เสียงเคาะโต๊ะไม้เนื้อแข็งสามครั้งด้วยจังหวะหนักแน่นดังขึ้น ท่าศาลาพักผ่อนกลางหมู่บ้านที่ตอนนี้ถูกดัดแปลงเป็นร้านน้ำชาชั่วคราวของหลินหว่านเอ๋อ เรียกสายตาทุกคู่ให้หันขวับไปมองเป็นตาเดียว
“ฉันไม่ได้มาขอส่วนบุญนะแม่สาวน้อย... แต่ได้กลิ่นหอมที่ลอยไปถึงถนนใหญ่จนม้าของฉันมันไม่ยอมเดินต่อต่างหาก”
เจ้าของเสียงคือชายวัยกลางคนรูปร่างท้วม สวมเสื้อคลุมผ้าไหมปักลายประณีตที่หาดูได้ยากยิ่งในยุคปี 80 นี้ บนใบหน้ามีรอยแผลเป็นจางๆ ที่มุมปากบ่งบอกผ่านประสบการณ์โชกโชน ด้านหลังของเขามีผู้ติดตามร่างกำยำอีกสองคนยืนคุมเชิงอย่างระแวดระวัง
หลินหว่านเอ๋อชะงักมือที่กำลังบรรจงแต่งหน้าเค้กไข่ไต้หวันเนื้อนุ่มฟูด้วยวิปครีมสดจากมิติห้างสรรพสินค้า ดวงตากลมโตฉายแววไตร่ตรองชั่วพริบตา ก่อนจะคลี่ยิ้มการค้าที่หวานละมุนแต่ไม่ยอมคนออกมาทันที
“ยินดีต้อนรับค่ะท่าน... ถ้าม้าของท่านยังไม่ยอมเดิน แสดงว่ามันมีรสนิยมที่ดีไม่แพ้เจ้าของเลยนะคะ เชิญนั่งก่อนค่ะ วันนี้ดิฉันเพิ่งอบ ‘ชิฟฟ่อนเค้กใบเตยเนยสด’ ออกมาจากเตาร้อนๆ ทานคู่กับกาแฟดริปหอมกรุ่น รับรองว่าความเหนื่อยล้าจากการเดินทางจะหายเป็นปลิดทิ้งแน่นอนค่ะ”
บรรยากาศรอบโต๊ะพลันเงียบกริบ ชาวบ้านในหมู่บ้านที่แอบมามุงดูต่างกลืนน้ำลายเอื้อือกใหญ่ด้วยความหวาดกลัว เพราะพวกเขารู้จักชายคนนี้ดี—เขาคือ ‘เฒ่าเฉิน’ นักธุรกิจใหญ่ผู้ผูกขาดการค้าส่งในอำเภอและมีเส้นสายกับพวกนอกกฎหมาย ใครๆ ต่างก็บอกว่าเขาเป็นคนเจ้าเล่ห์และเคבריยด เค็มยิ่งกว่าเกลือ
แต่ทว่า... เฒ่าเฉินกลับสูดจมูกฟุดฟัด กลิ่นหอมหวานละมุนของใบเตยแท้ผสมผสานกับความมันเนยชั้นดีที่ลอยเตะจมูก ทำให้ดวงตาเรียวเล็กของเขาเป็นประกายวาววับอย่างปิดไม่มิด
“กลิ่นนี่... ไม่เหมือนขนมแป้งนึ่งหยาบๆ ในตลาดดำแน่ๆ เจ้าเด็กนี่ทำอะไรออกมากันแน่?” เฒ่าเฉินพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะก้าวเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ไม้ไผ่ด้วยท่าทีถือตัว “เอามาลองสิ ถ้าไม่อร่อยอย่างที่คุย ข้าจะยึดร้านกะ µ ะของเธอมาทำโรงเก็บฟางเสีย!”
คำขู่คุกคามนั้นไม่ได้ทำให้หลินหว่านเอ๋อสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เธอยังคงขยับมืออย่างคล่องแคล่ว จัดจานกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดตา วางชิฟฟ่อนเค้กเนื้อฟูนุ่มดั่งก้อนเมฆตัดแบ่งเป็นชิ้นพอดีคำ ราดด้วยซอสกะทืบใบเตยเข้มข้นที่เธอแอบดึงมาจากชั้นแช่เย็นในมิติ พร้อมกับส่งกาแฟดริปหอมกรุ่นควันฉุยไปให้
จางเหว่ยที่เพิ่งเดินกลับมาจากแปลงผักหลังบ้าน เห็นเหตุการณ์เข้าพอดี หัวใจของเขาหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ร่างสูงใหญ่ก้าวฉับๆ เข้ามาหมายจะยืนบังภรรยาไว้ด้านหลัง แต่หว่านเอ๋อกลับเอื้อมมือไปแตะแขนแกร่งของสามีเบาๆ พร้อมกับส่งสายตาส่งสัญญาณว่าเธอกำลังควบคุมสถานการณ์ได้
“ท่านผู้มีเกียรติ... เชิญชิมก่อนค่ะ แล้วค่อยตัดสินใจเรื่องโรงเก็บฟางทีหลังนะคะ” หว่านเอ๋อกล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่หนักแน่น
เฒ่าเฉินใช้ส้อมเงินขนาดเล็กที่หዋนเอ๋อจัดเตรียมไว้ให้ตักเค้กเข้าปาก ทันทีที่เนื้อเค้กสัมผัสกับลิ้น ความนุ่มฟูละลายในปากก็ตามมาด้วยความหอมหวานกลมกล่อมที่ไม่เลี่ยนจนเกินไป กลิ่นหอมของใบเตยธรรมชาติเตะขึ้นจมูกผสานกับความมันเค็มกำลังดีของซอสกะทิ ทำให้เฒ่าเฉินถึงกับเบิกตากว้างโดยไม่รู้ตัว
นี่มัน... รสชาติอะไรกันเนี่ย?! ตั้งแต่เกิดมาจนอายุเข้าวัยเลขห้า เขายังไม่เคยลิ้มรสอาหารชนิดใดที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลายและมีความสุขได้ขนาดนี้มาก่อนเลย!
