"คนที่เราตามหากำลังสนุกอยู่กับการเล่นซ่อนหา... แต่ฉันเกรงว่าเกมนี้คงต้องจบลงเร็วกว่าที่เขาคิดนะคะ"
เสียงกระซิบแผ่วเบาที่ลอดผ่านรอยแยกของบานหน้าต่างไม้เก่าคร่ำคร่าในยามวิกาล ยังคงวนเวียนอยู่ในโสตประสาทของหลินหว่านเอ๋อ แม้ว่าแสงไฟตะเกียงดวงน้อยในห้องนอนจะถูกดับลงไปนานแล้วก็ตาม
จางเหวียดยังคงสวมกอดร่างของเธอไว้แน่น ฝ่ามือหนาหยาบกร้านตามประสาชายผู้ผ่านการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงทาบทับอยู่บนลาดไหล่บาง ราวกับต้องการยืนยันตัวตนว่าเธอยังคงปลอดภัยในอ้อมแขนของเขา ไอร้อนจากกายแกร่งแผ่ซ่านทะลุเนื้อผ้าเข้ามาปะทะแผ่นหลัง แต่นั่นไม่ได้ทำให้ความตื่นตัวในสัญชาตญาณของหญิงสาวลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย
"หว่านเอ๋อ... อย่ามองออกไปข้างนอกค่ะ" เสียงทุ้มต่ำของสามีเอ่ยเตือนชิดริมใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่บริเวณต้นคอเต็มไปด้วยความระแวดระวังขั้น极 "รอยเท้าใต้หน้าต่างเมื่อครู่ไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดาแน่นอน รองเท้าผ้าใบพื้นยางแบบนั้น... เป็นของพวกสายสืบจากตัวเมือง หรือไม่ก็... คนจากตระกูลฝั่งโน้นที่ยังไม่ยอมรามือ"
หลินหว่านเอ๋อไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกอย่างที่สามีคาดคิด เธอกลับค่อยๆ เอื้อมมือไปกุมทับมือหนาของเขาไว้ รอยยิ้มบางเบาแต่เต็มไปด้วยความเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากในความมืด ดวงตากลมโตสุกสกาวฉายแววท้าทายอย่างชัดเจน
"พวกเขากลัวว่าเราจะลืมตาอ้าปากได้ กลัวว่าสะใภ้ที่พวกเขาเคยเหยียดหยามจะกลายเป็นเสี้ยนหนตำใจในสังคมยุค 80 นี้นะคะ" หว่านเอ๋อเอ่ยเสียงเรียบ ลุกขึ้นนั่งช้าๆ จนจางเหวี่ยวต้องยอมปล่อยมือออกอย่างไม่เต็มใจ "แต่ยิ่งพวกเขาพยายามส่งสัญญาณขู่ขวัญมากเท่าไหร่... ฉันก็ยิ่งอยากจะเปิดร้านเบเกอรี่กลางปאןนี้ให้โด่งดังจนสะเทือนไปถึงหูคนพวกนั้นเร็วขึ้นเท่านั้นค่ะ!"
ในเมื่อโลกใบนี้พยายามบีบคั้นให้พวกเธอยืนหยัดด้วยความยากลำบาก หลินหว่านเอ๋อจึงตัดสินใจแล้วว่า... เธอจะใช้กลิ่นหอมกรุ่นของเนยและแป้งสาลีมาเป็นอาวุธในการฟาดหน้าพวกที่คอยจ้องจะเหยียบย่ำ!
