ความเงียบงันที่น่าอึดอัดแผ่ซùmไปทั่วห้องโถงคับแคบราวกับมีใครเอาหมอกทึบมาDดทับไว้ เสียงลมหายใจของนางจางสะดุดกึก ดวงตาฝ้าฟางเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกยามเมื่อเงาร่างสูงใหญ่ของบุตรชายคนโตทาบทับลงมาตรงธรณีประตู
“อา... อาหาน!” นางจางเปล่งเสียงตะกุกตะกัก ความเย่อหยิ่งและวาจาเชือดเฉือนเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความหวาดหวั่นที่ฉายชัดบนใบหน้ายับย่น
โจวหานไม่แม้แต่จะชายตามองมารดาของตนด้วยซ้ำ นัยน์ตาสีเข้มดุจพญาอินทรีคู่เดิมกวาดมองสภาพภายในห้องครัวอย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณความเป็นนายทหารผ่านศึกทำให้เขาจับสังเกตความผิดปกติได้ในเสี้ยววินาที ทั้งรอยคราบน้ำตาบนแก้มซูบตอบของลูกชายคนเล็ก และท่าทีตั้งรับแต่มั่นคงอย่างน่าประหลาดของหลินฟาง ผู้เป็นภรรยาที่ปกติมักจะก้มหน้ายอมจำนนต่อทุกสิ่งเสมอ
“แม่มาทำอะไรที่นี่อีก” น้ำเสียงทุบต่ำกังวานดังก้องราวกับเสียงคำรามในลำคอของเสือหนุ่ม แรงกดดันจากร่างสูงใหญ่ที่ผ่านสมรภูมิรบมาโชกโชนทำให้นางจางถึงกับผถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
“แม่... แม่ก็แค่... แค่แวะมาดูความเป็นอยู่ของหลาน!” นางจางพยายามเค้นเสียงแข็งกลบเกลื่อนความกลัว แต่แววตาลุกลี้ลุกลนฟ้องชัดเจน “แล้วดูเมียแกสิ กล้าขึ้นเสียงใส่แม่ผู้ให้กำเนิด คิดจะไล่ฉันกลับบ้านตั้งแต่วันแรกที่แกกลับมาเยี่ยมบ้านเลยนะ!”
หลินฟางแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ นางไม่ได้กล่าวแก้ตัวใดๆ ปล่อยให้สามีได้เห็นพฤติกรรมอันน่ารังเกียจนี้ด้วยตาของตัวเอง มือเรียวบางที่ซ่อนอยู่ใต้ชายแขนเสื้อกระชับแน่น หลินฟางรู้ดีว่าในยุค 80 นี้ การเผชิญหน้ากับแม่สามีหัวโบราณและเห็นแก่ตัวไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ในเมื่อเธอย้อนเวลากลับมาพร้อมกับ "มิติลับ" และความทรงจำจากอนาคต เธอก็ไม่มีความจำเป็นต้องก้มหัวให้ใครอีกต่อไปแล้ว
“ถ้าไม่มีอะไรทำแล้ว เชิญกลับบ้านหลักใหญ่ไปเถอะค่ะ” หลินฟางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบขาดจนทุกคนในห้องต้องหันมามอง “สามฉันเพิ่งเดินทางกลับมาเหนื่อยๆ ลูกๆ ควรจะได้พักผ่อน ไม่ใช่มานั่งฟังคำพูดตัดพ้อบั่นทอนจิตใจ”
นางจางอ้าปากค้าง ใบหน้าเหี่ยวย่นบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวจนแดงก่ำ “นัง... นังสะดอ! แกกล้าไล่ฉันเหรอ โจวหาน แกดูเมียแกสิ มันกล้าไล่แม่ตัวเอง!”
