"พวกแกกล้าดียังไง ถึงมาเที่ยวปล่อยข่าวลือเสียหายใส่ร้ายภรรยาฉัน!"
เสียงคำรามทุ้มต่ำราวกับพญาเสือโคร่งตื่นจากจำศีล ดังสนั่นก้องลานกลางหมู่บ้านจนฝูงไก่ที่กำลังคุ้ยเขี่ยหาหนอนถึงกับกระเจิงบินหนีขึ้นเล้า โจวหานยืนตระหง่านราวกับกำแพงเหล็ก ร่างกายกำยำภายใต้เสื้อกล้ามสีเขียวขี้ม้าอวดมัดกล้ามเนื้อแน่นตึงที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากสนามรบ ดวงตาคมกริบดריดดิ่งมองกลุ่มป้าปากหอยปากปูที่นั่งล้อมวงนินทารuแรงด้วยรัศมน่าเกรงขามจนพวกนางหน้าซีดเผือด
หลินฟางยืนอยู่เบื้องหลังสามี นางป้องมือลูบผมลูกชายตัวน้อยเบาๆ แต่ริมฝีปากอิ่มกลับยกยิ้มเย็นเยียบอย่างเหนือชั้น นางไม่ได้เอ่ยปากห้ามปรามสักคำ ปล่อยให้สามีจัดการคนพวกนี้ให้เข็ดหลาบเสียบ้าง หลังจากที่ครอบครัวของพวกนางต้องทนฟังคำดูถูกเหียดหยามจากปากคนเหล่านี้มานานเกินไปแล้ว
"ทะ... ทหารโจว พูดจาให้มันดีๆ นะ พวกฉันไปพูดอะไรตอนไหนกันเล่า!" ป้าเผยผู้ขึ้นชื่อเรื่องการก섬ปากมากที่สุดในหมู่บ้านละล่ำละลักปฏิเสธ เสียงสั่นเครือจนแทบฟังไม่ศัพท์ เมื่อเห็นเงาร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว
"ยังจะกล้าปฏิเสธอีกหรือ?" โจวหานแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ น่ากลัวยิ่งกว่าเสียงฟ้าผ่าฤดูร้อน "เมื่อวานซืน ใครเป็นคนพูดที่หน้าบ่อน้ำว่าภรรยาฉันแอบเอาเงินไปปรนเปรอผู้ชายอื่น? ใครเป็นคนใส่ร้ายว่าแป้งสาลีที่บ้านเราทำซาลาเปาขายได้มาจากการขโมยของหลวง? ฉันไม่ได้หูหนวก และชาวบ้านเขาก็มีตา หู ตาซ้ายขวาของฉันเห็นพวกแกจับกลุ่มซุบซิบกันชัดเจน!"
ความเงียบเข้าปกคลุมลานหมู่บ้านทันที ไม่มีใครกล้าสบตากับนายทหารหนุ่มผู้เพิ่งกลับมาจากค่ายพร้อมกับผลงานความดีความชอบและเงินรางวัลก้อนโต อำนาจและความน่าเกรงขามของคนที่ผ่านความเป็นความตายมาจริงๆ นั้นกดดันจนพวกคนปากดีแทบหายใจไม่ออก
แม่สามีจางที่แอบยืนดูเหตุการณ์อยู่หลังพุ่มไม้ หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น นางอยากจะวิ่งออกไปด่ากราดลูกชายอกตัญญูที่กล้ามาเอาเรื่องคนในหมู่บ้านเพื่อปกป้องสะใภ้ตัวดี แต่พอสบเข้ากับสายตาดุร้ายราวกับใบมีดของโจวหานที่กวาดมองมาทางนี้ แม่สามีจางก็ต้องกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่ ถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับกำแพงดิน
"จำเอาไว้ให้ดี..." โจวหานกวาดสายตามองหน้าทุกคนทีละคน น้ำเสียงเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก "ครั้งนี้ฉันแค่มาเตือนสติ ถ้ายังมีครั้งหน้า อย่าหาว่าฉันใช้กฎทหารมาจัดการพวกปากหอยปากปูอย่างพวกแก!"
พูดจบ เขาก็หมุนตัวกลับมาหาหลินฟาง ใบหน้าที่ถมึงทึงเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนในพริบตา มือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวบางของภรรยาไว้แน่น สัมผัสอุ่นซ่านส่งผ่านถึงกัน ทำให้หัวใจของหลินฟางที่เคยโดดเดี่ยวในยุคสมัยอันโหดร้ายนี้เกิดความรู้สึกมั่นคงอย่างประหลาด
"กลับบ้านกันเถอะฟางฟาง อาหารเย็นวันนี้เธออยากทำอะไร พี่จะช่วยก่อไฟเอง" น้ำเสียงทุ้มเอ่ยอย่างเอาอกเอาใจ
หลินฟางยิ้มรับ นางพยักหน้าน้อยๆ ก่อนจะหันไปมองกลุ่มคนชั่วที่นั่งคอตกอยู่เบื้องหลัง ความแค้นสะสมได้รับการชำระสะ้างไปเปลาะหนึ่งแล้ว แต่ทว่า... ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าเร่งรีบของใครบางคนก็ดังแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศอันอบอุ่น
"พี่โจวหาน! พี่หลินฟาง!แย่แล้วครับ!" เด็กหนุ่มส่งจดหมายประจำหมู่บ้านวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหาด้วยความหอบเหนื่อย ใบหน้าชุ่มไปด้วยเหงื่อ "มีคนจากสำนักงานเขตมาที่บ้านของพวกพี่ บอกว่าพบ 'สิ่งผิดกฎหมาย' ซ่อนอยู่ในโกดังแป้งสาลีล็อตใหม่ที่เตรียมจะเอาไปขายในตลาดเมืองครับ!"
หลินฟางชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างในทันที โจวหานหรี่ตาลงคมกริบ รังสีสังหารแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาทันที โกดังที่ล็อคกุญแจไว้อย่างดีจะมีสิ่งผิดกฎหมายได้อย่างไร หากไม่ใช่เพราะ... มีเกลือเป็นหนอน!
และก่อนที่ใครจะทันได้ตั้งตัว ประตูรั้วบ้านของพวกเขาก็ถูกถีบจนเปิดผาง เจ้าหน้าที่รัฐในชุดเครื่องแบบสีเขียวเข้มสามคนเดินนำหน้าโดยมีร่างท้วมของใครบางคนตามหลังมาติดๆ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนใบหน้าของคนผู้นั้นอย่างปิดไม่มิด
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงข้างและสนับสนุน "ไป๋เป่าเปาของแม่" มาจนถึงตอนนี้นะคะ!
คุณแม่ยุค 80 ขอหย่าแล้วพารวย•ตอนที่ 26
เปิดโปงธาตุแท้คนชั่ว
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณแม่ยุค 80 ขอหย่าแล้วพารวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!