"กลิ่นอะไรน่ะ... หอมจนจมูกข้าจะหลุดออกมาอยู่แล้ว!"
เสียงอุทานด้วยความตกตะลึงของป้าอู๋ดังลั่นขึ้นหน้าลานบ้านตระกูลจาง เรียวคิ้วของหญิงสูงวัยขมวดเข้าหากันจนแทบ
จดกัน ขณะที่จมูกโตๆ ของนางฟุดฟิดสูดดมกลิ่นอายประหลาดที่ลอยละลิ่วมาจากเตาไฟดินเหนียวหลังบ้าน กลิ่นนั้นช่างซับซ้อนและเย้ายวน
มันมีความขมเข้มปนความหวานคั่วละมุน ที่สำคัญคือมันให้ความรู้สึก ‘ร่ำรวย’ และ ‘หรูหรา’ เกินกว่าที่คนในหมู่บ้านยากจนแห่งนี้จะจินตนาการถึง
หลินหว่านเอ๋อไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองแขกผู้ไม่ได้รับเชิญทันที มือเรียวสวยที่สวมถุงผ้ากันเปื้อนสะอาดสะอ้านยังคงขยับบดเมล็ดกาแฟอาราบิก้าคั่วบดละเอียดในเครื่องบดมือหมุนสแตนเลส—สมบัติชิ้นงามที่แอบหยิบออกมาจากมิติห้างสรรพสินค้าส่วนตัว
เสียงกลไกเฟืองเหล็กกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊งเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ยิ่งขับเน้นบรรยากาศยามสายให้ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาถนัดตา
ดวงตากลมโตฉายแววเจ้าเล่ห์พอดิบพอดี นางตั้งใจต้มกาแฟดริปถ้วยแรกกลางแจ้งแบบนี้แหละค่ะ เพื่อกระตุ้นต่อมรับรู้ของชาวบ้านที่ชอบเดินผ่านหน้าบ้านมานินทาตระกูลนางนัก!
"กลิ่นกาแฟคั่วบดกับวานิลลาอ่อนๆ จากเมล็ดเกรดพรีเมียมในมิติ... ต่อให้เป็นเซียนจากสวรรค์ชั้นฟ้า ก็ยังต้องเหลียวหลังกลับมามองเลยนะคะ" หว่านเอ๋อยิ้มมุมปากอย่างมาดมั่น
เมื่อคืนนี้ หลังจากไล่ตะردแม่สามีจอมเจ้ากี้เจ้าการกลับไปด้วยความโมโหจนหน้าเขียว นางก็แอบเข้าไปสำรวจโซนซุปเปอร์マーケットในมิติลับ และพบว่านอกจากวัตถุดิบเบเกอรี่แล้ว ยังมีเครื่องชงกาแฟดริปแบบพกพา เมล็ดกาแฟคั่วบดชั้นดี และนมข้นหวานหลอดอลูมิเนียมนำเข้าจากยุคศตวรรษที่ 21 ซ่อนอยู่เต็มตู้! ในยุค 80 ที่ผู้คนยังดื่มแต่ชาเขียวจืดชืดหรือน้ำต้มใบไม้ กาแฟดริปแก้วนี้จึงเทียบเท่ากับอาวุธลับทางเศรษฐกิจดีๆ นี่เอง
"นี่... นังเด็กสะใภ้รอง หลินหว่านเอ๋อ! เจ้าทำอะไรกินกันแน่? ทำไมกลิ่นมันชวนน้ำลายสอขนาดนี้ หรือเจ้าแอบซ่อนเนื้อสัตว์ดีๆ ไว้กินคนเดียว!"
ป้าอู๋สาวเท้าก้าวเข้ามาในรั้วไม้ไผ่ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ใบหน้ายับย่นตามวัยเต็มไปด้วยความริษยา นางชะเง้อคอมองหม้อต้มน้ำและกระดาษกรองรูปกรวยแปลกตาบนโต๊ะไม้ด้วยความตื่นตะลึง
หว่านเอ๋อวางด้ามจับเครื่องบดลงอย่างใจเย็น นางปัดเศษผงกาแฟออกจากนิ้วมือช้าๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาผู้อาวุโสด้วยรอยยิ้มหวานหยดที่เคลือบด้วยยาพิษ
"อ้าว ป้าอู๋ ลมอะไรหอบท่านมาถึงนี่ล่ะคะ? หน้าบ้านตระกูลจางกว้างขวางออกปานนั้น ไยจึงเดินดุ่มๆ เข้ามาในครัวหลังบ้านของผู้อื่นได้เล่า หรือว่าจมูกของท่านจะไวต่อกลิ่นอาหารเสียจนสูญเสียมารยาทไปหมดแล้ว?"
