กลิ่นอายควันฟืนและกลิ่นหอมฉุยของแป้งสาลีทอดกรอบเคลือบน้ำตาลเคี่ยวที่ลอยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณลานตากข้าวของหมู่บ้าน ควรจะเป็นภาพบรรยากาศแห่งความสุขในยามสายของครอบครัวที่กำลังทำมาหากิน ทว่าในเวลานี้ สายตาหลายคู่ที่มองตรงมายังหลินฟางกลับเต็มไปด้วยความริษยาและประกายความเจ้าเล่ห์ที่ซ่อนไว้ไม่มิดค่ะ
“นั่นน่ะหรือสะใภ้รองตระกูลโจว ได้ยินว่าช่วงนี้หาเงินเข้าบ้านได้เป็นกอบเป็นกำเชียว ขายซาลาเปาไส้เนื้อกับขนมพวกนั้นในเมืองท่าทางจะร่ำรวยไม่เบา... แต่ใครจะไปรู้ว่าเงินทองเหล่านั้นได้มาด้วยวิธีสะอาดสะอ้านจริงหรือเปล่า” เสียงของป้าสะใภ้ใหญ่หลิวเอ่ยขึ้นลอยๆ กลางวงผู้หญิงที่กำลังนั่งล้างผักอยู่ริมบ่อน้ำ จงใจเปล่งเสียงให้ดังพอที่ชาวบ้านซึ่งเดินผ่านไปมาต้องหันมามอง
หลินฟางหยุดมือจากการนวดแป้งในกะละมังไม้ เธอไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกหรือโกรธเกรี้ยวออกมาให้เสียกิริยา หญิงสาวยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววเฉียบคมราวกับมองทะลุปรุโปร่งถึงแผนการสกปรกที่ถูกชักใยอยู่เบื้องหลัง
คำพูดเมื่อวานของลูกชายคนโตที่ประกาศกร้าวตัดขาดกับแม่สามีจางคงสร้างความอับอายและเคียดแค้นให้แก่หญิงแก่ตระกูลจางไม่น้อย เมื่อจัดการลูกชายสายเลือดเหล็กของตัวเองไม่ได้ ก็เลยหันมาใช้วิธีสกปรกต่ำช้าเพื่อทำลายชื่อเสียงของผู้หญิงตัวคนเดียวสินะคะ
“วิธีสะอาดสะอ้านหรือไม่ ป้าหลิวคงต้องลองมาถามฉันดูใกล้ๆ สิคะ หรือว่าช่วงนี้สามีของป้าไม่ค่อยการันตีเรื่องเงินในบ้าน ถึงได้มานั่งเพ่งเล็งกระเป๋าเงินของบ้านคนอื่นเขาแบบนี้” หลินฟางตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าคมกริบราวกับใบมีดอาบน้ำผึ้ง เล่นเอาป้าหลิวหน้าเสีย สีหน้าเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำสลับแดงในทันที
“นัง... นังเด็กปากกล้า! แกกล้าด่าฉันว่าหน้าเงินเรอะ!” ป้าหลิวตบเข่าฉาดใหญ่ ลุกขึ้นยืนชี้หน้าหาเรื่อง
“ฉันยังไม่ได้พูดคำว่าหน้าเงินสักคำเลยนะคะ ป้าหลิวร้อนตัวไปเองหรือเปล่าคะเนี่ย?” หลินฟางหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ท่าทีเยือกเย็นและสง่างามของเธอในชุดผ้าฝ้ายสีสะอาดตา ยิ่งขับเน้นให้ความริษยาในใจของคนรอบข้างพุ่งสูงขึ้นไปอีก
ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังตึงเครียด แม่สามีจางที่แอบซุ่มดูอยู่หลังกำแพงดินก็ก้าวออกมาพร้อมกับเสียงกระแอมกระไอม จงใจเรียกความสนใจจากชาวบ้านที่เริ่มมุงดูเหตุการณ์มากขึ้นเรื่อยๆ ใบหน้าเหี่ยวย่นยับยู่ยี่ด้วยความเกลียดชัง ดวงตาหรี่เล็กจ้องมองสะใภ้รองด้วยความอาฆาตมาดร้าย
“พวกเธอมาดูกันเอาไว้เถอะ!” แม่สามีจางแสร้งบีบน้ำตา ตบะแตกโวยวายเสียงดังลั่นหมู่บ้าน “ผู้หญิงคนนี้มันเป็นกาลกิณี! แต่งเข้ามาบ้านเราไม่เคยนำพาความเจริญ มีแต่พาความฉิบหายมาให้ ลูกชายฉันเป็นทหารรับใช้ชาติแท้ๆ แต่มันกลับแอบคบชู้สู่ชายในเมือง เอาเงินทองที่สามีส่งมาให้ไปปรนเปรอผู้ชายอื่น! ฉันมีหลักฐานนะ! มีคนเห็นมันเดินเข้าออกโรงเตี๊ยมกับผู้ชายแปลกหน้าสองต่อสองเมื่อวานนี้!”
