กลิ่นหอมเข้มข้นของน้ำซุปกระดูกหมูตุ๋นครึ่งวันลอยตลบอบอวลไปทั่วห้องครัวคับแคบของบ้านตระกูลโจว จนแทบจะขับไล่กลิ่นอับชื้นของยุคสมัยที่ฝังรากลึกออกไปจนหมดสิ้น หลินฟางในผ้ากันเปื้อนสีซีดกำลังง่วนอยู่กับการตวัดตะหลิวผัดหมูสามชั้นกับพริกแห้งและเต้าเจี้ยวในกระทะเหล็ก เสียงฉ่าดังสนั่นพร้อมกับไอน้ำหอมกรุ่นที่พวยพุ่งขึ้นเพดาน สะใภ้ใหญ่ผู้เคยถูกตราหน้าว่าไร้ค่าคนนี้ ในเวลานี้กลับดูเปล่งประกายและทรงพลังยิ่งกว่านายอำเภอประจำคอมมูนเสียอีก
"แม่คะ เป่าเปาช่วยล้างต้นหอมเสร็จแล้วค่ะ" เสียงเด็กน้อยเป่าเปาร้องเรียกอย่างกระตือรือร้น พร้อมกับชูมือป้อมๆ ที่เปื้อนน้ำขึ้นมาโชว์ หลินฟางหันไปยิ้มกว้าง ดวงตาคู่สวยระยิบระยับด้วยความรักใคร่ เธอใช้หลังมือเกลี่ยรอยเปื้อนบนแก้มลูกสาวเบาๆ
"เก่งมากค่ะลูกสาวของแม่ อีกเดี๋ยวเราจะได้กินมื้อใหญ่กันแล้วนะคะ... อ๊ะ ระวัง!"
คำเตือนยังไม่ทันหลุดจากริมฝีปาก ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบทหารที่เพิ่งก้าวเข้ามาทางประตูหลังก็ชะงักเท้ากึก โจวหานยืนนิ่งอยู่ที่ธรณีประตู ดวงตาคมกริบที่มักจะเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าจากการฝึกทหารและภาระหนักอึ้งในใจ บัดนี้กลับเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยยามกวาดสายตามองภาพตรงหน้า แสงไฟสีส้มจากเตาฟืนสะท้อนใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและความประหลาดใจ
นี่น่ะหรือ... บ้านที่เขาเคยคิดว่ามีแต่ความอึดอัดและเสียงถอนหายใจ?
"คุณ... กลับมาพอดีเลยค่ะ ไปล้างมือแล้วมานั่งรอเถอะค่ะ อีกสองนาทีกับข้าวทุกอย่างจะเสร็จเรียบร้อยแล้วนะคะ" หลินฟางเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความอบอุ่น ไม่มีความหวาดกลัว ไม่มีความประจบสอพลออย่างที่เคยเป็นในอดีต มีเพียงท่าทีของหญิงสาวผู้กุมความมั่น
โจวหานเม้มริมฝีปากแน่นเป็นเส้นตรง ความรู้สึกนับร้อยตีรวนอยู่ในอก ตลอดหลายวันที่ผ่านมา ภรรยาของเขาเปลี่ยนไปราวกับคนละคน หล่อนไม่ได้ร้องแรกแหกระเฌอขอเงินไปเล่นการพนันหรือหาเรื่องทะเลาะกับแม่สามีเหมือนเก่า ทว่ากลับสร้างเนื้อสร้างตัว แอบเอาซาลาเปาไปขายในตลาดมืดจนได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ และที่สำคัญ... ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มีเงาของความหวาดกลัวเขาอีกต่อไปแล้ว
ชายหนุ่มถอดหมวกทหารออก วางมันลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ อย่างเงียบเชียบ เขาก้าวเข้าไปล้างมือที่อ่างดินเผาด้วยความเงียบขรึมตามนิสัย แม้ปากจะไม่พูดอะไรสักคำ แต่สายตากลับคอยลอบมองแผ่นหลังบางที่กำลังจัดเรียงอาหารใส่จานกระเบื้องเคลือบอย่างคล่องแคล่ว
บนโต๊ะไม้ตัวเล็กในเวลาต่อมา เต็มไปด้วยอาหารที่คนยากจนในยุค 80 แทบไม่มีวันได้เห็นพร้อมหน้ากันในมื้อเดียว!
