"ถ้าสะใภ้รองอย่างเจ้ากล้าเอาข้าวขาวก้นหม้อไปต้มให้เด็กพวกนั้นกินอีกแม้แต่เมล็ดเดียว ข้าจะเอาไม้กวาดฟาดหลังเจ้าให้เนื้อตัวลายเป็นม้าลายแน่!"
เสียงแหลมปรี๊ดของแม่สามีจางดังทะลุผนังดินเหนียวเข้ามา กระทบประสาทสัมผัสของหลินฟางที่กำลังยืนอยู่หน้าเตาไฟ นางไม่ได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย ปลายนิ้วเรียวยังคงบรรจงคนน้ำซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนในหม้อดินด้วยความนุ่มนวล กลิ่นหอมกรุ่นของสมุนไพรและเนื้อสัตว์ลอยอบอวลไปทั่วห้องครัวคับแคบ ตัดกับสภาพความยากจนข้นแค้นของบ้านตระกูลโจวได้อย่างสิ้นเชิง
หลินฟางแค่นหัวเราะในลำคอ นางหันกลับไปมองประตูห้องครัวที่ถูกกระแทกปิดด้วยความโมโหของแม่สามีผู้เห็นแก่ตัว ใบหน้าสะสวยแต่ซีดเซียวในยามนี้กลับประดับด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน
*อยากอาละวาดนักใช่ไหม? เชิญตามสบายเถอะค่ะ... เพราะอีกไม่นาน เงินทองก้อนโตกำลังจะเดินทางมาตบหน้าคนตระกูลนี้ทีละคนแล้วนะคะ*
ย้อนกลับไปเมื่อคืน หลังจากที่นางกล่อมเจ้าก้อนแป้งตัวน้อยทั้งสองเข้านอน หลินฟางก็ได้ทดลองใช้ 'มิติพิเศษ' ที่ติดตัวมาจากการทะลุมิติอย่างเต็มรูปแบบ พื้นที่สีขาวบริสุทธิ์ในจิตสำนึกของนางไม่ได้มีไว้แค่เก็บของ แต่มันคือแปลงเพาะปลูกอเนกประสงค์ที่เวลาเดินเร็วกว่าโลกภายนอกถึงสิบเท่า! เมล็ดพันธุ์หญ้าป่าและสมุนไพรพื้นบ้านที่นางแอบเก็บมาจากตีนเขาเมื่อสองวันก่อน เติบโตงอกงามจนออกดอกออกผลเป็นสมุนไพรหายากระดับพรีเมียมภายในเวลาแค่ชั่วข้ามคืนเดียว
และสิ่งล้ำค่าที่สุดที่นางเพิ่งเก็บเกี่ยวได้เมื่อยามดึก คือ "โสมหิมะพันปี" และ "หลินจือแดงป่า" ขนาดย่อม ที่ต่อให้เอาเงินทั้งหมู่บ้านมารวมกันก็ยังซื้อไม่ได้!
หลินฟางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ นางแอบซ่อนสมุนไพรล้ำค่าเหล่านั้นไว้ในห่อผ้าดิบเก่าๆ ใต้กองฟืน พร้อมกับเตรียมตัวเดินทางเข้าเมืองในช่วงบ่าย โดยอ้างกับคนในบ้านว่าจะไปหาผักป่ามาต้มประทังชีวิตเด็กๆ
"แม่จ๋า... หนูหิวจังเลยค่ะ" เสียงเล็กๆ ของเป่าเป่าดังขึ้น พร้อมกับร่างป้อมที่เดินขยี้ตาเดินเข้ามาในครัว ดวงตากลมโตมองหม้อต้มด้วยความคาดหวัง
หลินฟางรีบวางทัพพีในมือ นางย่อตัวลงโอบกอดลูกสาวตัวน้อยแน่น สัมผัสได้ถึงความผอมแห้งจนซี่โครงแทบจะทะลุเสื้อผ้า ทำให้หัวใจของคนเป็นแม่เจ็บแปลบขึ้นมาทันที
"อดทนอีกนิดเดียวนะคะคนดีของแม่ วันนี้แม่จะพาหนูไปกินซาลาเปาไส้เนื้อชิ้นโตๆ เลยค่ะ" หลินฟางกระซิบข้างใบหูของลูกสาว พรางลูบผมหยักศกด้วยความรักใคร่เต็มเปี่ยม
ในช่วงบ่าย ขณะที่แม่สามีจางออกไปคุยโม้กับเพื่อนบ้าน และพี่ใหญ่กับสะใภ้ใหญ่ไม่อยู่บ้าน หลินฟางจึงฉวยโอกาสนี้อุ้มลูกสาวคนเล็กไว้แนบอก ส่วนลูกชายคนโตก็จูงมือเดินลัดเลาะไปตามทางเดินดินแคบๆ มุ่งหน้าสู่สถานีรถไฟเพื่อเข้าสู่ตัวอำเภอ เมืองอุตสาหกรรมที่เต็มไปด้วยผู้คนพลุกพล่านและตลาดมืดที่ซ่อนตัวอยู่หลังตรอกซอกซอย
บรรยากาศในตลาดมืดของยุค 80 เต็มไปด้วยความตึงเครียดและหวาดระแวง ผู้คนสวมเสื้อผ้าสีทึบ ก้มหน้าก้มตาเจรจากันด้วยเสียงกระซิบ ตำรวจลับตรวจตราเข้มงวด ทำให้ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความเสี่ยง แต่สำหรับหลินฟางแล้ว นี่คือโอกาสทองในการพลิกชีวิต!
