"ถ้าคุณยังกล้าส่งสายตาหวานเชื่อมแบบนั้นให้ภรรยาชาวบ้านอีกแม้แต่แวบเดียว ฉันเกรงว่ากระดุมเสื้อทหารเม็ดบนสุดของคุณ อาจจะหลุดขาดคาซี่โครงโดยไม่รู้ตัวนะคะ สหายรองผู้กำกับการหลิว!"
น้ำเสียงใสกระจ่างแต่เยียบเย็นราวกับน้ำค้างแข็งกลางฤดูหนาวดังขึ้นแทรกกลางระหว่างความอึกทึกครึกโครมของตลาดมืดอำเภอซingหลาน หลินฟางป้องมือปัดเศษแป้งมันสำปะหลังออกจากปลอกแขนเสื้อสีครามอย่างไม่แยแส ริมฝีปากอิ่มสวยยกยิกล้อเลียน ขณะที่ดวงตากลมโตคู่สวยหรี่มองนายทหารหนุ่มหน้าตาคมคายในชุดนอกเครื่องแบบ ที่กำลังยืนถือห่อกระดาษไขบรรจุขนมเปี๊ยะไส้หมูหยองเกรดพรีเมียมค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ
หลิวอี้หลัน หัวเราะแห้งๆ ออกมาทันที เขารีบชักมือกลับราวกับโดนเหล็กแดงเผาไฟ สหายผู้กองหนุ่มผู้นี้ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าสำราญและคารมคมคายในหมู่สหายร่วมรบ แต่เมื่อต้องมาเผชิญหน้ากับแม่ค้าสาวพราวเสน่ห์เจ้าของกิจการแป้งทอดและขนมมงคลที่กำลังทำกำไรเป็นกอบเป็นกำเช่นหลินฟาง เขากลับรู้สึกเหมือนเด็กชายตัวเล็กๆ ที่กำลังถูกครูใหญ่ฝ่ายปกครองเรียกมาตักเตือน
"โธ่ สหายหลิน... ผมก็แค่แสดงความชื่นชมในความสามารถของคุณเท่านั้นเองนี่ครับ ตลาดมืดแห่งนี้ใครๆ ก็รู้ว่าขนมเปี๊ยะสูตรพิเศษของคุณทำเงินได้งามขนาดไหน ผมในฐานะสหายร่วมอุดมการณ์... เอ้ย สหายร่วมอุดหนุน จะแวะมาทักทายไม่ได้เชียวหรือ" หลิวอี้หลันแก้ตัวน้ำขุ่นๆ พลางหัวเราะกลบเกลื่อนความประหม่า
"สหายร่วมอุดหนุนที่ไหนควักกระเป๋าจ่ายเงินช้ากว่าชาวบ้านถึงสามรอบกันคะ? เอาล่ะ ฉันไม่มีเวลามาต่อปากต่อคำกับคุณหรอกนะ ลูกค้าทางโน้นรอรับของอยู่โน่นแล้ว" หลินฟางปรายตามองกลุ่มแม่ค้าจากสหกรณ์การเกษตรที่กำลังกวักมือเรียกยิกๆ เธอยิ้มรับอย่างเป็นกันเองก่อนจะหมุนตัวเตรียมผละจากไป
ทว่า... ในวินาทีที่เธอก้าวเท้าหมุนตัวกลับนั้นเอง สายตากลับกวาดไปสะดุดเข้ากับร่างสูงใหญ่ที่ยืนตระหง่านอยู่หลังเสาไม้เนื้อแข็งของโกดังสินค้าเก่า โจวหาน!
หัวใจของหลินฟางกระตุกวูบไปสามจังหวะ
ร่างของสามีหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเงียบขรึมและวินัยทหารเหล็กไหลยืนนิ่งสนิท ใบหน้าคมสันดุดันบึ้งตึงจนแทบจะหยดเป็นน้ำแข็ง ดวงตาสีเข้มคมกริบคู่นั้นไม่ได้มองมาที่เธอโดยตรง แต่มันกำลังจดจ้องไปยังตำแหน่งที่หลิวอี้หลันเพิ่งผละออกไป รังสีความเย็นเยือกและกลิ่นอายอันตรายแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนผู้คนรอบข้างต้องรีบก้าวถอยหลังเว้นระยะห่างโดยอัตโนมัติ
*ตายจริง... เขามาตั้งแต่เมื่อไหร่?*
หลินฟางสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ โจวหานควรจะอยู่ที่ค่ายทหารนอกเมืองไม่ใช่หรือ? วันนี้มีกำหนดการฝึกซ้อมภาคสนามไม่ใช่เหตุด่วนผลร้ายอะไรที่จะทำให้เขาปลีกตัวมาโผล่กลางตลาดมืดในช่วงบ่ายแก่ๆ เช่นนี้ได้ เว้นเสียแต่ว่า... มีใครบางคนจงใจคาบข่าวมาบอกเขา!
