คุณภรรยาครับ ยุค 80 นี้ผมเลี้ยงเอง! (ฉบับปลูกผักฉบับคนคลั่งรัก)•ตอนที่ 1

สะใภ้ขี้เกียจผู้ถูกสาปแช่ง

ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
"ถ้าแกยังนอนทำตัวเป็นแม่ชะตากรรมเน่าหนอนอยู่ในกองฟางแบบนี้ วันนี้ก็ไสหัวออกจากตระกูลจางไปซะ! บ้านเราไม่ได้เลี้ยงข้าวต้มฟรีไว้ให้คนขี้เกียจคอยผลาญเสบียงหรอกนะ!" เสียงแหลมสูงบาดแก้วหูราวกับเสียงเลื่อยตัดไม้ผุกร่อนกระแทกเข้าใส่โสตประสาทของหลินหว่านเอ๋ออย่างจัง พร้อมกับแรงกระชากผ้าห่มผืนเก่าขาดวิ่นจนปลิวหวือ เผยให้เห็นร่างระหงที่นอนขดอยู่บนเตียงดินเผาแข็งกระด้าง กลิ่นอับชื้นของฟางข้าวเก่าๆ และฝุ่นละอองที่ลอยคละคลุ้งทำให้หญิงสาวต้องขมวดคิ้วมุ่น หลินหว่านเอ๋อสะดุ้งเฮือก ดวงตากลมโตที่เคยอ่อนล้าพลันทอประกายคมกลาบวับ สติสัมปชัญญะที่ดับวูบไปจากการโหมงานหนักติดต่อกันสามวันสามคืนในฐานะเชฟเบเกอรี่มือหนึ่งและเจ้าของร้านขนมชื่อดังถูกแทนที่ด้วยความทรงจำแปลกปลอมที่ไหลทะลักเข้ามาในหัวราวกับเขื่อนแตก ยุค 80? ชนบทห่างไกล? ร่างกายของภรรยาไร้ค่าที่ถูกตราหน้าว่าเป็น 'สะใภ้ขี้เกียจ' ผู้แต่งงานเข้ามาเพราะการคลุมถุงชน และถูกคนในบ้านรุมรังแกสารพัด! "มองหน้าฉันทำไมยายตัวขี้เกียจ! ผัวแกส่งเงินเดือนทหารมาให้ไม่เท่าไหร่ แต่แกกินจุยิ่งกว่าหมอผี ลุกขึ้นไปตักน้ำผ่าฟืนเดี๋ยวนี้! ถ้าเที่ยงนี้ไม่มีข้าวต้มมันเทศร้อนๆ วางบนโต๊ะ แกก็เตรียมตัวอดข้าวแล้วไสหัวไปซะ!" แม่สามีจาง—หญิงวัยกลางคนรูปร่างผอมเกร็ง ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งความเคבריยดและแววตารังเกียจเดียดฉันท์ยืนเท้าสะเอวอยู่ปลายเตียง มือเหี่ยวย่นชี้หน้าด่าทอไม่หยุด น้ำลายแทบกระเด็นรดพื้นดินอัดแน่นภายในห้องพักแคบๆ ที่มีเพียงตู้ไม้ผุๆ กับโต๊ะโยกเยกตัวเดียว หลินหว่านเอ๋อยันกายลุกขึ้นช้าๆ นางไม่ได้ลนลานหรือร้องไห้งอแงเหมือนเจ้าของร่างเดิมที่เอาแต่ก้มหน้ารับกรรม ปรโลกหรือมิติต่างโลกนางก็ผ่านมาหมดแล้ว การย้อนเวลากลับมาอยู่ในยุคแปดศูนย์ที่เต็มไปด้วยความยากลำบากนี้ รังแต่จะทำให้นางต้องสู้ชีวิตยิ่งกว่าเดิม ดวงตาคู่สวยมองลอดผ่านร่างของแม่สามีไปยังหน้าต่างบานเล็กที่เห็นทุ่งนาแห้งแล้งและภูดอยไกลลิบ ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรง รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างรวดเร็วจนอีกฝ่ายมองไม่ทัน "แม่พูดจบหรือยังคะ?" น้ำเสียงใสแต่เย็นเยียบเอ่ยขึ้น ทำเอาแม่สามีที่กำลังอ้าปากเตรียมพ่นคำด่าชุดใหญ่อีกรอบถึงกับสำลักน้ำลายตัวเอง "นะ... นังนี่! กล้าต่อปากต่อคำกับฉันเรอะ!" "ฉันตื่นแล้วค่ะ ไม่ได้หูหนวก และที่สำคัญ..." หว่านเอ๋อค่อยๆ ก้าวลงจากเตียง สัมผัสความเย็นเยียบของพื้นดินผ่านปลายเท้า ร่างกายนี้ผอมแห้งแรงน้อยเสียจริง แต่จิตวิญญาณข้างในคือเชฟสาวผู้ผ่านสมรภูมิห้องครัวนรกมาโชกโชน นางยืนเผชิญหน้ากับแม่สามีอย่างไม่เกรงกลัว ความสูงที่ไล่เลี่ยกันทำให้ต้องเงยหน้าสบตาอีกฝ่ายตรงๆ "ข้าวสารในไหก้นครัวยังเหลืออยู่เท่าไหร่ แม่น่าจะรู้ดีที่สุดนะคะ ว่าฉัน 'กินจุ' อย่างที่ปากว่า หรือว่าเสบียงพวกนั้นมันระเหยหายไปไหนหมด เพราะคนในบ้านนี้แอบเอาไปซ่อนไว้ป้อนลูกสาวคนโปรดกันแน่!" "แก! นังสะใภ้อกตัญญู!" แม่สามีหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธจัด มือเหี่ยวย่นเงื้อง่าขึ้นหมายจะตบสั่งสอนความปากกล้าของลูกสะใภ้ที่เปลี่ยนไปราวคนละคน แต่ทว่า— ก่อนที่ฝ่ามือหยาบกร้านนั้นจะกระทบใบหน้าของหลินหว่านเอ๋อ ประตูไม้หน้าห้องก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงมหาศาลจนบานประตูแทบหลุดออกจากวงกบ ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มก้าวเข้ามาหยุดยืนกลางห้อง บรรยากาศรอบตัวแผ่รังสีความเย็นเยือกและกดดันจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันตาเห็น ไหล่กว้างหนั่นแน่นและใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจางๆ ทำให้ดูน่าเกรงขาม จางเหว่ย สามีผู้เงียบขรึมและถูกกล่าวหาว่าเย็นชา กลับมาจากการฝึกภาคสนามเร็วกว่ากำหนด สายตาคมกลาบของนายทหารหนุ่มกวาดมองมารดาที่ค้างท่าเงื้อมือตบ และภรรยาตัวน้อยที่ยืนหลังตรงไม่ยอมถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว สันจักษุของเขาขยับเล็กน้อย น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ "แม่ครับ กำลังทำอะไรอยู่?" แม่สามีสะดุ้งรีบลดมือลงทันที สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นความตระหนกแกมหงุดหงิด นางรีบฟ้องลูกชายทันทีด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "อาเหว่ย! แกดูเมียตัวดีของแกสิ! ตื่นสายไม่พอ ยังกล้าเถียงฉัน ฉันแค่จะสั่งสอนมันเรื่องงานบ้านงานเรือน แกดูซิว่าบ้านช่องรกเรื้อแค่ไหน!" หลินหว่านเอ๋อหันไปมองสามีในนาม ร่างสูงที่นางเห็นในความทรงจำดูน่ากลัวและเข้าถึงยาก แต่ในสายตาของเชฟสาวผู้ผ่านโลกมามาก นางกลับมองเห็นความเหนื่อยล้าและความโดดเดี่ยวซ่อนอยู่ภายใต้ความแข็งกระด้างนั้น นางตัดสินใจแล้ว ในเมื่อสวรรค์ส่งให้นางมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในยุคที่ข้าวยากหมากแพงเช่นนี้ นางจะไม่ยอมก้มหัวให้ใครหน้าไหนเด็ดขาด และสามีทหารคนนี้... หากเขาไม่ใช่คนเลว นางก็จะเลี้ยงดูเขาให้อ้วนท้วนสมบูรณ์ด้วยทักษะการทำอาหารระดับปรมาจารย์และมิติลับในมือของนางเอง! จางเหว่ยไม่ได้สนใจคำฟ้องร้องของมารดา สายตาของเขาจดจ้องอยู่ที่ใบหน้าซีดเซียวแต่ทว่าดวงตากลับฉายแววดุดันและเด็ดเดี่ยวของภรรยา เขาขมวดคิ้วมุ่น เดินเข้ามาใกล้จนหลินหว่านเอ๋อรรับรู้ได้ถึงไออุ่นจากร่างกายหนาที่แผ่ซ่านออกมา "เจ็บตรงไหนไหม?" เสียงทุ้มกระซิบถามเบาๆ มีเพียงเขากับนางที่ได้ยิน หลินหว่านเอ๋อชะงักไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างไม่คาดคิด ยังไม่ทันที่นางจะได้เอ่ยปากตอบคำถามอันน่าประหลาดใจนั้น จู่ๆ ท้องของนางก็ส่งเสียง 'โครกคราก' ออกมาดังสนั่นท่ามกลางความเงียบงันในห้อง ใบหน้าขาวซีดของหลินหว่านเอ๋อขึ้นสีแดงก่ำด้วยความอับอาย