต้สำนึกของเธอวูบไหว... พริบตาเดียว ร่างของเธอก็หลุดเข้ามาอยู่ในอาณาจักรแห่งแสงไฟสีขาวนวลตา
"ยินดีต้อนรับกลับสู่ห้างสรรพสินค้าซูเปอร์สโตร์มิติลับค่ะ, คุณเจ้าของร่าง" เสียงระบบอิเล็กทรอนิกส์ใสแจ๋วต้อนรับเธออย่างคุ้นเคย
หลินหว่านเอ๋อกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้างสรรพสินค้าขนาดมหึมาเจ็ดชั้นที่ไร้ผู้คน ชั้นแรกยังคงเต็มไปด้วยชั้นวางสินค้าอุปโภคบริโภค ข้าวสารหอมมะลิชั้นดี น้ำมันพืชขวดใส น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ และที่ทำให้ดวงตาของอดีตเชฟสาวเป็นประกายระยิบระยับยิ่งกว่าเพชรพลอย ก็คือ "โซนเบเกอรี่และวัตถุดิบพรีเมียม" ที่ยังคงความสดใหม่ราวกับเพิ่งออกจากเตาอบเมื่อวินาทีที่แล้ว
"ยอดเยี่ยมที่สุด..." เธอพึมพำกับตัวเอง เดินตรงไปยังตู้แช่เย็นควบคุมอุณหภูมิ หยิบเนยแท้ไขมันนมสูงนำเข้าจากฝรั่งเศส แป้งสาลีอเนกประสงค์เกรดเอ และช็อกโกแลตแท้เข้มข้นออกมา วัตถุดิบเหล่านี้คือสมบัติล้ำค่าที่จะพลิกชีวิตครอบครัวที่ยากจนข้นแค้นให้กลายเป็นเศรษฐีเงียบๆ ในยุคที่ข้าวยากหมากแพงนี้
ความจริงแล้ว ในยุค 80 ที่นโยบายปันส่วนอาหารยังเข้มงวด การมีแป้งขาวและน้ำตาลทรายถือเป็นเรื่องผิดกฎหมายหากไม่มีคูปอง แต่มิติลับแห่งนี้คือทางรอดเดียวของเธอ หลินหว่านเอ๋อลงมือสวมผ้ากันเปื้อน สองมือเรียวเล็กนวดแป้งด้วยความชำนาญ จังหวะการกด พับ และนวดเป็นไปอย่างพลิ้วไหวราวกับเริงระำ กลิ่นหอมหวานของเนยและวนิลากระจายฟุ้งไปทั่วห้องครัวจำลองในมิติ
เธอตั้งใจจะทำ "ขนมปังเนยสดไส้ครีมนมฮอกไกโด" และ "เค้กไข่โบราณเนื้อนุ่มละมุน" ขนมที่หอมหวานเยียวยาจิตใจและให้พลังงานสูง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับจางเหว่ยที่ต้องใช้พละกำลังในการทำงานหนัก และยังสามารถนำไปแอบวางขายสร้างรายได้งามๆ ในตลาดมืดโดยไม่มีใครจับได้
ผ่านไปสองชั่วโมง ถาดขนมปังสีทองอร่ามส่งกลิ่นหอมเย้ายวนจนแทบหยุดหายใจ หลินหว่านเอ๋อใช้ปลายนิ้วแตะครีมสดเนื้อเนียนละมุนขึ้นมาชิม รสชาติหวานมันกลมกล่อมละลายในปาก สมกับเป็นฝีมือของเชฟระดับท็อป
"อืม... รสชาตินี้แหละที่จะทำให้คนตระกูลจางต้องอ้าปากค้าง" เธอแย้มยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
ทันใดนั้นเอง... ขณะที่เธอกำลังจะหยิบขนมปังล็อตแรกใส่ตะกร้าเพื่อเตรียมตัวกลับออกไปโลกภายนอก เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านในมิติลับก็ดังขึ้น "ก๊อก ก๊อก ก๊อก"
หลินหว่านเอ๋อชะงักกึก หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก มิติลับแห่งนี้มีเพียงเธอคนเดียวที่เข้ามาได้ไม่ใช่หรือ? แล้วใครกันที่ยืนอยู่เบื้องนอกประตูกระจกใสบานนั้นในยามวิกาลเช่นนี้?
เธอกลั้นหายใจค่อยๆ เดินย่องเข้าไปใกล้ประตูช้าๆ เงาร่างสูงใหญ่ทาบทับผ่านกระจกเงาเข้ามา พร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นหูที่เอ่ยลอดเข้ามาเบาๆ ชวนให้ขนลุกซู่
"กลิ่นหอมขนาดนี้... ภรรยาซ่อนความลับอะไรไว้กันแน่ หืม? หว่านเอ๋อ..."
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมความหวานและร่วมเดินทางไปกับ "เบเกอรี่มิติต่างโลก" นะคะ
คุณภรรยาครับ ยุค 80 นี้ผมเลี้ยงเอง! (ฉบับปลูกผักฉบับคนคลั่งรัก)•ตอนที่ 2
ห้างสรรพสินค้าในมิติลับ
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณภรรยาครับ ยุค 80 นี้ผมเลี้ยงเอง! (ฉบับปลูกผักฉบับคนคลั่งรัก) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!