จานแรกคือ "หมูสามชั้นผัดพริกเต้าเจี้ยว" สีแดงฉานมันเงา ส่งกลิ่นหอมยวนใจจนน้ำลายสอ จานที่สองคือ "ปลาทอดกรอบราดซอสเปรี้ยวหวาน" ที่หลินฟางแอบดึงวัตถุดิบชั้นเลิศมาจากมิติลับผสมผสานกับของในตลาด และตรงกลางคือ "ซุปกระดูกหมูตุ๋นรากบัว" ที่เคี่ยวจนน้ำซุปกลายเป็นสีขาวขุ่นเข้มข้น
เป่าเปากลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่จนส่งเสียงดัง หลินฟางอดหัวเราะออกมาไม่ได้ เธอตักข้าวสวยร้อนๆ ที่หุงจนขึ้นเม็ดสวยใส่ชามให้สามีและลูก ก่อนจะตักซุปส่งกลิ่นหอมกรุ่นวางตรงหน้าโจวหาน
"ชิมดูสิคะ... รสชาติอาจจะไม่เหมือนฝีปากของแม่คุณหรอกนะคะ แต่ฉันมั่นใจว่ามันน่าจะพอทำให้คุณรู้สึกเจริญอาหารขึ้นมาได้บ้าง" หลินฟางเอ่ยกลั้วหัวเราะเล็กน้อย พร้อมกับนั่งลงฝั่งตรงข้าม สายตาจับจ้องปฏิกิริยาของสามีอย่างนิ่งสงบ
โจวหานช้อนตามองภรรยาชั่วครู่ มือหนาหยิบตะเกียบไม้ออกมาอย่างเชื่องช้า เขาคีบชิ้นหมูสามชั้นเข้าปากเป็นคำแรก
ทันทีที่รสสัมผัสแรกแผ่ซ่านไปทั่วลิ้น ดวงตาคมกริบของนายทหารหนุ่มก็กระตุกวูบ ความเค็มกลมกล่อมของเต้าเจี้ยวผสมผสานกับความหวานฉ่ำของไขมันหมูที่ละลายในปากอย่างไร้ที่ติ รสชาติที่อร่อยล้ำจนแทบไม่น่าเชื่อว่านี่คือฝีมือของภรรยาผู้ไม่เคยเข้าครัวทำอาหารดีๆ ให้เขากินมาก่อนเลยตลอดหลายปีที่แต่งงานกัน
ความตึงเครียดที่สะสมมาแรมปีในใจของโจวหานค่อยๆ ละลายหายไปทีละน้อย พร้อมกับความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาดที่เข้ามาแทนที่อย่างไม่ทันตั้งตัว
"อร่อยไหมคะคุณ?" หลินฟางเอียงคอถามด้วยรอยยิ้มพราวระยับ เธอจงใจใช้เสน่ห์ปลายจวักเข้าพิชิตกำแพงน้ำแข็งของสามีหนุ่มผู้ซื่อตรงคนนี้
โจวหานกลืนอาหารลงคอ ใบหน้าคมคายขึ้นสีแดงระเรื่อเล็กน้อยด้วยความเก้อเขิน เขาไม่ใช่คนพูดเก่ง ยิ่งกับเรื่องความรักความเอาใจใส่ด้วยแล้ว เขาแทบไม่รู้จะวางมือไว้ตรงไหน แต่หัวใจในอกข้างซ้ายกลับเต้นรัวเร็วกว่ายามลงสนามรบเสียอีก
"อืม... อร่อยมาก" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาแผ่วเบา แทบจะกลืนหายไปกับเสียงลมหายใจ แต่หลินฟางก็ได้ยินมันอย่างชัดเจน
รอยยิ้มของหญิงสาวกว้างขึ้น เธอกำลังจะตักปลาเปรี้ยวหวานให้เขาเพิ่มเพื่อสานต่อบรรยากาศอันแสนหวานชื่นนี้ ทว่า...
*ปัง! ปัง! ปัง!*
เสียงทุบประตูด้านนอกดังสนั่นหวั่นไหวราวกับคนจะพังบ้านเข้ามา พร้อมกับเสียงแหลมสูงแสบแก้วหูที่แผดร้องแว่วมาแต่ไกลด้วยความโกรธเกรี้ยว
"อีสะใภ้ชั่ว! หลินฟาง! แกกล้าดียังไงถึงปล่อยให้ฉันต้องทนกินข้าวต้มก้นหม้อเย็นๆ อยู่คนเดียวในห้องมืดๆ ส่วนพวกแกมากินอาหารหรูหราฟุ่มเฟือยกันลับหลังรึ! เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้ฟ่ะ!"
เสียงนั้นไม่ใช่ใครอื่น... แม่สามีจาง ผู้ไม่เคยปล่อยให้ครอบครัวนี้มีความสุขสงบเกินสามวันดี!
โจวหานขมวดคิ้วมุ่นทันที รัศมีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาอีกครั้ง เขาวางตะเกียบลงบนโต๊ะด้วยแรงที่มากกว่าปกตินิดหน่อย
หลินฟางหรี่ตาลง รอยยิ้มบนมุมปากหายวับไป ถูกแทนที่ด้วยแววตาเฉียบคมดุจใบมีด ยัยแก่ตัณหากลับคนนี้มาช้าเกินไปเสียหน่อย... หรือบางที นี่อาจจะเป็นโอกาสทองในการสะสางบัญชีแค้นครั้งใหญ่ให้จบลงในมื้อนี้ทีเดียวเลยก็ได้!
หญิงสาวผุดลุกขึ้นยืนช้าๆ เธอหันไปสบตากับโจวหานที่กำลังจะลุกไปเปิดประตูด้วยแววตานิ่งสงบแต่ทรงพลัง ก่อนจะเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นที่ทำให้สามีหนุ่มถึงกับต้องหยุดชะงัก
"นั่งลงก่อนค่ะคุณ... มื้อนี้ ฉันจะเป็นคนต้อนรับแม่ของคุณเองนะคะ"
[ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงข้างและสนับสนุน "ไป๋เป่าเปาของแม่" มาจนถึงตอนนี้นะคะ!]
คุณแม่ยุค 80 ขอหย่าแล้วพารวย•ตอนที่ 25
มื้ออาหารปรับความเข้าใจ
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณแม่ยุค 80 ขอหย่าแล้วพารวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!