โจวหานหันกลับมามองภรรยา ดวงตาคู่คมมีความประหลาดใจพาดผ่านไปวูบหนึ่ง น้ำเสียงและท่าทีของหลินฟางในวันนี้ช่างแตกต่างจากผู้หญิงขี้ขลาดคนเดิมราวฟ้ากับเหว นางไม่ได้ดูหวาดกลัวหรืออ่อนแออีกต่อไปแล้ว กลับกัน... ร่างเพรียวบางนั้นยืนหยัดสง่างามราวกับต้นหลิวท้าลมหนาว
“แม่กลับไปก่อนเถอะครับ” โจวหานกล่าวสั้นๆ แต่เฉียบขาด ไม่มีที่ว่างให้ต่อรอง “เย็นนี้ผมต้องคุยกับหลินฟางเรื่องครอบครัว”
แม้จะไม่พอใจอย่างยิ่ง แต่นางจางก็ไม่กล้าท้าทายอำนาจของบุตรชายคนนี้ ผู้ซึ่งส่งเงินกลับมาจุนเจือครอบครัวตระกูลโจวทุกเดือน นางทำได้เพียงถลึงตาใส่หลินฟางอย่างอาฆาตมาดร้าย ก่อนจะสะบัดก้นเดินกระแทกเท้าออกไปจากบ้านหลังเล็ก พร้อมกับบ่นพึมพำสาปแช่งตลอดทาง
เมื่อร่างของแม่สามีลับสายตาไป บรรยากาศในห้องก็ยิ่งเงียบงันลงไปอีก หลินฟางถอนหายใจเบาๆ ปัดฝุ่นตามเสื้อผ้า ก่อนจะหันไปสบตากับสามีที่ยังคงยืนนิ่งจ้องมองนางไม่วางตา
“มองอะไรคะ หน้าฉันมีอะไรติดอยู่หรือไง” หลินฟางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงติดตลกเล็กน้อยเพื่อผ่อนคลายบรรยากาศ
“เธอเปลี่ยนไป” โจวหานเอמהขึ้นตรงๆ น้ำเสียงทุบต่ำมีความสงสัยเจืออยู่ “ไม่กลัวแม่แล้วเหรอ”
“กลัวแล้วจะได้อะไรขึ้นมาล่ะคะ ข้าวในหม้อไม่มีจะกรอกปากลูกอยู่แล้ว ถ้ามัวแต่กลัว พวกเราคงอดตายกันพอดี” หลินฟางตอบกลับอย่างฉาดฉาน ก่อนจะหันไปอุ้มเสี่ยวเปา ลูกชายคนเล็กที่ยังคงตัวสั่นเทาขึ้นมาแนบอก ลูบหัวปลอบโยนเบาๆ “ไปค่ะเด็กๆ วันนี้แม่จะทำให้กินของอร่อย รับรองว่าพวกหนูจะไม่ต้องทนหิ้วท้องนอนอีกต่อไปแล้ว”
ดวงตาของเด็กน้อยทั้งสองคนเป็นประกายขึ้นมาทันที แม้จะยังมีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่บ้าง แต่คำว่า "ของอร่อย" จากปากมารดานั้นมีพลังดึงดูดมหาศาล เพราะนานเท่าไหร่แล้วนะที่พวกเขาไม่ได้กินอาหารดีๆ นอกเหนือจากโจ๊กใสๆ กับผักดองเค็มๆ
หลินฟางเดินเข้ามุมห้องครัวที่ค่อนข้างลับตา นางแสร้งทำเป็นหยิบตะกร้าไม้เก่าๆ ขึ้นมาบังสายตา ก่อนจะแอบดึงวัตถุดิบชั้นเลิศออกจาก "มิติลับ" ที่ติดตัวมาด้วย ในนั้นมีทั้งเนื้อหมูสามชั้นติดมันสีชมพูสวยงาม ไข่ไก่สดใหม่โหลใหญ่ เห็ดหอมแห้งคุณภาพดี และเครื่องเทศนานาชนิดที่หาไม่ได้ง่ายๆ ในยุค 80 นี้
เพียงแค่เปิดห่อใบตองออก กลิ่นหอมกรุ่นของเนื้อสัตว์และเครื่องเทศชั้นดีก็โชยฟุ้งกระจายไปทั่วห้องครัวทันที!
โจวหานที่ยืนพิงกรอบประตูอยู่ถึงกับขมวดคิ้วแน่น จมูกโด่งคมสูดกลิ่นหอมนั้นเข้าไปฟุตหนึ่ง เขาผ่านค่ายทหารและเดินทางมาหลายที่ แต่ไม่เคยได้กลิ่นวัตถุดิบที่มีความสดใหม่และหอมยั่วยวนใจขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต
“เธอ... ไปเอาของพวกนี้มาจากไหน” โจวหานถามเสียงเข้ม แววตามีความระแวงระปนสงสัยพาดผ่าน
“ญาติผู้ใหญ่ใจดีทางฝั่งบ้านเดิมเขาสงสาร ส่งผ่านมาให้ตอนที่ฉันกลับไปเยี่ยมบ้านเมื่อเดือนก่อนค่ะ” หลินฟางอ้างลอยๆ อย่างแนบเนียน นางไม่มีทางบอกความลับเรื่องมิติลับเด็ดขาด อย่างน้อยก็ไม่ใช่ตอนนี้ “อย่ามัวแต่ถามเลยค่ะ คุณเองก็ไม่ได้กินอะไรดีๆ มานานเหมือนกัน มาช่วยฉันก่อไฟเร็วเข้า”
แม้จะยังติดใจสงสัย แต่ความหิวและกลิ่นหอมที่เตะจมูกก็ทำให้โจวหานยอมขยับตัวตามคำสั่งแต่โดยดี เขาก่อไฟในเตาถ่านอย่างคล่องแคล่ว แสงไฟสีส้มสาดส่องใบหน้าคมคายที่มีรอยแผลเป็นจางๆ เพิ่มความน่าเกรงขามและเสน่ห์แบบชายชาตรีให้เด่นชัดขึ้นไปอีก