นางเดินตรงไปยังร้านขายยาจีนโบราณเก่าแก่แห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ท้ายตรอกป้ายชื่อร้านแทบจะเลือนหาย แต่กลิ่นอายความขลังและสมุนไพรภายในร้านกลับเตะจมูกทันทีที่ก้าวเข้าไป
เถ้าแก่เฝิง ชายชราเครา Iรุงรังผู้มีสายตาเฉียบคมดั่งเหยี่ยว เงยหน้าขึ้นมองลูกค้าแปลกหน้าด้วยความระแวง ก่อนจะชะงักกึก เมื่อหลินฟางค่อยๆ แกะห่อผ้าดิบออก เผยให้เห็นดอกหลินจือแดงสีสดใสที่ยังคงความชุ่มชื้นราวกับเพิ่งเด็ดจากต้นสดๆ เมื่อครู่
"นี่มัน... หลินจือป่าอายุไม่ต่ำกว่าร้อยปี!" เถ้าแก่เฝิงอุทานเสียงหลง ดวงตาเบิกกว้างจนแทบถล่น มือเหี่ยวย่นสั่นเทาเอื้อมไปหยิบสมุนไพรชิ้นนั้นขึ้นมาพิจารณาอย่างใกล้ชิดด้วยความทึ่ง
หลินฟางแย้มยิ้มบางๆ อย่างมั่นอกมั่นใจ นางไม่ได้รีบร้อนเอ่ยปากพูดอะไรปล่อยให้ความล้ำค่าของสินค้าเป็นผู้เจรจาแทน
"แม่นาง... เจ้าได้สิ่งนี้มาจากที่ใดกัน? ขายให้ข้าเท่าไหร่ว่ามา!" เถ้าแก่เฝิงเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง จากความสงสัยกลายเป็นความตื่นตะลึงและเกรงอกเกรงใจ
"เถ้าแก่คะ ของดีมักมีราคาของมันค่ะ ข้าต้องการเงินสดห้าร้อยหยวน พร้อมกับแป้งสาลีชั้นดีหนึ่งกระสอบ น้ำมันหมูสองไห และเนื้อหมูสามชั่ง... แลกเปลี่ยนกันตอนนี้เลย ตกลงไหมคะ?" หลินฟางยื่นข้อเสนอด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่น่าเกรงขาม รอยยิ้มที่ประดับบนริมฝีปากมีความเย้ายวนและเฉลียวฉลาดจนเถ้าแก่เฝิงถึงกับเหงื่อตก
ในยุค 80 เงินห้าร้อยหยวนคือเงินก้อนใหญ่โตมโหฬารที่ครอบครัวธรรมดาต้องทำงานเก็บหอมรอมริบนานหลายปี แต่สำหรับหลินจือระดับนี้ มันคุ้มค่ายิ่งกว่าคุ้มเสียอีก!
"ตกลง! ข้าตกลง!" เถ้าแก่เฝิงกัดฟันพยักหน้ารับทันที เพราะรู้ดีว่าถ้าพลาดของชิ้นนี้ไป เขาคงไม่มีทางหาซื้อได้อีกในชีวิต
ในขณะที่หลินฟางกำลังรอให้เด็กในร้านจัดเตรียมข้าวของและเงินสดใส่กระสอบให้เรียบร้อย สายตาของนางก็เหลือบไปเห็นเงาร่างสูงคุ้นตาของชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้ม กำลังเดินตรวจตราความเรียบร้อยอยู่ไม่ไกลจากปากตรอกนัก
หัวใจของหลินฟางกระตุกวูบ... *นั่นมัน โจวหาน สามีผู้เคร่งขรึมของนางไม่ใช่หรือ? เหตุใดเขาถึงกลับมาจากค่ายทหารเร็วกว่ากำหนดเล่า!*
ร่างสูงของโจวหานหยุดเดินกะทันหัน ราวกับสัมผัสได้ถึงสายตาที่จ้องมองมา เขากวาดสายตาดุจพญาอินทรีย์เข้ามาในตรอกมืด ก่อนที่นัยน์ตาคมกริบจะมาหยุดนิ่งสนิทอยู่ที่ร่างของภรรยาตัวน้อยที่ยืนถือกระสอบเงินอยู่ข้างกองสมุนไพรล้ำค่า!
ความเงียบงันปกคลุมชั่วขณะ...
ไป๋เป่าเปาของแม่ขอตัวไปลุ้นระทึกกับสายตาคาดคั้นของสามีทหารก่อนนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
คุณแม่ยุค 80 ขอหย่าแล้วพารวย•ตอนที่ 4
หญ้าขมๆ ที่เปลี่ยนเป็นทองคำ
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณแม่ยุค 80 ขอหย่าแล้วพารวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!