เมื่อคิดถึงความเป็นไปได้นี้ หวาดระแวงในใจก็พลุ่งพล่านขึ้นมาทันที ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยสมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว ภาพของแม่สามีจางผู้ชอบทำตัวเป็นปลิงคอยสูบเลือดสูบเนื้อ หรืออาจจะเป็นบรรดาญาติห่างๆ ที่จ้องจะแทงข้างหลังผุดขึ้นมาในหัว นอกเสียจากว่า... คุณสามีผู้ซื่อสัตย์และหึงหวงจนเป็นบ้าคนนี้ จะบังเอิญผ่านมาเห็นภาพเมื่อครู่เข้าพอดี!
โจวหานก้าวเท้าเดินเข้ามาใกล้ทีละก้าว เสียงรองเท้าบูทหนังทหารกระทบพื้นคอนกรีตดังหนักแน่นและจังหวะสม่ำเสมอ ทุกย่างก้าวที่เขยิบเข้ามาใกล้ราวกับบีบอัดออกซิเจนในอากาศให้เบาบางลง หลินฟางกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แม้เธอจะเป็นเชฟสาวมือฉกาจจากศตวรรษที่ 21 ที่ผ่านมาศึกหนักในการฟาดฟันกับคนตระกูลสามีมานักต่อนัก แต่ยามที่ต้องเผชิญหน้ากับสายตาคุกรุ่นไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความหึงหวงของนายทหารหนุ่มผู้เป็นสามีตามกฎหมาย ยอมรับตามตรงว่าหัวใจดวงน้อยๆ ของเธอกลับเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ
"เลิกงานแล้วหรือคะ?" หลินฟางเอ่ยทักก่อนด้วยน้ำเสียงที่พยายามดัดให้ราบเรียบที่สุด รอยยิ้มบางเบาถูกแต่งแต้มขึ้นบนเรียวปากเพื่อลดทอนความตึงเครียด
โจวหานไม่ตอบ เขายังคงสาวเท้าเข้ามาประชิดตัว กลิ่นอายบุรุษเพศผสมผสานกับกลิ่นเหงื่อจางๆ และกลิ่นอายฝุ่นผงจากการฝึกฝนลอยเข้าแตะจมูก มือหนาหยาบกร้านตามประสาคนจับอาวุธและทำงานหนักยื่นออกไปฉวยห่อกระดาษไขที่หลินฟางเพิ่งวางลงบนโต๊ะไม้ขึ้นมาพิจารณา
"ขนมของสหายหลิว... รสชาติดีมากสินะ ถึงได้ยืนคุยกันเสียอกเสียใจออกรสออกชาติขนาดนั้น"
น้ำเสียงของเขาต่ำทุ้ม กัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ชัดเจนว่าความอดทนของเสือร้ายตัวนี้กำลังเดินทางมาถึงขีดจำกัดแล้ว
"คุณพูดเรื่องอะไรกันคะ?" หลินฟางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แสร้งทำเป็นไขสือทั้งที่ในใจเริ่มระอา "เราก็แค่คุยเรื่องธุรกิจการค้า เขาซื้อขนมไปฝากภรรยาที่เพิ่งคลอดลูกต่างหากล่ะคะ อย่าบอกนะว่าคุณหึงเรื่องไร้สาระแบบนี้อีกแล้ว?"
"หึง?" โจวหานทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอดังขึ้นอย่างน่ากลัว ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าเนียนใสของภรรยาตั้งแต่หน้าผากจรดปลายคาง "ฉันมีหน้าที่ปกป้องประเทศชาติ ปกป้องประชาชนในเขตทหาร ไม่มีเวลามานั่งเล่นละครหึงหวงไร้สาระหรอกหลินฟาง... แต่ถ้าภรรยาของฉันดูจะสนุกสนานกับการรับไมตรีจากผู้ชายคนอื่นกลางตลาดพลุกพล่านแบบนี้ บางทีหน้าที่อบรมสั่งสอนคุณใหม่ อาจจะเป็นสิ่งที่สามีอย่างฉันต้องรีบหยิบยกมาพิจารณาเป็นอันดับแรก!"
