กลิ่นหอมเนยสดแท้ผสมกับกลิ่นคาราเมลเคี่ยวไหม้จางๆ ที่ลอยอวลออกมาจากครัวหลังบ้านตระกูลจางในยามบ่ายนี้ ช่างเป็นอาวุธทำลายล้างที่ทรงพลังเสียยิ่งกว่ากำปั้นเหล็กของจางเหว่ยเสียอีกค่ะ
"หว่านเอ๋อ... เจ้ากำลังทำไสยศาสตร์อันใดอยู่ เหตุใดกลิ่นมันถึงได้ยั่วยวนน้ำลายสอจนข้าแทบจะกลืนลิ้นตัวเองเช่นนี้"
ป้าเฉิน เพื่อนบ้านผู้ขึ้นชื่อเรื่องปากตลาดและเป็นหัวเรือใหญ่ในการนินทาชาวบ้าน ชะโงกหน้าข้ามรั้วไม้ไผ่เตี้ยๆ เข้ามาด้วยดวงตาที่เป็นประกายระยับ มือเหี่ยวย่นตามวัยเกาะขอบรั้วแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว ใบหน้ายับย่นพยายามทำจมูกฟุดฟิดสูดดมกลิ่นหอมที่ลอยตามลม หญิงสูงวัยกลืนน้ำลายลงคอเสียงดังเอื๊อกใหญ่จนหลินหว่านเอ๋อที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดเรียงคุกกี้เนยสดใส่ตะกร้าสานใบเล็กต้องหลุดยิ้มมุมปาก
นี่แหละค่ะ... กลยุทธ์ "การทูตด้วยความอร่อย" ที่เธอวางแผนไว้
ย้อนกลับไปเมื่อสองวันก่อน หลังจากที่เธอจัดการตบหน้าพวกญาติจอมดูถูกและแม่สามีจอมเจ้ากี้เจ้าการด้วยความเงียบแต่เจ็บแสบไปแล้ว หลินหว่านเอ๋อก็รู้ดีว่าการจะใช้ชีวิตในยุค 80 แห่งนี้ให้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข ลำพังแค่ความแข็งแกร่งของสามีอย่างจางเหว่ยนั้นไม่เพียงพอค่ะ หมู่บ้านแห่งนี้มีกฎเกณฑ์ มีกลุ่มก้อนอำนาจ และมี "ปากหอยปากปู" ที่น่ากลัวยิ่งกว่าเสือร้ายในป่าลึก หากเธอต้องการทำมาค้าขาย หรือแม้แต่จะแอบหยิบจับวัตถุดิบจากมิติห้างสรรพสินค้าออกมาใช้โดยไม่ให้ใครสงสัย การสร้าง "แนวร่วม" ในหมู่บ้านคือสิ่งจำเป็นที่สุด
และไม่มีอะไรที่จะซื้อใจมนุษย์ได้ดีเท่ากับ "น้ำตาล ไขมัน และแป้งชั้นดี" อีกแล้วค่ะ!
หลินหว่านเอ๋อหยิบผ้ากันเปื้อนสีสะอาดสะอ้านออก เดินนืดๆ น่องๆ ถือตะกร้าคุกกี้ช็อกโกแลตชิพและคุกกี้เนยสดอัลมอนด์ที่เพิ่งอบเสร็จใหม่ๆ ร้อนๆ เดินตรงไปยังรั้วบ้าน ท่าทางของเธองดงามเยือกเย็น รอยยิ้มที่ประดับบนใบหน้ามีความเป็นมิตรแต่ทว่าเปี่ยมด้วยความฉลาดเฉลียว
"อ้าว ป้าเฉินเองหรือคะ พอดีเลยค่ะ ฉันเพิ่งลองหัดทำขนมสูตรใหม่จากแดนไกลดู อยากให้ผู้หลักผู้ใหญ่ในหมู่บ้านช่วยชิมติชมเสียหน่อยว่ารสชาติพอใช้ได้ไหม"
เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นอย่างนอบน้อม ทว่าดวงตากลมโตกลับประกายระยับด้วยความเจ้าเล่ห์เล็กๆ
ป้าเฉินรีบผละมือออกจากรั้ว ยืดตัวตรงแล้วหัวเราะแห้งๆ กลบเกลื่อนความอยาก "แหม... หว่านเอ๋อสะใภ้บ้านนี้นี่มือขึ้นจริงๆ ข้าได้กลิ่นหอมโชยมาตั้งแต่ปลายซอย นึกว่าเจ้าเผาอะไรกินเสียอีก หน้าตาเจ้าขนมปอบ้านี่แปลกประหลาดนัก เป็นแผ่นกลมๆ มีจุดสีดำๆ ฝังอยู่ มันกินได้จริงๆ หรือไม่เล่า?"