รุ่งอรุณแห่งวันใหม่มาเยือนอย่างรวดเร็วท่ามกลางความเงียบสงบของผืนป่ารอบหมู่บ้าน แต่ความเงียบนั้นถูกทำลายลงทันทีเมื่อเตาอบไอน้ำรุ่นวินเทจสุดล้ำค่าจาก "มิติห้างสรรพสินค้าส่วนตัว" ถูกชักลากออกมาตั้งตระหง่านอยู่กลางห้องครัวบ้านไม้
"หว่านเอ๋อ... เธอแน่ใจนะว่าจะใช้เจ้านี่ทำขนมจริงๆ?" จางเหว่ยยืนมองเครื่องจักรหน้าตาดหลประหลาดที่ส่งเสียงฮัมเบาๆ พร้อมกับหน้าจอเรืองแสงสีฟ้าจางๆ ด้วยความทึ่งแก Jแกมกังวล แม้เขาจะชินกับการเห็นภรรยาเสกของแปลกๆ ออกมาจากอากาศธาตุมาหลายครั้งแล้ว แต่ทุกครั้งมันก็ยังสร้างความประหลาดใจให้เขาได้เสมอ
"แน่นอนที่สุดค่ะ พี่จาง!" หว่านเอ๋อในชุดผ้ากันเปื้อนสีครีมสะอาดตาหันมาส่งยิ้มหวานให้สามี มือเรียวเล็กกำลังนวดแป้งโดว์สีขาวนวลด้วยความคล่องแคล่ว เสียง "พั่บๆๆ" ของแป้งที่กระทบกับโต๊ะไม้ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ "วันนี้เราจะทำ 'ขนมปังเนยสดไส้สังขยาใบเตย' สูตรลับเฉพาะที่รับรองว่า ต่อให้เป็นท่านหัวหน้าหมู่บ้านที่เคี่ยวที่สุด หรือแม้แต่แม่สามีจอมเจ้ากี้เจ้าการคนนั้น... ก็ต้องยอมควักเงินในกระเป๋าออกมาซื้อด้วยความเต็มใจแน่นอนค่ะ"
เพียงแค่คิดถึงใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความอิจฉาริษยาของแม่สามีตระกูลจางที่จะต้องเดินผ่านมาเห็นความสำเร็จของเธอ หว่านเอ๋อก็ยิ่งฮึกเหิม มือเล็กเร่งมือปั้นแป้งเป็นก้อนกลมๆ เรียงรายลงบนถาดอบอย่างเป็นระเบียบ
กลิ่นหอมของใบเตยคั้นสดที่ผสมผสานกับความหวานมันของกะทิและนมสดแท้ๆ เริ่มฟุ้งกระจายออกจากตัวบ้าน ลอยตามสายลมยามสายพัดผ่านยอดไม้ ทะลุออกไปสู่ถนนดินลูกรังเบื้องหน้า
ภายในมิติลับของเธอยังมีแป้งสาลีคุณภาพดี เนยแท้ไขมันสูง และวัตถุดิบชั้นเลิศอีกนับไม่ถ้วนที่ถูกกักตุนไว้ การเปิดร้านเบเกอรี่เล็กๆ ที่บ้านกลางป่าในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การทำมาหากินเพื่อยกระดับชีวิตครอบครัว แต่เป็นการประกาศสงครามทางเศรษฐกิจกับพวกที่คอยดูถูกเหยียดหยามอย่างเงียบเชียบแต่เจ็บแสบถึงทรวงใน!
ผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง... เสียงระฆังทองเหลืองเล็กๆ ที่หว่านเอ๋อแขวนประดับไว้ตรงกรอบประตูหน้าบ้าน ก็ส่งเสียง "กรุ๊งกริ๊ง" ใสๆ ดังขึ้น
จางเหว่ยที่กำลังยืนตอกตะปูซ่อมแซมรั้วบ้านอยู่ห่างออกไป ชะงักมือทันที สายตาดุดันคมกริบกวาดมองไปยังแขกผู้มาเยือนคนแรกของวันด้วยความระแวดระวัง
ร่างท้วมของป้าอ้วน หญิงปากมากประจำหมู่บ้านผู้ขึ้นชื่อเรื่องการนินทาชาวบ้านไปทั่ว เดินกะโผลกกะเผลกเข้ามาใกล้ตัวบ้าน จมูกย่นๆ ของแกฟุตฟิตสูดดมอากาศราวกับสุนัขดมกลิ่น ดวงตาเล็กหยีเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อปะทะเข้ากับกลิ่นหอมหวานละมุนที่อบอวลอยู่รอบบริเวณ
"ตายจริง! นี่มันกลิ่นอะไรกันเนี่ย หอมยิ่งกว่าเค้กในสหกรณ์อำเภอเสียอีก!" ป้าอ้วนพึมพำกับตัวเอง เดินดุ่มๆ เข้ามาใกล้ระเบียงบ้านโดยไม่รอให้เจ้าของบ้านอนุญาต "นี่... นังหนูหว่านเอ๋อ! แกทำอะไรกินกันวะเนี่ย ทำไมกลิ่นมันถึงได้ยั่วยวนชวนน้ำลายสอขนาดนี้!"