คำพูดประโยคสุดท้ายกดต่ำลงจนน่ากลัว บรรยากาศรอบตัวของทั้งคู่พลันเงียบสงบลงราวกับถูกกดปุ่มปิดเสียง พ่อค้าแม่ขายละแวกใกล้เคียงต่างพร้อมใจกันหันหน้าหนี ทำทีเป็นจัดสินค้าบนแผงของตนเองอย่างขะมักเขม้น ไม่มีใครกล้าสบตากับนายทหารหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาดคนนี้เลยสักคน
หลินฟางเม้มปากแน่น ความดื้อรั้นในตัวถูกจุดประกายขึ้นมาทันที แทนที่จะหวาดกลัว เธอกลับเชิดหน้าขึ้นสู้สายตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว "คุณพูดจาแบบนี้หมายความว่ายังไงคะ โจวหาน? ฉันออกมาหาเงินเลี้ยงลูก เหน็ดเหนื่อยแทบตายเพื่อให้ครอบครัวเรามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แต่สิ่งที่คุณตอบแทนฉันกลับเป็นการกล่าวหาไร้สาระกลางที่สาธารณะอย่างนั้นหรือคะ!"
"หาเงิน... หรือหาความสุขใส่ตัวกันแน่?" โจวหานก้าวเข้าไปประชิดตัวจนแทบไม่มีช่องว่าง ร่างสูงใหญ่โน้มใบลงมาจนหน้าผากเกือบจะชิดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้ว nian ของเธอ "จำไว้ว่าเธอคือภรรยาของโจวหาน ต่อให้เราจะตกลงกันเรื่องอะไรไว้ในอดีต แต่ตราบใดที่ทะเบียนสม่ายังมีชื่อเราคู่กัน อย่าหวังว่าจะมีชายหน้าไหนกล้ามาทำรุ่มร่ามกับเธอต่อหน้าฉันอีก!"
พูดจบ มือหนาก็คว้าข้อมือเรียวของเธอไว้หลวมๆ ก่อนจะออกแรงจูงให้เดินตามไปที่รถจักรยานบรรทุกของที่จอดอยู่มุมถนนทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้อ้าปากเถียงกลับแม้แต่ครึ่งคำ
ความโกรธปะปนกับความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างตีรวนอยู่ในอกของหลินฟาง *นี่เขาหึงจริงจังขนาดนี้เลยหรือ?*
ทว่า ในระหว่างที่เธอกำลังจะสะบัดมือออกเพื่อเคลียร์ให้รู้เรื่อง เสียงฝีเท้าเร่งรีบพร้อมเสียงตะโกนหอบแฮกก็ดังแทรกขึ้นมาจากตรอกด้านหลัง
"พี่สะใภ้! พี่สะใภ้ใหญ่!แย่แล้วครับ! ที่บ้านเกิดเรื่องใหญ่แล้ว!"
เสี่ยวหลิน ลูกพี่ลูกน้องฝั่งบ้านเดิมของโจวหานวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาด้วยสภาพเหงื่อท่วมตัว เสื้อผ้าหลุดลุ่ยราวกับเพิ่งผ่านการวิ่งหนีตายมา ใบหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด
โจวหานชะงักฝีเท้า หันขวับไปมองด้วยสายตาดุดัน "เกิดอะไรขึ้น? พูดให้มันรู้เรื่อง!"
เสี่ยวหลินหอบหายใจเฮือกใหญ่ ยกมือขึ้นชี้ไปทางทิศทางของบ้านพักตระกูลโจวด้วยอาการสั่นเทา ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด
"แม่... แม่ของคุณ... แม่สามี ลมชักหมดสติไปที่ลานกลางหมู่บ้านแล้วครับ! ตอนนี้... ตอนนี้ชาวบ้านกำลังช่วยกันหามเธอส่งสถานีอนามัย แต่หมอบอกว่าอาการสาหัสมาก เลือดกำเดาไหลไม่หยุด... และก่อนที่เธอจะหมดสติไป เธอกู่ร้องตะโกนเรียกชื่อพี่สะใภ้ซ้ำๆ พร้อมกับคำสาปแช่งว่า... 'นังสะใภ้งูพิษ เป็นคนวางยาฉัน!'"
[ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงข้างและสนับสนุน "ไป๋เป่าเปาของแม่" มาจนถึงตอนนี้นะคะ!]
คุณแม่ยุค 80 ขอหย่าแล้วพารวย•ตอนที่ 24
เข้าใจผิดหรือน้อยใจ
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณแม่ยุค 80 ขอหย่าแล้วพารวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!