"ลองชิมดูสิคะป้า" หลินหว่านเอ๋อหยิบคุกกี้ช็อกโกแลตชิพชิ้นโตที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นยั่วใจ ยื่นส่งให้ผ่านรั้วอย่างใจกว้าง "ไม่ต้องเกรงใจค่ะ ถือว่าฉันฝากเนื้อฝากตัวในฐานะสะใภ้ใหม่ของหมู่บ้านเราก็แล้วกัน"
ป้าเฉินรับมาด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย นางมองซ้ายมองขวาด้วยความหวาดระแวง กลัวว่าจะมีใครมาเห็นว่าตนเองกำลังรับของจากบ้านจางที่ใครๆ ก็ว่ายากจนและมีปัญหา แต่พอกลิ่นเนยหอมกรุ่นเตะเข้าที่ปลายจมูก สัญชาตญาณความอยากอาหารก็เอาชนะความระแวงสิ้น ป้าเฉินอ้าปากกัดลงไปคำโต—
กรอบ!
เสียงคุกกี้เนื้อแน่นแตกตัวในปาก ตามมาด้วยรสสัมผัสกรอบนอกนุ่มใน ความหวานละมุนที่เคลือบด้วยความเค็มมันจากเนยแท้ละลายหายไปกับต่อมรับรส ช็อกโกแลตชิพแท้ๆ ที่ละลายเยิ้มเบาๆ สร้างมิติความเข้มข้นตัดกับความหวานได้อย่างลงตัว ดวงตาฝ้าฟางของป้าเฉินเบิกกว้างขึ้นทันทีราวกับคนเห็นผีสาง นางเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างลืมตัว ริมฝีปากเปื้อนเศษคุกกี้สีน้ำตาลโดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ
"อร่อย... อร่อยยิ่งนัก!" ป้าเฉินอุทานเสียงหลง รสชาตินี้มันคืออะไรกัน นี่มันไม่ใช่ขนมแป้งปิ้งแข็งกระด้างที่พวกนางกินกันตามมีตามเกิด แต่มันคือความสุขก้อนกลมๆ ที่ละลายในปากได้ชัดเจน! "หว่านเอ๋อ... นี่เจ้า... เจ้าทำขนมนี้เองจริงหรือ? นี่มันอร่อยกว่าขนมจากร้านในตัวอำเภอเสียอีกนะ!"
"ถ้าป้าชอบ วันหลังว่างๆ แวะมาคุยเล่นกับฉันได้นะคะ ฉันยังมีสูตรอีกเยอะแยะเลยค่ะ" หลินหว่านเอ๋อยิ้มรับคำชมอย่างถ่อมตัว
ในขณะเดียวกัน ที่มุมหนึ่งของลานกว้างกลางหมู่บ้าน จางเหว่ยที่เพิ่งกลับจากการฝึกซ้อมทางทหารและช่วยชาวบ้านซ่อมแซมสะพานไม้ เดินถือเครื่องมือช่างผ่านมาพอดี ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อกล้ามสีเขียวขี้ม้าเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อแน่นหนาและหยาดเหงื่อที่พราวระยับ ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าภรรยาคนสวยของเขากำลังยืนพูดคุยอย่างสนิทสนมกับป้าเฉิน—ยายแก่จอมปากมากประจำหมู่บ้านที่ชอบนินทาคนอื่นไปทั่ว
จางเหว่ยรีบก้าวเท้ายาวๆ เข้ามาใกล้ทันทีด้วยความเป็นห่วง กลัวว่าภรรยาตัวน้อยจะถูกหญิงแก่คนนี้หาเรื่องกลั่นแกล้งเหมือนที่เคยทำกับคนอื่น แต่ภาพที่เขาเห็นกลับทำให้ฝ่าเท้าต้องชะงักกึก
"โอ๊ย พ่อหนุ่มจางเหว่ย บุญพาสวาสส่งจริงนะที่ได้เมียทั้งสวยทั้งทำอาหารเก่งเช่นนี้!" ป้าเฉินหันมาเห็นนายทหารหนุ่มพอดี นางรีบปรี่เข้าไปหาพร้อมกับชูคุกกี้ที่เหลือครึ่งชิ้นในมืออวดราวกับเด็กได้ของเล่น "เอ็งรู้ไหมว่าเมียเอ็งทำขนมอะไรให้ข้ากิน มันอร่อยจนลิ้นแทบจะพันกันแน่ะ!"
