คุณภรรยาครับ ยุค 80 นี้ผมเลี้ยงเอง! (ฉบับปลูกผักฉบับคนคลั่งรัก)•ตอนที่ 33

ความรักที่เบ่งบานในโรงครัว

ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
"ถ้าคุณยังกล้าส่งสายตาพิฆาตใส่แป้งโดว์ก้อนนี้อีกเพียงครั้งเดียว ดิฉันจะถือว่าคุณกำลังหาเรื่องทะเลาะกับมื้อเย็นนะคะ..." เสียงหวานใสติดจะคาดคั้นเล็กน้อยดังขึ้นท่ามกลางความเงียบยามพลบค่ำของห้องครัวดินเหนียว หลินหว่านเอ๋อใช้หลังมือข้างหนึ่งปาดแป้งสาลีที่เปื้อนข้างแก้มออกอย่างไม่ใส่ใจนัก ดวงตากลมโตคู่สวยหรี่มองสามีหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ที่ยืนกอดอกพิงวงกบประตูด้วยท่าทางราวกับนายทหารกำลังตรวจพล จางเหว่ยสะดุ้งเล็กน้อย—น้อยมากเสียจนถ้าไม่ใช่ภรรยาที่คลุกคลีอยู่ด้วยทุกวันคงไม่มีทางสังเกตเห็น นายทหารหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าดุและเย็นชาที่สุดในค่ายทหารเขตมณฑลเหนือ กลับมีอาการมุมปากกระตุกและหลบสายตาอย่างจนมุม เมื่อถูกภรรยาจับได้ว่าแอบยืนมองนางทำขนมมานานกว่าครึ่งชั่วโมงแล้ว "ผมไม่ได้หาเรื่อง..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยแก้ตัวเบาๆ ก่อนที่ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวภรรยาโดยธรรมชาติ สองมือหนาเอื้อมไปหยิบผ้าสะอาดในยำซักมาซับคราบแป้งที่ข้างแก้มเนียนให้อย่างเบามือที่สุด "ผมแค่วิจิตรพิศวง... ว่าทำไมมือคู่นี้ถึงทำได้ทุกอย่าง ตั้งแต่ปราบแม่สามีจอมเจ้ากี้เจ้าการจนมุม ไปจนถึงการนวดแป้งให้กลายเป็นกลิ่นหอมที่ทำให้ผมลืมความเหนื่อยล้าในค่ายได้หมดสิ้น" หว่านเอ๋อชะงักไปนิด หัวใจดวงน้อยเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะกับคำหยอกเย้าที่นานๆ ทีสามีหนุ่มจะเอ่ยออกมาตรงๆ นางค้อนให้อีกฝ่ายวงใหญ่ แต่มุมปากกลับอดที่จะยกยิ้มขึ้นมาไม่ได้ นี่คือความเรียบง่ายในยุค 80 ที่เต็มไปด้วยความขาดแคลน แต่สำหรับตระกูลจางในตอนนี้... กลับอุดมสมบูรณ์เสียยิ่งกว่าบ้านคหบดีใหญ่โต ในมิติลับห้างสรรพสินค้าของหว่านเอ๋อยังมีวัตถุดิบชั้นเลิศซ่อนอยู่อีกเพียบ แต่วันนี้ หว่านเอ๋อตั้งใจจะใช้เฉพาะวัตถุดิบในยุคนี้มาเนรมิตเมนูพิเศษเพื่อขอบคุณสามีที่คอยยืนหยัดปกป้องนางจากบรรดาญาติจอมดูแคลน "ถ้าปากหวานนัก ก็ช่วยเอาตะหลิวมาคนน้ำซุปเคี่ยวกระดูกหมูตรงนั้นให้หน่อยค่ะ ระวังอย่าให้ไหม้เชียว ถ้าก้นหม้อติดล่ะก็ คืนนี้คุณจะได้นอนนอกห้องนะคะกัปตันจาง" นางขู่ด้วยน้ำเสียงติดตลก จางเหว่ยหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เขารีบรับหน้าที่หน้าเตาฟืนทันที ชายหนุ่มร่างกำยำที่เคยถือปืนออกรบ บัดนี้กลับยืนถือตะหลิวไม้คนหม้อซุปด้วยความตั้งใจจริง ภาพความอบอุ่นนี้สะท้อนผ่านแสงตะเกียงน้ำมันก๊าดสีส้มอ่อน ส่องกระทบเงาทั้งสองทับซ้อนกันบนผนังดิน ชวนให้รู้สึกว่าความเหนื่อยยากตลอดทั้งวันมลายหายไปสิ้น กลิ่นหอมละมุนของแป้งสาลีหมักกับยีสต์จากมิติลับ ผสมผสานเข้ากับกลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศในน้ำซุป เริ่มลอยฟุ้งกระจายผ่านหน้าต่างห้องครัว ลอดออกไปสู่ลานบ้าน และค่อยๆ แผ่ขยายตัวออกไปตามสายลมยามค่ำคืนที่พัดผ่านหมู่บ้าน หว่านเอ๋อกำลังงละมุนกับการปั้นซาลาเปาไส้หมูสับเห็ดหอม ชิ้นแล้วชิ้นเล่าแป้งขาวนวลถูกจีบเป็นรูปดอกไม้สวยงามอย่างไร้ที่ติ รอยยิ้มพึงพอใจประดับอยู่บนใบหน้าของหญิงสาว นางรู้ดีว่าช่วงเวลาสงบสุขเช่นนี้หาได้ยากยิ่งในยุคสมัยที่ความอดอยากคืบคลานอยู่รอบตัว แต่เพราะความฉลาดหลักแหลมและการรู้จักใช้มิติลับอย่างชาญฉลาด