หลินหว่านเอ๋อค่อยๆ เปิดเตาอบช้าๆ ไอน้ำสีขาวบริสุทธิ์พร้อมกับกลิ่นหอมหวานของเนยและสังขยาใบเตยที่อบอวลพวยพุ่งออกมาราวกับหมอกจางๆ ในยามเช้า กลิ่นนั้นหอมเย้ายวนจนทำให้ป้าอ้วนถึงกับกลืนน้ำลายเอื้อมมือคว้าอากาศ
หว่านเอ๋อแย้มยิ้มอย่างเป็นมิตร แต่แววตากลับซ่อนประกายเจ้าเล่ห์ไว้เต็มเปี่ยม เธอหยิบขนมปังเนยสดเนื้อฟูนุ่มสีทองอร่ามที่เพิ่งอบเสร็จใหม่ๆ ออกมาวางบนตะแกรงไม้ พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานใสที่กังวานไปทั่วบริเวณ
"อ้าว... ป้าอ้วนเองเหรอคะ พอดีเลยค่ะ ขนมปังสูตรพิเศษล็อตแรกของร้าน 'เบเกอรี่มิติต่างโลก' เพิ่งอบเสร็จร้อนๆ เมื่อครู่นี้เอง สนใจจะลองชิมสักชิ้นไหมคะ... แต่ว่ า... ราคาชิ้นละสองเหมานะฃะคะ ไม่มีลดราคาให้เด็ดขาดค่ะ!"
ป้าอ้วนอ้าปากค้างด้วยความตกใจกับราคาที่แพงหูฉี่สำหรับยุคสมัยนี้ แต่ทว่า... ท้องของแกกลับส่งเสียงร้องโครกคราออกมาอย่างดังแข่งกับกลิ่นหอมยวนใจของขนมปังตรงหน้า!
บรรยากาศกำลังดำเนินไปอย่างสนุกสนาน ท่ามกลางความตื่นเต้นของกลิ่นอายการค้าขายและการเอาคืนเพื่อนบ้านปากร้าย แต่แล้ว... จู่ๆ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสคู่ก็ดังขึ้นจากทางปากทางเข้าป่า ลัดเลาะเข้ามาใกล้ตัวบ้านอย่างรวดเร็วผิดปกติ
จางเหว่ยโยกตัวกลับมาขวางหน้าภรรยาไว้ทันที มือแกร่งเอื้อมไปจับด้ามมีดอีโต้ที่เหน็บไว้ที่เอวโดยสัญชาตญาณ
เงาร่างสูงใหญ่ของชายแปลกหน้าในชุดเสื้อโค้ทกันหนาวสีเข้มตัวยาว สวมหมวกแก๊ปปีกกว้างจนบังใบหน้าครึ่งซีก ก้าวพ้นแนวพุ่มไม้รกทึบออกมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าลานบ้านของพวกเขา ดวงตาคมกริบใต้ปีกหมวกจ้องมองตรงมาที่หลินหว่านเอ๋อด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ก่อนที่เขาจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาเธอตรงๆ พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของจางเหว่ยเย็นเฉียบ
"ในที่สุด... ฉันก็ตามหากลิ่นหอมของเธอบนโลกใบนี้เจอเสียทีนะ... คุณหนูลี้ภัยตระกูลใหญ่"
[ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนเบเกอรี่มิติต่างโลกมาโดยตลอดนะคะ]
คุณภรรยาครับ ยุค 80 นี้ผมเลี้ยงเอง! (ฉบับปลูกผักฉบับคนคลั่งรัก)•ตอนที่ 16
กลิ่นขนมปังเรียกร้องลูกค้า
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณภรรยาครับ ยุค 80 นี้ผมเลี้ยงเอง! (ฉบับปลูกผักฉบับคนคลั่งรัก) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!