"ถ้าสะใภ้รองอย่างเจ้าคิดจะเอาเงินเก็บก้อนนี้ไปละลายทิ้งในเมืองล่ะก็... ข้ามศพฉันไปก่อนเถอะ!"
เสียงตบโต๊ะดังสนั่นเรือนใหญ่พร้อมกับร่างท้วมของแม่สามีจางที่พุ่งพรวดขึ้นยืน ใบหน้าย่นยู่ด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเนื้อตัวสั่นเทา ดวงตาคู่เล็กหรี่มองธนบัตรปึกหนาในมือของหลินฟางด้วยความโลภแกมริษยา นางจ้องมองมันราวกับหมาป่าเห็นเนื้อชิ้นโต
หลินฟางไม่แม้แต่จะกะพริบตา หญิงสาวแค่นเสียง "หึ" ในลำคอเบาๆ กิริยาเยือกเย็นและรอยยิ้มที่มุมปากของเธอกลับยิ่งสุมไฟโทสะให้แม่สามีจางปะทุขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว
"เงินนี่เป็นส่วนที่ข้ากับพี่อาหานหามาด้วยหยาดเหงื่อแรงกาย ไม่ได้ไปปล้นชิงหรือขอเศษทานจากใครหน้าไหน แล้วมันจะไปหนักส่วนไหนของท่านแม่กันคะ?" น้ำเสียงของหลินฟางราบเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่กรีดลงบนเนื้อสดๆ
"นังตัวดี! แกกล้าต่อปากต่อคำกับฉันรึ!" แม่สามีจางเงื้อมมือหมายจะตบสั่งสอน แต่ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะได้สัมผัสอากาศ โจวหานที่ยืนนิ่งเงียบเป็นเสาหินอยู่ข้างกายภรรยามาตลอดก็ก้าวเท้าเข้ามาขวางไว้ ร่างสูงใหญ่ดั่งภูเขาบังร่างบอบบางของภรรยาไว้มิดชิด ดวงตาคมกริบทรงอำนาจมองมารดาตนเองด้วยแววตานิ่งสนิท ปราศจากความลังเลใจใดๆ ทั้งสิ้น
"แม่ครับ... เรื่องทำมาหากินของพวกเรา ผมเป็นคนตัดสินใจเอง" โจวหานเอמהขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลัง แต่มันกลับสร้างแรงกดดันมหาศาลจนแม่สามีจางต้องชะงัก ถอยหลังกรูดไปสองก้าวด้วยความหวาดกลัวบุตรชายคนนี้
หลินฟางอมยิ้มบางๆ เธอเอื้อมมือไปแตะแขนแกร่งของสามีเบาๆ เป็นเชิงบอกว่าเธอจัดการเองได้ ดวงตากลมโตเป็นประกายเจิดจ้า แฝงไว้ด้วยความมั่นใจเกินร้อย วันนี้... เธอไม่ได้มาเพื่อต่อปากต่อคำกับคนไร้เหตุผล แต่เธอมาเพื่อประกาศจุดยืนและการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของครอบครัวต่างหาก
เป้าหมายในวันนี้ไม่ใช่แค่การขายซาลาเปาและน้ำพริกในตลาดมืดอีกต่อไป แต่คือการ "เปิดร้านอาหาร" ของตัวเองในตัวอำเภอ!
การเดินทางเข้าเมืองในยามสายวันนี้คึกคักเป็นพิเศษ หลินฟางนั่งซ้อนท้ายจักรยานของโจวหาน ลมหนาวปลายฤดูพัดปะทะใบหน้า แต่มันกลับทำให้เธอยิ่งรู้สึกตื่นตัวและมีไฟ อาคารบ้านเรือนยุค 80 สองข้างทางเริ่มมีความเจริญหลงเหลือให้เห็น ตลาดการค้าในตัวอำเภอเริ่มมีผู้คนพลุกพล่าน เสียงพ่อค้าแม่ขายตะโกนเรียกเสียงดังแข่งกันสร้างบรรยากาศที่มีชีวิตชีวา
"พี่อาหานคะ ตรงนั้น... ตึกแถวหัวมุมถนนการค้าตรงนั้น ดูน่าสนใจมากเลยค่ะ" หลินฟางชี้ชวนให้สามีมองไปยังอาคารสองชั้นสภาพโครงสร้างยังแข็งแรง ป้ายไม้เก่าๆ หน้าตึกเขียนไว้ว่า "ประกาศให้เช่า"
โจวหานพยักหน้ารับอย่างไม่ลังเล เขาจอดจักรยานแล้วเดินเคียงข้างภรรยาเข้าไปสำรวจทันที ในสายตาของนายทหารหนุ่มผู้ผ่านศึกมาโชกโชน เขาย่อมมองเห็นศักยภาพทางทำเลที่ตั้ง ทว่าความละเอียดรอบคอบในการเจรจาต่อรองเป็นสิ่งที่หลินฟางถนัดที่สุด
เจ้าของตึกเป็นชายวัยกลางคนท่าทางใจดี เมื่อเห็นคนทั้งสองเดินเข้ามาสอบถามด้วยท่าทางภูมิฐานและจริงจัง จึงยอมเปิดประตูพาเข้าไปชมด้านใน
กลิ่นอับของฝุ่นผสมกับกลิ่นไม้เก่าลอยแตะจมูก แต่สำหรับหลินฟางแล้ว ที่นี่ไม่ใช่แค่ตึกเก่า แต่มันคือ "ผืนผ้าใบ" ชิ้นแรกที่เธอจะใช้ปลายปากกาแห่งรสชาติอาหาร วาดลวดลายสร้างอาณาจักรความอร่อยของตัวเองขึ้นมา!