ขายหน้าที่สุด! ดันมาท้องร้องต่อหน้าสามีที่เพิ่งเจอกันในสภาพนี้เนี่ยนะ! แม่สามีแค่นCเหยียด "เห็นไหมล่ะ! นอกจากขี้เกียจแล้วยังเห็นแก่กิน!" จางเหว่ยไม่ได้สนใจเสียงนกเสียงกา เขาก้มลงมองเอวบางที่แทบไม่มีเนื้อหนังของภรรยา ก่อนจะหันไปมองมารดาด้วยแววตาเรียบนิ่งแต่น่ากลัวจนแม่สามีต้องหุบปากฉับ "ถ้าหิว... ในครัวยังมีแป้งข้าวโพดเก่าๆ กับมันเทศเหลืออยู่ไม่ใช่หรือครับแม่?" จางเหว่ยเอ่ยเสียงเรียบ "เดี๋ยวผมจัดการเอง แม่ไปพักผ่อนเถอะครับ" พูดจบ เขาก็หันมามองหลินหว่านเอ๋อ คว้าข้อมือเล็กที่เย็นเฉียบของนางไว้เบาๆ แล้วออกแรงดึงให้เดินตามออกไปจากห้องอับทึบนั้นทันที ทิ้งให้แม่สามี站ย่ำเท้าเร่าๆ ด้วยความขัดใจอยู่เบื้องหลัง หลินหว่านเอ๋อถูกลากมาถึงห้องครัวหลังบ้านที่รกร้างไม่แพ้กัน บนเตาถ่านเก่าๆ มีหม้อดินดำปี๋ตั้งอยู่ จางเหว่ยปล่อยมือจากข้อมือของนาง หยิบก้อนมันเทศแห้งกร้านสองหัวออกจากย่ามทหาร วางลงบนโต๊ะไม้ "ทำเป็นไหม?" เขาถามห้วนๆ ตามนิสัย แต่สายตากลับสำรวจร่องรอยความช้ำตามแขนของนางอย่างเงียบๆ หลินหว่านเอ๋อกะพริบตาปริบๆ มุมปากหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อย ความท้าทายในฐานะเชฟมือทองพลุ่งพล่านขึ้นมาทันที มมันเทศแห้งๆ กับแป้งเก่าๆ แค่นี้เหรอ? สำหรับคนอื่นอาจเป็นยาขม แต่สำหรับนาง... นี่คือวัตถุดิบชั้นดีในการเนรมิตอาหารมื้อแรกเพื่อมัดใจสามีสายโหด! นางหยิบมันเทศขึ้นมาพิจารณา ก่อนจะเงยหน้าสบตาคมกลาบของสามีด้วยรอยยิ้มพราวมหัศจรรย์ "ถ้าฉันทำให้อร่อยจนคุณลืมไม่ลง คุณจะยอมทำตามคำสั่งฉันทุกอย่าง... ว่าไงคะ สามี?" จางเหว่ยชะงักไป ดวงตาคมกวาดมองรอยยิ้มพราวระยับที่เจิดจ้าเสียจนเกรงว่าแสงอาทิตย์ยามสายจะเทียบไม่ติด หัวใจที่ด้านชามานานนับปีกลับเต้นรัวผิดจังหวะอย่างกะทันหัน แต่ทว่า ในวินาทีที่หลินหว่านเอ๋อกำลังจะพลิกตัวเปิดเตาเพื่อโชว์ฝีมือ เสียงทุบประตูด้านนอกบ้านก็ดังขึ้นปังๆ พร้อมกับเสียงตะโกนโวกเวกโวยวายของเพื่อนบ้านที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามา "พี่จางเหว่ย! แย่แล้ว! เกิดเรื่องใหญ่ที่แปลงนาแล้ว! หมู่อ้วนของบ้านหัวหน้าหมู่บ้านหลุดมากินพืชผลในแปลงทดลองของกองทัพ แถมยังอาละวาดไล่ขวิดชาวบ้านเจ็บไปหลายคนแล้ว!" จางเหว่ยหน้าเปลี่ยนสีทันที เขารีบหันหลังจะวิ่งออกไป แต่หลินหว่านเอ๋อกลับคว้าชายเสื้อทหารของเขาไว้เสียก่อน นางไม่ได้หวาดกลัว แต่ในแววตากลับเปล่งประกายความตื่นเต้นบางอย่างที่ทำเอาใจหายวาบ "เดี๋ยวก่อนค่ะ..." หลินหว่านเอ๋อยิ้มกริ่ม ดวงตาเป็นประกายเจ้าเล่ห์ "หมู่อ้วนตัวนั้น... เนื้อน่าจะติดมันกำลังดีเลยสินะคะ?" ________________________________________ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาชิมความอร่อยในบทแรกนี้นะคะ! หวังว่าจะถูกปากและติดใจจนวางไม่ลงค่ะ 💕 — เบเกอรี่มิติต่างโลก
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณภรรยาครับ ยุค 80 นี้ผมเลี้ยงเอง! (ฉบับปลูกผักฉบับคนคลั่งรัก) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%