ความเงียบปกคลุมอยู่หลายวินาที จนผู้ติดตามด้านหลังเริ่มทำหน้าไม่ถูก เฒ่าเฉินเคี้ยวอย่างช้าๆ ดื่มด่ำกับรสชาติจนหมดเกลี้ยงจาน ก่อนจะยกกาแฟดริปขึ้นจิบตาม ความขมเข้มละมุนลิ้นตัดกับความหวานของเค้กได้อย่างลงตัวราวกับเวทมนตร์
เปรี้ยง!
เฒ่าเฉินวางถ้วยกาแฟลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น จนชาวบ้านสะดุ้ง แต่ใบหน้าของเฒ่าใหญ่กลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มกว้างจนริ้วรอยข้างแก้มยับย่น
“ดี! ดีมาก! รสชาติแบบนี้ ข้ากล้าเอาหัวเป็นประกันว่าต่อให้เป็นพ่อครัวในภัตตาคารหลวงที่เมืองหลวง ก็ยังทำไม่ได้ครึ่งหนึ่งของแม่หนูเลย!” เฒ่าเฉินหัวเราะร่าด้วยความสะใจ “ขนมจานนี้เท่าไหร่? ข้าเหมาหมด! ไม่สิ... ข้าต้องการสั่งจองสูตรนี้!”
หว่านเอ๋อยิ้มรับอย่างใจเย็น เธอกวาดสายตามองชายผู้ทรงอิทธิพลตรงหน้าด้วยความมั่นใจ
“สูตรนี้ราคาไม่ถูกหรอกค่ะท่านเฉิน... แต่ถ้าท่านต้องการเป็นลูกค้ารายแรกที่ได้สิทธิ์พิเศษในการรับขนมล็อตใหม่ทุกเช้า ดิฉันมีข้อเสนอที่ท่านต้องสนใจแน่ๆ ค่ะ”
ขณะที่การเจรจาธุรกิจกำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้น และเสียงชื่นชมของเฒ่าเฉินเริ่มดึงดูดสายตาริษยาจากแม่สามีที่แอบมองอยู่หลังพุ่มไม้ จางเหว่ยก็ขยับเข้ามาโอบไหล่ภรรยาเบาๆ เป็นการแสดงออกถึงการปกป้องและสนับสนุนอย่างเต็มที่
ทว่า... ทันทีที่เฒ่าเฉินกำลังจะควักตั๋วเงินปึกใหญ่ออกมาวางบนโต๊ะเพื่อจ่ายค่าตอบแทนที่สูงลิ่ว ผู้ติดตามคนหนึ่งของเขากลับสะกิดแขนเจ้านาย พร้อมกับกระซิบด้วยใบหน้าซีดเผือก
“นายท่าน... ม้า... ม้าของเราที่ผูกไว้ตรงต้นไม้ใหญ่... มันล้มลงไปชักดิ้นชักงอแล้วครับ!”
เฒ่าเฉินหน้าถอดสีทันที หว่านเอ๋อขมวดคิ้วฉับ ดวงตาคมกริบมองไปยังทิศทางที่ม้าถูกผูกไว้ทันที
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมอีกครั้ง—ไม่ใช่เพราะรสชาติขนม แต่เพราะมีบางสิ่งกำลังซ่อนพิษร้ายแรงเอาไว้ในหมู่บ้านแห่งนี้... และเป้าหมายของมันอาจไม่ใช่แค่ม้าตัวนั้น!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนเบเกอรี่มิติต่างโลกมาโดยตลอดนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
คุณภรรยาครับ ยุค 80 นี้ผมเลี้ยงเอง! (ฉบับปลูกผักฉบับคนคลั่งรัก)•ตอนที่ 17
นักธุรกิจใหญ่แวะมาลองชิม
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณภรรยาครับ ยุค 80 นี้ผมเลี้ยงเอง! (ฉบับปลูกผักฉบับคนคลั่งรัก) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!