เสียงตบโต๊ะไม้สนดังสนั่นจนถ้วยชามกระเบื้องเคลือบสั่นระรัว น้ำชาสีเข้มกระฉอกเปื้อนผ้าปูโต๊ะลายดอกไม้สีซีดจาง แต่หลินฟางหาได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เธอยังคงนั่งไขว่ห้างอย่างสง่างาม มือเรียวบางยกถ้วยชาขึ้นจิบช้าๆ กลิ่นหอมกรุ่นของชาตงฟังเหม่ยเหรินลอยอวลในอากาศ ตัดกับบรรยากาศตึงเครียดภายในห้องรับแขกของบ้านตระกูลโจวได้อย่างสิ้นเชิง
"หลินฟาง! แกนี่มันอกตัญญูและเห็นแก่ตัวที่สุด! รู้ไหมว่าน้องสะใภ้ของแกกำลังท้องแก่ใกล้คลอด ต้องการสารอาหารดีๆ แค่ไหน ไก่ตุ๋นโสมสองตัวบนโต๊ะนี้ แกมีสิทธิ์อะไรเอามาเก็บไว้กินเองคนเดียวกับลูก!"
เสียงแหลมปรี๊ดของแม่สามีจางแผดลั่นจนแก้วหูแทบแตก ใบหน้าเหี่ยวย่นตามวัยบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาตี่เล็กจ้องมองหลินฟางราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ข้างกายเธอนั้นคือป้าสะใภ้ใหญ่ผู้ทำหน้าที่เป็นกองหนุน คอยส่งเสียงฮึดฮัดสนับสนุนและทำหน้าตาดูถูกเหยียดหยามอยู่ไม่ห่าง
หลินฟางวางถ้วยชาลงบนโต๊ะกระทบกันเบาๆ เกิดเสียงก้องกังวานในความเงียบ ดวงตากลมโตคู่สวยที่ฉายแววเฉลียวฉลาดมองตรงไปยังสองแม่ลูกจอมสูบเลือดสูบเนื้อด้วยรอยยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่มันกลับทรงพลังพอที่จะทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสองชะงักไปชั่วขณะ
"คุณแม่คะ..." น้ำเสียงหวานใสแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างใจเย็น "ก่อนที่ท่านจะกล่าวหาว่าฉันอกตัญญู ช่วยกรุณาใช้สมองส่วนหน้าตรึกตรองดูเสียก่อนว่า ไก่ตุ๋นโสมสองตัวนี้ และแป้งสาลีเนื้อดีห่อใหญ่บนโต๊ะนั้น มันมาจากเงินหยวนของใคร และมาจากน้ำพักน้ำแรงของใคร"
"ก็... ก็มาจากกระเป๋าของตระกูลโจวสิ!" ป้าสะใภ้ใหญ่โพล่งขึ้นมาทันทีอย่างไม่ยอมแพ้ "โจวหานส่งเงินเดือนทหารกลับมาทุกเดือน แกเป็นแค่สะใภ้เข้ามาอยู่ทีหลัง มีสิทธิ์อะไรมาผูกขาดของพวกนี้!"
หลินฟางหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความขบขันและสมเพชเวทนา เธอปรายตามองป้าสะใภ้ใหญ่ราวกับกำลังมองตัวตลกในโรงละครสัตว์
"เงินเดือนทหารของพี่โจวหานเหรอคะ?" หลินฟางลุกขึ้นยืนช้าๆ ความสูงระหงและท่าทีที่เย่อหยิ่งอย่างมีระดับทำให้เธอดูลزล้ำราวกับคุณหญิงผู้สูงศักดิ์ ก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะอาหารทีละน้อย "เงินเดือนของเขา ฉันเก็บไว้เป็นค่าเล่าเรียนของเป่าเปา และค่าใช้จ่ายยามฉุกเฉินในบ้านครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งหนึ่ง... ฉันเอาไปลงทุนค้าขายในตลาดมืดจนงอกเงยขึ้นมาสิบเท่า! ในเมื่อพวกท่านบอกว่านี่คือของตระกูลโจว แล้วเงินที่พวกท่านเอาไปใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย ซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้ลูกสาวเมื่อเดือนก่อนล่ะ มาจากไหนกันคะ? หรือว่าพวกท่านคิดว่าเงินของฉัน งอกออกมาจากต้นไม้หลังบ้าน?"