สิ้นคำกล่าวหาอันร้ายกาจนั้น เสียงฮือฮาก็ระเบิดขึ้นในกลุ่มชาวบ้านทันที สายตาหลายคู่เปลี่ยนจากความอิจฉาเป็นความรังเกียจและดูถูกเหียดหยาม ในยุคสมัยที่ศีลธรรมและชื่อเสียงของผู้หญิงเป็นเรื่องใหญ่หลวง การถูกกล่าวหาว่าประพฤติผิดในกามเท่ากับการฆ่าคนทั้งเป็นให้ตายทั้งกลม
หลินฟางหรี่ตาลงเล็กน้อย หัวใจเต้นแรงขึ้นด้วยความโกรธ แต่มันกลับถูกแทนที่ด้วยความเยือกเย็นอย่างรวดเร็ว สมองของเชฟสาวยุคปัจจุบันหมุนติ้วคำนวณสถานการณ์อย่างรวดเร็ว นี่คือ "กับดัก" ที่วางแผนมาอย่างดิบดีเพื่อทำลายเธอให้พังพินาศในคราเดียว
“คุณแม่พูดจาให้เกียรติคนอื่นบ้างนะคะ การใส่ร้ายป้ายสีคนอื่นกลางที่สาธารณะแบบนี้ ในทางกฎหมายบ้านเมืองเขามีบทลงโทษฐานหมิ่นประมาทนะคะ หรือว่าคุณแม่ลืมไปแล้วว่าลูกชายคนรองของคุณแม่มีตำแหน่งหน้าที่การงานใหญ่นโตแค่ไหน การที่แม่สามีมาทำลายชื่อเสียงภรรยาของนายทหาร มันส่งผลกระทบอะไรกับอนาคตของพี่น้องตระกูลโจวบ้าง?” หลินฟางก้าวเท้าเข้าไปหาทีละก้าว น้ำเสียงราบเรียบแต่มั่น
“แก... แกยังกล้าเอาชื่อเสียงของลูกฉันมาขู่เรอะ นังตัวดี! แกมันสำส่อนจริงๆ ถึงได้กล้าเถียงฉอดๆ แบบนี้!” แม่สามีจางพุ่งเข้ามาหมายจะคว้าทึ้งผมของหลินฟางด้วยความโมโห
ทว่า... ก่อนที่มือเหี่ยวย่นนั้นจะทันได้แตะชายเสื้อของหลินฟาง ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มที่คุ้นเคยก็ก้าวเข้ามาขวางกลางระหว่างคนทั้งสองไว้ได้อย่างรวดเร็วราวกับสายลม พลังกดดันอันน่าเกรงขามแผ่ซ่านออกมาจากตัวของชายหนุ่มจนทุกคนในรัศมีสิบเมตรต้องสะท้านเฮือก
“หยุดเถอะครับแม่”
เสียงทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกของโจวหานดังขึ้น เขายืนนิ่งเป็นภูเขาผา บังร่างของภรรยาไว้มิดชิด สายตาคมกริบดุจพญาอินทรีวาวโรจน์กวาดตามองมารดาและชาวบ้านรอบข้างที่ส่งเสียงอื้ออึง
หลินฟางชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นแผ่นหลังกว้างของสามีที่ก้าวเข้ามาปกป้องเธอในยามวิกฤต หัวใจที่แข็งกระด้างจากการต่อสู้ลำพังมาตลอดกลับรู้สึกอบอุ่นวาบขึ้นมาอย่างประหลาด
“โจวหาน! ลูกกลับมาพอดีเลย ลูกดูเมียนอกใจของแกสมันทำสิทธิอะไร... มันสวมหมวกเขียวให้แกแล้ว!” แม่สามีจางรีบฟ้องลูกชายทันที หวังว่าลูกชายผู้ซื่อตรงจะโกรธจนขาดสติ
โจวหานไม่แม้แต่จะชายตามองมารดา เขาก้มลงมองภรรยาด้วยแววตาอ่อนโยนลงชั่วพริบตา ก่อนจะหันกลับไปจ้องมองป้าหลิวและกลุ่มคนที่ปล่อยข่าวลือด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจนบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา
“ใครเป็นคนเห็นภรรยาผมเข้าออกโรงเตี๊ยมกับผู้ชายอื่นเมื่อวานนี้... เชิญก้าวออกมาพูดต่อหน้าผมตอนนี้ได้เลยครับ” โจวหานเอ่ยเสียงเรียบ แต่ทรงพลังอำนาจจนไม่มีใครกล้าสบตา
ความเงียบเข้าปกคลุมบริเวณนั้นชั่วขณะ ไม่มีใครกล้าปริปากเพราะเกรงกลัวอำนาจของนายทหารหนุ่มผู้นี้ ทว่าในจังหวะที่สถานการณ์กำลังจะพลิกกลับมาอยู่ในกำมือของสองสามีภรรยา จู่ๆ เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนเอะอะก็ดังแทรกขึ้นมาจากทางปากทางเข้าหมู่บ้าน
“อยู่ที่นี่เอง! เจ้าหน้าที่สารวัตรทหารและตำรวจคอมมิวนิตี้มาตรวจสอบตามที่มีการร้องเรียนเรื่องการค้าของเถื่อนและมั่วสุมผิดศีลธรรมในบ้านหลังนี้!”
ร่างของชายแปลกหน้าในชุดเครื่องแบบเจ้าหน้าที่รัฐสามคนเดินแหวกฝูงชนเข้ามา พร้อมกับเอกสารค้นบ้านในมือ และหนึ่งในนั้น... คือชายหนุ่มอันธพาลประจำหมู่บ้านข้างๆ ที่แอบอมยิ้มเจ้าเล่ห์ส่งสัญญาณมาทางแม่สามีจาง
หลินฟางสบตากับโจวหานทันที ทั้งคู่รู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่แค่การใส่ร้ายป้ายสีธรรมดาเสียแล้ว แต่มันคือแผนการใหญ่ที่ต้องการรวบยอดทำลายล้างครอบครัวของพวกเขาให้ราบคาบในคราวเดียว!
ไป๋เป่าเปาของแม่ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามความเข้มข้นนี้ด้วยหัวใจนะคะ
คุณแม่ยุค 80 ขอหย่าแล้วพารวย•ตอนที่ 10
กับดักของคนพาล
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณแม่ยุค 80 ขอหย่าแล้วพารวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!