หลินฟางลงมือทำอาหารด้วยความรวดเร็วและเชี่ยวชาญ นางหั่นหมูสามชั้นเป็นชิ้นพอดีคำ นำไปรวนในกระทะเหล็กจนน้ำมันหมูใสๆ ไหลเยิ้มออกมา ส่งกลิ่นหอมฉุยคละคลุ้งไปทั่ว จากนั้นเติมน้ำตาลทรายแดง ซีอิ๊วดำ และเครื่องเทศลับลงไปเคี่ยวด้วยไฟอ่อน เสียงน้ำซุปเดือดปุดๆ พร้อมกับกลิ่นหอมหวานเค็มที่ลอยละล่องไปไกล ทำให้เด็กน้อยทั้งสองคนถึงกับกลืนน้ำลายเอื้อมมือมากอดขาแม่แน่นด้วยความตื่นเต้น
ไม่เพียงเท่านั้น หลินฟางยังหยิบแป้งสาลีออกมานวดทำหมั่นโถวเนื้อนุ่มฟู และผัดผักกวางตุ้งสดๆ สีเขียวขจีด้วยน้ำมันหมูหอมๆ อีกหนึ่งจาน
เวลาผ่านไปเพียงครึ่งชั่วโมง อาหารสามจานรสเลิศก็ถูกลำเลียงวางลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ กลางห้อง หมั่นโถวร้อนๆ ส่งควันกรุ่น หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงสีสันเงางามน่ากินจนแทบละลายในปาก และซุปไข่ใส่เห็ดหอมร้อนๆ กลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วทั้งบริเวณบ้าน จนทะลุออกไปนอกหน้าต่าง
กลิ่นหอมรัญจวนใจนั้นลอยไปตามสายลมยามเย็น กระจายไปทั่วทั้งหมู่บ้านตระกูลโจว ทำเอาเพื่อนบ้านที่กำลังนั่งกินข้าวต้มก้นหม้อรสจืดชืดถึงกับต้องชะงัก วางตะเกียบลงแล้วสูดดมกลิ่นอากาศด้วยความฉงนสนเท่ห์
*กลิ่นอะไรน่ะ? หอมชะมัด! บ้านไหนทำอะไรกินกันวะเนี่ย?!*
ภายในบ้านตระกูลโจว หลินฟางตักข้าวและหมูตุ๋นชิ้นโตใส่ชามยื่นให้ลูกๆ ทั้งสองคน “กินให้อร่อยนะลูก ค่อยๆ เคี้ยวนะคะ”
เสี่ยวเปาและพี่สาวรับชามด้วยมือสั่นเทา พวกเขาตักเข้าปากคำหนึ่ง ดวงตากลมโตก็เบิกกว้างขึ้นทันที ความนุ่มละมุนของเนื้อหมูที่แทบละลายในปาก รสชาติกลมกล่อมเค็มหวานกำลังดี ตัดกับความนุ่มฟูของหมั่นโถวร้อนๆ ทำให้เด็กน้อยทั้งสองคนน้ำตาซึมออกมาด้วยความตื้นตันใจ
“อร่อย... อร่อยมากเลยครับแม่! อร่อยที่สุดในโลกเลย!” เสี่ยวเปาเคี้ยวตุולๆ พูดยิ้มจนแก้มปริ
โจวหานที่นั่งมองภรรยาและลูกๆ เงียบๆ ตัดสินใจคีบหมูสามชั้นชิ้นโตเข้าปากบ้าง รสชาติที่เข้มข้นและกลมกล่อมอย่างไม่น่าเชื่อทำให้ชายหนุ่มผู้ผ่านศึกมาโชกโชนถึงกับนิ่งงัดไปชั่วขณะ ดวงตาคมเข้มมองภรรยาด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ผู้หญิงคนนี้... ซ่อนความสามารถอะไรไว้อีกกันแน่?
บรรยากาศความอบอุ่นแผ่ซ่านปกคลุมบ้านหลังเล็ก ทว่าในขณะที่ครอบครัวกำลังมีความสุขกับการกินอาหารมื้อแรกอันแสนวิเศษนั้นเอง...
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงทุบประตูด้านนอกดังสนั่นหวั่นไหวราวกับคนจะพังบ้าน พร้อมกับเสียงแหลมสูงคุ้นหูที่แผדแผดเข้ามาด้วยความโมโหร้าย
“นังหลินฟาง! แกทำบ้าอะไรลงไป! กลิ่นอาหารนี่มันอะไรกัน แกเอาเงินที่ไหนมาซื้อเนื้อสัตว์ดีๆ แบบนี้กิน! เปิดประตูเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่เปิด ฉันจะเรียกคนมาพังบ้านแกแน่!”
รอยยิ้มบนใบหน้าของหลินฟางเลือนหายไปในพริบตา นางวางตะเกียบลงช้าๆ นัยน์ตาสีเข้มฉายแววเย็นชาขึ้นมาทันที
ไป๋เป่าเปาของแม่ขอตัวไปจัดการแม่สามีจอมวุ่นวายก่อนนะคะ รี้ดเดอร์ที่รักเตรียมลุ้นตอนต่อไปรับรองว่าสะใจกว่าเดิมแน่นอนค่ะ!
คุณแม่ยุค 80 ขอหย่าแล้วพารวย•ตอนที่ 2
กับข้าวมื้อแรกที่ทำเอาตะลึง
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณแม่ยุค 80 ขอหย่าแล้วพารวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!