คำพูดที่เฉียบคมราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งกรีดลงบนความหน้าหนาของแม่สามีจางและป้าสะใภ้ใหญ่จนหน้าชา ใบหน้าที่เคยแดงก่ำเพราะความโกรธแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดในพริบตา พวกเธอลอบสบตากันด้วยความเลิกลั่ก เพราะไม่คิดว่าอดีตสะใภ้ผู้เคยอ่อนแอและยอมก้มหัวให้ตลอดเวลา จะกลายร่างเป็นพยัคฆ์สาวเขี้ยวเล็บคมกริบเช่นนี้
"แก... แกกล้าดียังไงมาขึ้นเสียงใส่ผู้ใหญ่!" แม่สามีจางตบเข่าฉาดใหญ่ เริ่มใช้ไม้ยันสุดท้ายคือการเล่นบทบาทเหยื่อผู้ถูกกระทำ "พ่อแม่สามีสั่งสอนแค่นี้ทำเป็นปากเก่ง ระวังตัวเถอะนะหลินฟาง ผู้หญิงก้าวร้าวไร้คุณธรรมแบบแก สักวันต้องถูกสามีทิ้งให้อยู่คนเดียวอย่างแน่นอน!"
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังเดือดดาลถึงขีดสุด ประตูบ้านไม้ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยมือหนาอันคุ้นเคย
ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มของโจวหานก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นอายความเย็นชาและดุดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนอุณหภูมิรอบกายลดฮวบทันที ดวงตาคมกริบกวาดมองสถานการณ์บนโต๊ะอาหารและสีหน้าซีดเผือดของญาติผู้ใหญ่ทั้งสองด้วยแววตานิ่งสนิท แต่กลับน่ากลัวจนขนลุก
"ใครจะทิ้งใครเหรอครับ... แม่?"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามขึ้น ทำเอาแม่สามีจางสะดุ้งสุดตัว เธอรีบปรับสีหน้าให้ดูน่าสงสารทันทีหวังจะฟ้องสามีของหลินฟางเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา
"โจวหาน! ลูกกลับมาก็ดีแล้ว ดูเมียตัวดีของลูกสิ! มันไม่เพียงแต่ไม่ยอมเคารพพวกเรา ยังกล้าแย่งอาหารของน้องสะใภ้ที่กำลังท้องแก่แถมยังตอกย้ำพวกเราด้วยถ้อยคำหยาบคาย ลูกต้องหย่ากับมันเดี๋ยวนี้!"
