คุณภรรยาครับ ยุค 80 นี้ผมเลี้ยงเอง! (ฉบับปลูกผักฉบับคนคลั่งรัก)•ตอนที่ 32

สามีจอมหึง

ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
กลิ่นอายความชื้นของฝนที่เพิ่งซาลงในหมู่บ้านหลินเจีย ผสมผสานเข้ากับกลิ่นหอมกรุ่นของพายแอปเปิ้ลอบใหม่ที่ลอยออกมาจากหน้าต่างครัว ทว่าบรรยากาศภายในร้านค้าเล็กๆ ของหลินหว่านเอ๋อกลับไม่ได้อบอุ่นละมุนละไมเหมือนกลิ่นขนมเลยสักนิด "นี่คือ... สหายหลินสินะครับ พอดีผมผ่านทางมาแล้วเห็นว่าทางเข้าร้านของคุณมีรอยรั่วจากพายุเมื่อครู่ เกรงว่าความชื้นจะทำให้แป้งทำขนมเสียหาย หากไม่รังเกียจ... ให้ผมช่วยซ่อมแซมให้ไหมครับ?" น้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลของ 'สหายเฉิน' บัณฑิตหนุ่มจากกองอำนวยการประจำตำบลดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มที่เป็นมิตรจนเกินเหตุ ดวงตาเรียวรีภายใต้กรอบแว่นโลหะมองตรงมาที่หว่านเอ๋อด้วยประกายระยิบระยับที่หญิงสาวผู้ผ่านโลกมามากอย่างเธออ่านออกทะลุปรุโปร่ง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่บัณฑิตเฉินผู้นี้หาเรื่องแวะเวียนมาที่ร้านของเธอ ตั้งแต่เธอนำเค้กไข่ไต้หวันสูตรพิเศษไปฝากทางสหกรณ์ตำบลเมื่อสัปดาห์ก่อน ชายหนุ่มคนนี้ก็มักจะหาข้ออ้างสารพัดเพื่อมาป้วนเปี้ยนใกล้ๆ รั้วบ้านเสมอ แม้ว่าเธอจะตีตัวออกห่างและแสดงออกชัดเจนว่าแต่งงานมีสามีแล้วก็ตาม หว่านเอ๋อกำลังจะอ้าปากปฏิเสธด้วยถ้อยคำสุภาพตามมารยาท แต่ยังไม่ทันที่เสียงหวานจะได้หลุดออกจากริมฝีปาก ประตูไม้หนาหนักของร้านก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงมหาศาลจนบานพับแทบหลุด ปัง! เสียงกระแทกดังสนั่นหวั่นไหวสะท้อนไปทั่วห้องโถง ความเงียบงันเข้าปกคลุมทันทีราวกับมีใครกดปุ่มหยุดเวลา ร่างสูงใหญ่ของจางเหว่ยยืนตระหง่านอยู่ตรงกรอบประตู เสื้อแจ็คเก็ตทหารสีเขียวเข้มเปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำฝน เส้นผมหยักศกยุ่งเหยิงเล็กน้อยแนบลู่กับหน้าผากแกร่ง ทว่าสิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่สภาพเปียกปอนนั้น... แต่เป็นนัยน์ตาสีเข้มที่ลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความหึงหวงและโทสะที่ถูกกดทับไว้จนสุดขีด จางเหว่ยไม่ได้พูดอะไรสักคำ เขาก้าวเท้าช้าๆ เข้ามาในร้าน เสียงรองเท้าคอมแบตกระทบพื้นไม้ดัง "กึก... กึก..." แต่ละก้าวหนักแน่นราวกับค้อนทุบลงบนแผ่นอกของคนฟัง บรรยากาศรอบตัวของนายทหารหนุ่มแผ่รังสีความเย็นยะเยือกออกมาจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงหลายองศา ดวงตาคมกริบของจางเหว่ยเหลือบมองตะกร้าเครื่องมือช่างในมือของสหายเฉิน ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาจ้องมองหน้าบัณฑิตหนุ่มนิ่งสนิท ราวกับสัตว์ป่ากำลังจ้องเหยื่อที่บังอาจรุกล้ำอาณาเขต "เอ่อ... สหายจาง กลับมาแล้วหรือครับ พอดีผมเห็นว่า..." สหายเฉินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความมั่นอกมั่นใจเมื่อครู่มลายหายไปสิ้นเมื่อเผชิญหน้ากับรัศมีคุกคามระดับนายทหารแนวหน้า "ไม่ต้อง." เสียงของจางเหว่ยต่ำทุบ ห้วนสั้น และเต็มไปด้วยอำนาจกดดันที่แทบจะทำให้หายใจไม่ออก เขาเดินดุ่มๆ เข้ามาแทรกกลางระหว่างภรรยาตัวน้อยกับชายหนุ่มแปลกหน้า ร่างหนากำยำบังหลินหว่านเอ๋อไว้มิดชิดราวกับกำแพงเหล็ก ป้องกันไม่ให้สายตาของใครก็ตามได้มองสำรวจภรรยาของเขาอีกแม้แต่น้อย หว่านเอ๋อแอบลอบถอนหายใจเบาๆ ในใจ เธอมองแผ่นหลังกว้างของสามีที่ตอนนี้กำลังพองขนฟูฟ่องราวกับสุนัขตัวใหญ่ที่กำลังหวงก้าง แม้ท่าทางจะดูน่าเกรงขามในสายตาคนนอก แต่สำหรับเธอแล้ว... ภาพของสามีหนุ่มที่หึงจนตัวสั่นคนนี้กลับซ่อนความน่ารักเอาไว้จนเธอต้องแอบอมยิ้ม "บ้านของฉัน... ฉันซ่อมเองได้" จางเหว่ยเอ่ยต่อ น้ำเสียงเย็นเยียบไร้ไมตรีจิต "และภรรยาของฉัน... ฉันดูแลเองได้เช่นกัน ไม่รบกวนเวลาอันมีค่าของสหายเฉินหรอกนะ เชิญ!" คำว่า "เชิญ" ถูกเน้นย้ำด้วยหางเสียงที่แข็งกระด้าง สหายเฉินหน้าซีดเผือด รีบเก็บเครื่องมือใส่กระเป๋าแล้วก้าวถอยหลังกรูดออกไปจากร้านอย่างรวดเร็วราวกับหนีตาย โดยไม่กล้าหันกลับมามองอีกเลย เมื่อประตูร้านปิดลงอีกครั้ง ความเงียบก็กลับมาเยือน แต่คราวนี้มันอบอวลไปด้วยความอึดอัดที่ชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ จางเหว่ยยังคงยืนหันหลังให้เธอ ไหล่กว้างกระเพื่อมขึ้นลงเล็กน้อยตามจังหวะการหายใจที่ยังไม่สงบ ร่างกายของเขายังคงเกร็งเครียด หว่านเอ๋อขยับเข้าไปใกล้ชิด เอื้อมมือเรียวไปแตะที่แขนเสื้อเปียกชื้นของสามีเบาๆ "เหว่ยเกอ..." เธอส่งเสียงเรียกแผ่วเบา เจือความอ่อนโยน จางเหว่ยสะดุ้งเล็กน้อย เขารีบหันกลับมามองเธอ ดวงตาคมดุยังมีร่องรอยของความขุ่นเคืองและความน้อยเนื้อต่ำใจฉายชัดอยู่ภายใน ชายหนุ่มเม้มริมฝีปากแน่นอย่างคนพูดไม่เก่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่เจือแววตัดพ้อ "เธอ... เบื่อฉันแล้วหรือหว่านเอ๋อ?" คำถามนั้นทำเอาหว่านเอ๋อถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอไม่คาดคิดเลยว่าเสือร้ายอย่างเขาจะเอ่ยประโยคตัดพ้อเช่นนี้ออกมาจากปาก หญิงสาวหลุดหัวเราะคิกคักเบาๆ ออกมาอย่างเอ็นดู "พูดอะไรบ้าๆ ค่ะ ใครจะไปเบื่อคุณกันเล่า ตัวเองตัวโตซะเปล่า ทำไมขี้หึงเป็นเด็กไปได้" หว่านเอ๋อเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตพราวระยับด้วยความสนุกสนาน เธอยื่นมือไปหยิบผ้าเช็ดตัวแห้งสะอาดจากเคาน์เตอร์มาซับหยดน้ำที่เกาะตามเส้นผมและใบหน้าคมคายของสามีอย่างเบามือ จางเหว่ยตัวแข็งทื่อ ปล่อยให้ภรรยาปรนนิบัติด้วยความเต็มใจ ความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นซาบซ่านที่แผ่ซ่านเข้ามาในอก มือหนาฉวยโอกาสคว้าเอวบางของเธอเข้าหาตัวสวมกอดไว้แน่นฝังใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นสูดดมความคุ้นเคยเพื่อเติมเต็มความมั่นใจ "ก็มัน... มันมองเธอด้วยสายตาไม่น่าไว้วางใจ..." เสียงทุ้มงึมงำอยู่ใกล้ผิวเนื้อจนเธอรู้สึกจั๊กจี้ "ฉันเกลียดเวลาที่มีคนมองภรรยาของฉันแบบนั้น อยากจะควักลูกตาพวกมันนัก" "ปากร้ายจริงนะคะระวังตัวบ้างเถอะ" หว่านเอ๋อเอ็ดเบาๆ แต่ไม่ได้ขัดขืนอ้อมกอดแน่นหนานั้น เธอยกมือขึ้นลูบแผ่นหลังหนาผ่านเสื้อผ้าที่เปียกชื้นเพื่อปลอบประโลม ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังจะกลับมาหวานชื่น จู่ๆ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง... ไม่ใช่เสียงเคาะธรรมดา แต่เป็นการทุบประตูดังปังๆ อย่างถือดี พร้อมกับเสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยจนน่าปวดหัวตะโกนแ로드เข้ามาจากด้านนอก "หลินหว่านเอ๋อ! นังสะใภ้อกตัญญู! แกหลบอยู่ข้างในใช่ไหม เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ!" เสียงแหลมแสบแก้วหูนั้นไม่ใช่ใครอื่น... แม่สามีจอมเจ้ากี้เจ้าการผู้ไม่เคยปล่อยให้ชีวิตพวกเขาได้สงบสุขนั่นเอง จางเหว่ยขมวดคิ้วมุ่นทันที รังสีอำมหิตที่เพิ่งจางหายไปกลับมาคุกรุ่นขึ้นอีกรอบในเสี้ยววินาที หว่านเอ๋อเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากหยักยิ้มร้ายกาจขึ้นมาอย่างรู้ทันเกม... ดูท่าทางวันนี้ครัวของเธอจะได้ต้อนรับแขกที่ไม่ได้รับเชิญ และเธอก็เตรียมเมนูพิเศษไว้ต้อนรับแม่สามีคนนี้ให้อยأบอิ่มจนจุกกลับไปแล้วเสียด้วยสิคะ! --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมความหวานและร่วมเดินทางไปกับความป่วนชวนฟินนี้นะคะ! — เบเกอรี่มิติต่างโลก
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณภรรยาครับ ยุค 80 นี้ผมเลี้ยงเอง! (ฉบับปลูกผักฉบับคนคลั่งรัก) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%