คำพูดเจ็บแสบแต่รอยยิ้มประดับใบหน้าสะสวยทำให้ป้าอู๋หน้าชาวา
"เจ้า... นังเด็กนี่ ปากคอเราะร้ายขึ้นทุกวันนะ! ข้าแค่เดินผ่านมาแล้วได้กลิ่นประหลาด นึกว่าไฟไหม้บ้านพวกเจ้าต่างหาก ถึงได้หวังดีเข้ามาดู!"
"ขอบพระคุณในความหวังดีอันล้นเหลือของท่านนะคะ แต่บ้านตระกูลจางไม่ได้ไฟไหม้ค่ะ..." หว่านเอ๋อจงใจลากเสียงยาว นางหยิบเหยือกแก้วทนความร้อนขึ้นมา น้ำกาแฟสีดำสนิทดุจรัตติกาลที่ผ่านการสกัดอย่างประณีตหยดลงทีละหยดจนเต็มเหยือก ส่งกลิ่นหอมกรุ่นเตะจมูกป้าอู๋จนอีกฝ่ายถึงกับกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่โดยไม่รู้ตัว
"นั่น... น้ำอะไรสีดำๆ? เหมือนยาจีนก็ไม่ใช่ สุราก็ไม่เชิง" ป้าอู๋ชี้ไม้ชี้มือด้วยความสงสัยระคนอยากรู้อยากเห็น
"นี่คือ 'กาแฟดำ' ค่ะป้าอู๋ เครื่องดื่มชั้นสูงจากแดนไกล ดื่มแล้วตาสว่าง สมองปลอดโปร่ง ต่อให้ท่านต้องไปก้มๆ เงยๆ ถอนหญ้าในนาทั้งวัน ก็จะไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย..." หว่านเอ๋อแกล้งทำเป็นบรรยายสรรพคุณด้วยน้ำเสียงเคลิบเคลิ้ม นางตักนมข้นหวานเนื้อข้นคลั่กลงไปในแก้วกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดอีกใบ ก่อนจะรินน้ำกาแฟร้อนๆ ตามลงไป เกิดเป็นภาพชั้นสีของกาแฟและนมที่ผสานกันอย่างงดงามน่าอัศจรรย์
กลิ่นหอมละมุนของกาแฟผสมนมข้นหวานลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณ ยิ่งกว่าตอนคั่วใหม่ๆ เสียอีก ป้าอู๋ถึงกับยืนเท้าสะเอว ตาค้าง มองแก้วเครื่องดื่มในมือของหญิงสาวราวกับเห็นทองคำแท่ง
"หอม... หอมเหลือเกิน หว่านเอ๋อ เจ้าแบ่งให้ป้าชิมสักอึกสิ ข้าเดินมาเหนื่อยๆ คอแห้งเหลือเกิน" ป้าอู๋เปลี่ยนท่าทีจากหน้ามือเป็นหลังมือ รอยยิ้มฝฝืนเกลื่อนกลาดบนใบหน้าเหี่ยวย่น พยายามก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะ
แต่หว่านเอ๋อไวว่า นางถอยหลัง1ก้าวพร้อมกับยกแก้วกาแฟหลบอย่างนิ่มนวล รอยยิ้มบนเรียวปากยังคงรักษาความสุภาพไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม
"โอ๊ะ โอ๋... ป้าอู๋คะ ของอร่อยและล้ำค่าเช่นนี้ จะให้กินฟรีๆ ได้อย่างไรกันคะ? เมล็ดกาแฟพวกนี้ ข้าต้องใช้แรงกายแรงใจในการหามาอย่างยากลำบากเชียวนะคะ"
"เจ้า... เจ้าจะขายหรือไง? แก้วละเท่าไหร่กันเชียว นังคนหน้าเลือด!" ป้าอู๋หน้าบึ้งตึงทันทีเมื่อได้ยินคำว่าเงิน
"ไม่แพงเลยค่ะป้าอู๋..." หว่านเอ๋อชูนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้ว "กาแฟถ้วยนี้... ห้าเหมาค่ะ!"
"ห้าเหมา?!" ป้าอู๋หวีดร้องเสียงหลงจนกานกเขาบนต้นไม้ข้างบ้านตกใจบินหนี "เนื้อหมูครึ่งชั่งยังราคาแค่สามเหมา! กาแฟดำๆ นี่แก้วละตั้งห้าเหมา เจ้าจะไปปล้นคนหรือไงกัน ถึงกล้าขายราคานี้!"