ชั้นล่างกว้างขวางพอที่จะวางโต๊ะไม้สักได้สักห้าถึงหกชุด มีพื้นที่โล่งด้านหลังที่เหมาะจะดัดแปลงเป็นห้องครัวขนาดย่อม ส่วนชั้นบนสามารถจัดเป็นที่พักผ่อนหรือเก็บวัตถุดิบชั้นดีได้อย่างสบายๆ
"ค่าเช่าเดือนละสิบหยวน มัดจำล่วงหน้าสองเดือน ถ้าพวกเธอสนใจจริงๆ ฉันลดให้พิเศษเลย" เจ้าของตึกเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
หลินฟางคำนวณตัวเลขในใจอย่างรวดเร็ว เงินเก็บจากการขายของในมิติลับบวกกับกำไรก้อนโตเมื่อวานนี้ ทำให้เธอมีทุนหนาพอที่จะจ่ายล่วงหน้าและตกแต่งร้านได้อย่างสบายใจโดยไม่ต้องกู้หนยืมสินใคร แม้แต่เหงื่อสักหยดของโจวหานเธอก็ไม่อยากให้เสียเปล่าอย่างไร้ค่า
"ตกลงค่ะ! เดี๋ยวเราทำสัญญาและจ่ายเงินมัดจำกันตอนนี้เลยนะคะ" หลินฟางตัดสินใจเฉียบขาด รอยยิ้มมั่นใจของเธองดงามจนโจวหานเผลอมองค้างไปชั่วขณะ หัวใจของนายทหารหนุ่มพองโตด้วยความภาคภูมิใจในตัวภรรยา
แต่ทว่า... ในขณะที่เธอกำลังหยิบปากกาขึ้นมาเพื่อจรดลายมือชื่อลงในสัญญาเช่า เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงหัวoเราะเยาะเย้ยก็ดังขึ้นที่หน้าประตูร้าน
"โอ้โห! นึกว่าใคร ที่แท้ก็สะใภ้รองตระกูลโจว ไร้หัวคิดคนนี้นี่เอง คิดจะมาเปิดร้านแข่งกับคนอื่นเขา ฝันกลางวันอยู่หรือเปล่าเนี่ย!"
เสียงแหลมสูงคุ้นหูเอ่ยขึ้นพร้อมกับร่างของ "สะใภ้ใหญ่เฉิน" ศัตรูตัวฉกาจที่มักจะคอยหาเรื่องเธอกับแม่สามีอยู่เสมอ เดินน치เข้ามาในร้านด้วยท่าทางเยייהหยัน ด้านหลังมีชายฉกรรจ์ร่างกำยำสองคนเดินตามมาด้วยแววตาไม่ประสงค์ดี
หลินฟางวางปากกาลงช้าๆ เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้มาเยือน รอยยิ้มที่มุมปากไม่ได้จางหายไป กลับยิ่งทวีความเยือกเย็นและทรงพลังขึ้นเสียจนสะใภ้ใหญ่เฉินชะงักไปชั่วครู่
บรรยากาศภายในร้านอาหารในอนาคตของเธอกำลังจะถูกทดสอบด้วยบททดสอบแรก และหลินฟางก็พร้อมแล้วที่จะฟาดฟันให้พวกมันรู้ซึ้งว่า... ใครกันแน่ที่จะต้องเป็นฝ่ายคุกเข่าขอร้อง!
(ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงข้างและสนับสนุน "ไป๋เป่าเปาของแม่" มาจนถึงตอนนี้ด้วยนะคะ!)
คุณแม่ยุค 80 ขอหย่าแล้วพารวย•ตอนที่ 22
เตรียมขยายกิจการ
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณแม่ยุค 80 ขอหย่าแล้วพารวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!