ทำให้นางไม่เพียงแต่เอาตัวรอดจากแม่สามีและญาติเปรตพวกนั้นได้ แต่ยังยกระดับคุณภาพชีวิตของครอบครัวให้สุขสบายจนคนทั้งหมู่บ้านต้องอิจฉาตาร้อน "หว่านเอ๋อ..." เสียงทุ้มของจางเหว่ยเอ่ยเรียกขึ้นเบาๆ ขณะที่เขายกหม้อซุปตั้งพักไว้เรียบร้อยแล้ว "คะ?" หว่านเอ๋อเงยหน้าขึ้นจากเขียงไม้ จางเหว่ยไม่ได้ตอบเป็นคำพูด ชายหนุ่มเดินเข้ามาสวมกอดเอวบางจากด้านหลังอย่างถือวิสาสะ ใบหน้าคมคายซบลงที่ลาดไหล่ของภรรยา สูดดومกลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวนางเข้าปอดลึกราวกับต้องการเติมพลังชีวิต "พรุ่งนี้... แม่ของผมกับพวกป้าสะใภ้คงจะมาที่บ้านอีก" จางเหว่ยกระซิบเสียงต่ำ แววตาเย็นชาฉายชัดขึ้นมาวบหนึ่ง "ผมจัดการเองได้ คุณไม่ต้องเปลืองแรงไปต่อปากต่อคำกับพวกเขาให้เหนื่อยหรอกนะ" หว่านเอ๋อหยุดมือที่กำลังนวดแป้ง นางหันกลับไปเผชิญหน้ากับสามี วางมือที่เปื้อนแป้งลงบนอกเสื้อทหารสีเขียวเข้มของเขาอย่างไม่เกรงกลัว ดวงตากลมโตฉายแวววาวราวกับนางพญาตัวน้อยๆ "คุณจางคะ..." นางเอ่ยเสียงหวานแต่เฉียบคม "ภรรยาของคุณคนนี้ ไม่เคยเหนื่อยกับการตบหน้าคนปากเสียหรอกนะคะ ยิ่งพวกเขามาหาเรื่อง ยิ่งทำให้ฉันมีข้ออ้างเอาคืนและทำให้พวกเขาต้องควักกระเป๋าจ่ายค่าเสียหายให้เราเพิ่มขึ้นต่างหากล่ะคะ!" จางเหว่ยชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะพรืดออกมาเสียงดังด้วยความเอ็นดูระคนทึ่ง ภรรยาของเขาไม่เพียงแต่ทำอาหารเก่งและงดงาม แต่ความเจ้าเล่ห์เพทุบายเวลาจะเอาคืนคนอื่นนี่ช่างน่ารักน่าชังเสียจนเขาอยากจะกลืนกินนางเข้าไปทั้งตัว ในขณะที่บรรยากาศในโรงครัวกำลังอบอวลไปด้วยความหวานชื่นจนน้ำตาลยังต้องยอมแพ้ เสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างรวดเร็วและไร้มารยาท ตามมาด้วยเสียงแหลมปรี๊ดของคนที่ไม่ได้รับเชิญ "จางเหว่ย! หลินหว่านเอ๋อ! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่าพวกแกซ่อนของดีไว้ข้างใน กลิ่นหอมฟุ้งออกมารบกวนชาวบ้านขนาดนี้ อย่าคิดว่าจะหลบหน้าได้นะ!" เสียงแหลมแสบแก้วหูนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน... แม่สามีจางผู้ไม่เคยเจียมตัวนั่นเอง! หว่านเอ๋อเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากทันที นางหันไปสบตากับสามีที่มีใบหน้ามืดมนลงถนัดตา ก่อนที่จางเหว่ยจะทันได้ขยับตัวไปเปิดประตูเพื่อไล่ตะردแขกยามวิกาล หว่านเอ๋อกลับคว้าถาดซาลาเปาที่เพิ่งนึ่งเสร็จใหม่ๆ ส่งควันกรุ่นส่งกลิ่นหอมเย้ายวนใจออกไปไกลสามบ้านแปดบ้าน นางหันมาขยับปากพูดกระซิบกับสามีด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ "อย่าเพิ่งไล่พวกเขานะคะคุณสามี... ดึกดื่นค่ำคืนแบบนี้ แขกไม่速เชิญอุตส่าห์มาเคาะประตูถึงที่ ทั้งทีเราเพิ่งเปิดเตาทำขนมล็อตแรกเสร็จพอดี... เห็นทีเราต้องต้อนรับพวกเขาด้วย 'เมนูพิเศษ' ที่จะทำให้พวกเขาไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิตแล้วล่ะค่ะ!" แววตาของหว่านเอ๋อเป็นประกายวาววับ ท่ามกลางเสียงทุบประตูด้านนอกที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง... —————————— [ขอบคุณรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกท่านที่อยู่เคียงข้างความสุขในโรงครัวนี้ด้วยกันนะคะ - เบเกอรี่มิติลับ]
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณภรรยาครับ ยุค 80 นี้ผมเลี้ยงเอง! (ฉบับปลูกผักฉบับคนคลั่งรัก) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%