"ถ้าท่านคิดว่าแพง ก็เชิญไปดื่มน้ำคลองหน้าหมู่บ้านได้เลยนะคะ หว่านเอ๋อไม่เคยบังคับใครให้ซื้ออยู่แล้วค่ะ" หว่านเอ๋อเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตเป็นประกายท้าทาย นางรู้ดีว่าความอยากรู้อยากเห็นและความโลภของคนแก่หัวโบราณในหมู่บ้านนี้มีมากแค่ไหน ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ
ในจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูรั้ว จางเหว่ย สามีหนุ่มนายทหารรูปร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อผ้าทหารสีเขียวเข้มก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าเรียบเฉยตามเคย แต่ดวงตาคมกริบกลับกวาดมองภรรยาคนสวยทันทีด้วยความเป็นห่วง
"หว่านเอ๋อ เกิดอะไรขึ้น?" เสียงทุ้มต่ำเอמהถามพร้อมกับก้าวเข้ามาบังร่างภรรยาไว้จากป้าอู๋โดยสัญชาตญาณ
ป้าอู๋เห็นจางเหว่ยกลับมา ก็รีบฟ้องทันทีด้วยน้ำเสียงกระเง้ากระงอด "จางเหว่ย เจ้าดูเมียเจ้าสิ! คิดจะขูดรีดชาวบ้าน ขายน้ำดำๆ บ้าบออะไรก็ไม่รู้แก้วละตั้งห้าเหมา นางเสียสติไปแล้วแน่ๆ!"
จางเหว่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาหันมามองภรรยา พบว่าหว่านเอ๋อยังคงยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่ได้มีความหวาดกลัวต่อคำฟ้องร้องนั้นเลยแม้แต่น้อย มือเรียวเล็กยื่นแก้วกาแฟที่ส่งควันกรุ่นให้ออกมาตรงหน้าเขา
"พี่เหว่ยคะ... ท่านเหนื่อยจากการฝึกทหารมาทั้งคืน ลองชิมนี่หน่อยสิคะ รับรองว่ารสชาตินี้ ท่านไม่เคยลิ้มลองที่ไหนมาก่อนในชีวิตแน่นอนค่ะ"
จางเหว่ยชะงักไปครู่หนึ่ง เขาสบตากับประกายระยิบระยับในดวงตาของภรรยาหัวใจดวงแกร่งพลันกระตุกวูบอย่างไร้เหตุผล ชายหนุ่มรับแก้วกระเบื้องมาถือไว้ กลิ่นหอมกรุ่นเตะจมูกจนเขารู้สึกได้ถึงความกระปรี้กระเปร่าที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง
เขายกขึ้นจิบคำเล็กๆ...
รสชาติขมเข้มที่ปลายลิ้น แต่ทว่ามีความหวานละมุนกลมกล่อมของนมและกลิ่นอายคั่วบดที่กระจายซ่านไปทั่วโพรงปาก ทำให้สมองที่เหนื่อยล้ามาทั้งวันตื่นตัวขึ้นในพริบตา ความอบอุ่นแผ่ซ่านลงสู่ท้องอย่างน่าประหลาด
จางเหว่ยเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย—รสชาตินี้... มันยอดเยี่ยมยิ่งกว่าสุราชั้นดีเสียอีก!
"อร่อยไหมคะ?" หว่านเอ๋อเอียงคอถามด้วยรอยซุกซน
"อร่อยมาก..." จางเหว่ยตอบเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาคมทอดมองภรรยาด้วยความรักและทึ่งระคนกัน
ป้าอู๋อ้าปากค้าง มองสามีภรรยาคู่นี้ด้วยความงุนงง นางกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่เมื่อเห็นท่าทางเคลิบเคลิ้มของจางเหว่ย กลิ่นหอมที่โชยมาแตะจมูกอีกครั้งมันช่างทรมานจิตใจคนแก่ที่อยากรู้อยากเห็นเสียเหลือเกิน
"เอ่อ... จางเหว่ย เมียเจ้า..." ป้าอู๋ทำท่าจะเอ่ยปากต่อรอง
ทว่า หว่านเอ๋อกลับยกมือขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน รอยยิ้มการค้าผุดขึ้นบนใบหน้าสวยหวานอย่างสมบูรณ์แบบ
"หมดเวลาลังเลแล้วค่ะป้าอู๋... กาแฟถ้วยแรกของวันนี้ พี่เหว่ยเป็นคนชิมไปแล้ว หากท่านอยากได้ถ้วยต่อไป ราคาตอนนี้... เปลี่ยนเป็นหนึ่งหยวนถ้วนค่ะ!"
"หนึ่งหยวน?!" ป้าอู๋แทบเป็นลมล้มพับ
---
[ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้หว่านเอ๋อและพี่เหว่ยมา ณ ที่นี้นะคะ]
คุณภรรยาครับ ยุค 80 นี้ผมเลี้ยงเอง! (ฉบับปลูกผักฉบับคนคลั่งรัก)•ตอนที่ 6
กาแฟดริปในยุคกันดาร
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณภรรยาครับ ยุค 80 นี้ผมเลี้ยงเอง! (ฉบับปลูกผักฉบับคนคลั่งรัก) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!