จางเหว่ยชะงักไปครู่หนึ่ง เขากวาดสายตาคมกริบมองภรรยาที่ส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มมาให้ ดวงตาคู่นั้นพราวระยับราวกับแมวตัวน้อยที่เพิ่งแอบขโมยปลาทูสำเร็จ หลินหว่านเอ๋อไม่ได้พูดอะไร ปล่อยให้สามีหนุ่มยืนงงกับท่าทีพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือของป้าเฉินที่เมื่อวานยังแอบยืนนินทาว่าร้ายเธออยู่เลย
"เอ่อ... หว่านเอ๋อ นางทำหรอกหรือครับ?" จางเหว่ยเอ่ยถามเสียงทุ้มต่ำ ดวงตาคมเข้มมองภรรยาด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งประหลาดใจ ทั้งทึ่ง และ... ความรักความหลงที่พุ่งทะยานจนแทบจะปิดไม่มิด
"ใช่ส่ะ! ต่อไปใครกล้าว่าร้ายบ้านจางอีก ข้าคนนี้แหละจะเอาไม่กวาดไล่ตีหัวมันเอง!" ป้าเฉินประกาศกร้าวอย่างลืมตัว พลางตบไหล่จางเหว่ยป้าบๆ ก่อนจะรีบเดินจ้ำอ้าวกลับบ้านไป เพื่อไปอวดสามีและลูกหลานเรื่อง "คุกกี้วิเศษ" ที่นางเพิ่งได้กินมา
บรรยากาศหน้าบ้านกลับมาเงียบสงบลงอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมพัดผ่านยอดไม้และกลิ่นหอมจางๆ ของเนยที่ยังคงติดอยู่ที่ปลายจมูก
จางเหว่ยหันกลับมามองภรรยาตัวน้อยที่ยืนกอดอกอมยิ้ม ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดตัวอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายความเป็นชายชาตรีปะปนกับกลิ่นเหงื่อจากการทำงานลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส มือหนาเอื้อมไปโอบเอวบางไว้หลวมๆ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน
"ภรรยา... เธอใช้มนต์ดำอันใดกับยายแก่ปากมากคนนั้นกัน หืม?" เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบชิดริมหางตา หัวใจของนายทหารหนุ่มเต้นโครมครามยามที่ได้กลิ่นหอมหวานจากตัวเธอ
"ฉันไม่ได้ใช้มนต์ดำเสียหน่อยค่ะพี่เหว่ย..." หลินหว่านเอ๋อเอียงคอหลบสายตาร้อนแรงของสามี รอยยิ้มซุกซนปรากฏบนเรียวปากอิ่ม "ฉันแค่ใช้ 'อาวุธ' ที่ทรงพลังที่สุดต่างหากล่ะคะ..."
เธอยื่นตะกร้าคุกกี้ที่เหลือให้อีกฝ่ายถือไว้ ก่อนจะใช้นิ้วเรียวแตะที่ปลายคางแกร่งของสามีเบาๆ เป็นการหยอกเย้า
"และดูเหมือนว่า... อาวุธชิ้นนี้ จะไม่ได้ใช้ซื้อใจแค่ป้าเฉินคนเดียวเสียแล้วล่ะค่ะ..."
จางเหว่ยหัวเราะในลำคออย่างพึงพอใจ ดวงตาสีเข้มลุกโชนด้วยประกายไฟแห่งความคลั่งรัก เขาเตรียมจะโน้มใบหน้าลงไปประทับจูบลงบนเรียวปากอิ่มที่เอาแต่ยั่วเย้าเขาไม่หยุด
**ทว่า!**
ทันใดนั้นเอง เสียงเคาะประตูกรั้วหน้าบ้านดังปึงปังขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงตะโกนโวยวายด้วยความตื่นตระหนกของลุงมู่ผู้ใหญ่บ้านที่วิ่งหน้าตั้งกระหืดกระหอบเข้ามาจนสะดุดชายผ้าถุงเกือบหัวคะมำ
"จางเหว่ย! หว่านเอ๋อ!แย่แล้ว! เกิดเรื่องใหญ่ที่ชายป่าทิศตะวันตกแล้ว!" ลุงมู่หอบหายใจตัวโยน ใบหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด "มี... มีกองคาราวานพ่อค้าเร่กลุ่มใหญ่จากเมืองหลวง ถูกโจรป่าดักปล้นกลางทาง สินค้าในเกวียนกระจัดกระจาย บาดเจ็บล้มตายกันระเนระนาด... แต่ที่สำคัญที่สุดคือ... หัวหน้ากองคาราวานคนนั้น เขาคือ...!"
จางเหว่ยชะงัก สีหน้าเคร่งเครียดขึ้นทันทีในขณะที่หลินหว่านเอ๋อหุบยิ้มฉับ ดวงตากลมโตหรี่ลงด้วยความระแวง
"เขาคือใครคะ ผู้ใหญ่บ้าน?" หลินหว่านเอ๋อถามเสียงเรียบ ทว่าหัวใจกลับกระตุกวูบ
"เขาคือ... อดีตคู่หมั้นตระกูลเก่าของเจ้าที่หนีหายไปเมื่อหลายปีก่อน... และตอนนี้เขากำลังมุ่งหน้ามาที่บ้านของพวกเจ้า!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้หว่านเอ๋อและพี่เหว่ยมา ณ ที่นี้นะคะ
[เบเกอรี่มิติต่างโลก]
คุณภรรยาครับ ยุค 80 นี้ผมเลี้ยงเอง! (ฉบับปลูกผักฉบับคนคลั่งรัก)•ตอนที่ 7
เมื่อของหวานคืออาวุธ
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณภรรยาครับ ยุค 80 นี้ผมเลี้ยงเอง! (ฉบับปลูกผักฉบับคนคลั่งรัก) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!