หลินฟางไม่ได้แก้ตัว เธอเพียงแต่ยืนกอดอก มองดูสามีหนุ่มด้วยสายตาท้าทายเล็กน้อย อยากรู้ว่านายทหารผู้เคร่งขรึมคนนี้จะจัดการกับปัญหาครอบครัวอย่างไร โดยไม่ลืมแอบซ่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ไว้มุมปาก
โจวหานเดินผ่านหน้ามารดาและป้าสะใภ้ไปอย่างไร้เยื่อใย ร่างสูงใหญ่หยุดยืนตรงหน้าหลินฟาง เขายกมือขึ้นปัดเศษฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนไหล่ของภรรยาอย่างทะนุถนอม สายตาที่มองเธอนั้นอ่อนแสงลงจนแทบเป็น Nectar ผิดกับตอนที่หันไปมองแม่ตัวเองลิบลับ
"เหนื่อยไหมครับ?" โจวหานเอ่ยถามเสียงนุ่ม ท่าทีเอาใจใส่ภรรยาอย่างเปิดเผยต่อหน้าญาติผู้ใหญ่ทำเอาแม่สามีจางอ้าปากค้างจนแมลงวันแทบบินเข้าปาก
"ไม่เหนื่อยเลยค่ะ" หลินฟางตอบยิ้มๆ พร้อมกับเอียงคอมองเขาอย่างหยอกเย้า "แค่ต้องมานั่งอธิบายให้คนบางกลุ่มฟังว่า คำว่า 'ทรัพย์สินส่วนตัว' กับ 'การปล้น' มันต่างกันอย่างไรเท่านั้นเอง"
โจวหานพยักหน้ารับช้าๆ ก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับมารดาด้วยแววตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก
"เงินเดือนของผม ผมมอบสิทธิ์ให้หลินฟางจัดการทั้งหมดตามใจชอบ และไก่ตุ๋นโสมสองตัวนั้น หลินฟางเป็นคนใช้คูปองพิเศษที่เธอหามาได้เองแลกซื้อมา ถ้าใครอยากกิน ก็ควรเอาเงินหรือคูปองของตัวเองมาแลก ไม่ใช่มาเที่ยวแบมือขอแล้วใช้วิธีโจรปล้นแบบนี้"
"โจวหาน! แก... แกเข้าข้างเมียจนไม่รักแม่ตัวเองแล้วใช่ไหม!" แม่สามีจางกรีดร้องด้วยความเหลืออด ชี้หน้าบุตรชายตัวดีที่กล้าหักหน้าเธอต่อหน้าคนอื่น
"ผมพูดความจริงครับแม่" โจวหานตอบเสียงเรียบไร้คลื่นอารมณ์ "ถ้าพวกท่านยังไม่เลิกนิสัยมาวุ่นวายและรังแกภรรยาของผม ผมคงต้องพากันย้ายไปอยู่ค่ายทหารทางเหนือเป็นการถาวร และเงินค่าเลี้ยงดูรายเดือน... คงต้องลดลงครึ่งหนึ่งเพื่อให้สมกับที่พวกท่านบอกว่าเราเป็นคนอื่นคนไกล"
สิ้นคำพูดของโจวหาน ห้องทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบงันสนิท
แม่สามีจางหน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้ม ป้าสะใภ้ใหญ่รีบดึงแขนเสื้อเพื่อนรักให้สงบปากสงบคำทันที เพราะเงินเดือนทหารส่วนนั้นคือเส้นเลือดใหญ่หล่อเลี้ยงครอบครัวของพวกนาง หากถูกตัดขาดจริงๆ มีหวังได้อดตายกันพอดี
หลินฟางลอบยิ้มสะใจอยู่ในใจ กลยุทธ์ฟาดฟันแบบผู้ดีโดยไม่ต้องใช้กำลังแม้แต่ปลายนิ้วของเธอนั้นได้ผลชะเด็ดนัก แต่วินาทีแห่งชัยชนะยังไม่ทันได้จางหาย จู่ๆ โจวหานก็โน้มตัวลงมาใกล้ใบหูของเธอ กระซิบด้วยน้ำเสียงแหบพร่าชวนสั่นสะท้าน
"จัดการคนอื่นเสร็จแล้ว... คราวนี้ตาผมเคลียร์บัญชีกับคุณบ้างแล้วนะ แม่ยอดดวงใจ..."
หลินฟางสะดุ้งเฮือก หันขวับไปมองสามีที่ตอนนี้แววตาคมกริบฉายประกายบางอย่างที่อันตรายและร้อนแรงยิ่งกว่าไฟในเตาถ่าน
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "ไป๋เป่าเปาของแม่" เสมอมานะคะ!
คุณแม่ยุค 80 ขอหย่าแล้วพารวย•ตอนที่ 21
กลยุทธ์ฟาดฟันแบบผู้ดี
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณแม่ยุค 80 ขอหย่าแล้วพารวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!