"ผู้กองโจว! คำสั่งด่วนจากส่วนกลาง... พบเบาะแสการทุจริตและสอดแนมครั้งใหญ่ในเขตการค้านี้ และหนึ่งในผู้ต้องสงสัยที่พยายามเข้ามาตีสนิทร้านของคุณ... ยืนอยู่ตรงนี้พอดีครับ!"
เสียงรายงานของนายทหารหนุ่มลูกน้องคนสนิทดังแทรกบรรยากาศความชุลมุนหน้าร้านอาหารของหลินฟาง เสียงนั้นทำเอาลูกค้าที่กำลังต่อแถวซื้อซาลาเปาไส้ทะลักถึงกับผงะ ถอยกรูดออกห่างจากชายร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อคลุมผ้าฝ้ายสีมอผู้หนึ่งทันที ชายคนนั้นหน้าถอดสี เหงื่อกาฬแตกพลั่ก พยายามจะสาวเท้าถอยหลังหนี แต่ถูกทหารอีกสองนายประกบตัวล็อกแขนไขว้หลังไว้ในพริบตา
หลินฟางหรี่ตามองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความนิ่งสงบ มือเรียวที่ยังคงถือตะหลิวไม้ผัดเครื่องเทศอยู่ในกระทะเหล็กเคลือบน้ำมันเงางามไม่ได้สั่นไหวแม้แต่น้อย รอยยิ้มบางเบาผุดขึ้นที่มุมปากอย่างรู้ทัน นางตักหมูผัดซอสเต้าเจี้ยวสูตรลับขึ้นใส่ถาดกระเบื้องเคลือบส่งกลิ่นหอมฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วตรอก ท่ามกลางความตื่นตระหนกของชาวบ้าน นางกลับยืนหยัดอย่างมั่นคงราวกับต้นสนกลางพายุ
"จัดการให้เรียบร้อย อย่าให้เสียบรรยากาศการค้าขายของภรรยาผม"
น้ำเสียงทุ้มต่ำ กังวาน และทรงพลังดังขึ้นจากด้านหลัง แผ่นหลังกว้างในชุดเครื่องแบบสีเขียวเข้มที่คุ้นเคยปรากฏแก่สายตา โจวหานก้าวเท้าเข้ามายืนเคียงข้างภรรยา สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวกวาดมองกลุ่มคนมุงก่อนจะหยุดอยู่ที่ร่างของสายลับต่างชาติที่กำลังดิ้นรนขัดขืน ใบหน้าคมสันไร้ซึ่งรอยยิ้ม รังสีความกดดันจากนายทหารผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชนแผ่ซ่านจนผู้คนรอบข้างแทบไม่กล้าหายใจแรง
หลินฟางวางตะลงในมือลง หันไปมองสามีที่ไม่ได้พบหน้ากันนานแรมเดือน ดวงตาคู่สวยประกายแวววาวด้วยความประหลาดใจระคนขัน "นึกว่าคุณจะติดราชการจนลืมทางกลับบ้านเสียอีกนะคะ ผู้กองโจว"
โจวหานหันกลับมามองภรรยา แววตาที่แข็งกร้าวเมื่อครู่พลันอ่อนแสงลงจนแทบกลายเป็นน้ำเชื่อม เขายื่นมือหนาที่หยาบกร้านจากการจับอาวุธมาปัดปอยผมที่หลุดรุ่ยข้างแก้มให้นางอย่างเบามือ "ต่อให้ยุ่งแค่ไหน เมียและลูกเรียกหา มีหรือที่ผมจะกล้าช้า"
คำพูดหวานเลี่ยนที่ไม่เข้ากับใบหน้าเคร่งขรึมนั้นเรียกเสียงหัวเราะเบาๆ จากหลินฟาง นางปัดมือเขาออกเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ "ปากหวานแบบนี้ มีเรื่องปิดบังอะไรฉันหรือเปล่าคะ?"
"ไม่มีทางครับ... เอ่อ ไม่มีทางค่ะ" โจวหานรีบแก้คำพูดทันทีเมื่อเห็นสายตาคาดคั้นของภรรยา เรียกเสียงหัวเราะคิกคักจากลูกน้อยที่วิ่งออกมาจากหลังร้านพอดี
"ท่านพ่อ!" เป่าเป่าตัวน้อยในชุดเอี๊ยมผ้าฝ้ายปักลายเป็ดน้อยวิ่งดุ๊กๆ เข้ามาโอบกอดขาของโจวหานไว้แน่น นายทหารหนุ่มผู้เกรียงไกรถึงกับย่อตัวลงอุ้มบุตรชายขึ้นแนบอก ใบหน้าเรียบตึงระบายยิ้มอบอุ่นออกมาอย่างปิดไม่มิด ภาพครอบครัวที่พร้อมหน้าพร้อมตาในยามวิกฤตเช่นนี้ ทำให้เสียงซุบซิบนินทาของชาวบ้านเงียบหายไปในทันที แทนที่ด้วยความชื่นชมและอิจฉา
แต่ความสงบสุขมักอยู่ได้ไม่นาน...
เมื่อจัดการส่งตัวผู้ต้องสงสัยให้ทางการเรียบร้อยแล้ว โจวหานก็ก้าวตามหลินฟางเข้ามาในห้องครัวหลังร้าน กลิ่นหอมของน้ำซุปกระดูกหมูเคี่ยวกับสมุนไพรจีนลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณ โจวหานช่วยภรรยาจัดเตรียมวัตถุดิบด้วยความคล่องแคล่ว แม้เขาจะเป็นถึงนายทหารระดับสูง แต่เรื่องงานบ้านงานเรือนที่ช่วยแบ่งเบาภรรยา เขาไม่เคยเกี่ยงงอนเลยสักครั้ง
มือหนาหยิบกระดาษจดหมายแผ่นพับที่ซ่อนอยู่ออกมาจากกระเป๋าเสื้อด้านในสุด วางไว้ข้างเขียงไม้ที่หลินฟางกำลังหั่นผักกาดขาว
หลินฟางชะงักมือที่ถือมีด หันไปมองซองจดหมายเก่าๆ ที่มีรอยยับย่นจากการเดินทางไกล บนซองปรากฏตราประทับราชการและลายมือตวัดที่คุ้นตาแต่นางจงใจทำเป็นเมินเฉยมาตลอดหลายเดือน
"จดหมายอะไรคะ?" นางถามเสียงเรียบ แม้หัวใจจะเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย
"จากบ้านเดิมตระกูลโจวครับ..." โจวหานถอนหายใจเบาๆ สีหน้าฉายแววความกังวลอย่างปิดไม่มิด "แม่... เขียนมาถึงผม บอกว่าสุขภาพไม่สู้ดี และ..." เขารอนิดหน่อยก่อนจะกล่าวต่อ "และอยากให้คุณกลับไปเยี่ยมเยียนในฐานะสะใภ้สักครั้ง"
หลินฟางแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและเจ็บปวด นางวางมีดลง หันมาเผชิญหน้ากับสามีเต็มตัว ดวงตาดำขลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา "แม่ของคุณน่ะหรือคะที่ป่วย? หรือว่าเงินในมือพวกเขากำลังจะหมด จนต้องนึกถึงสะใภ้คนที่เคยถูกขับไล่ออกมาจากบ้านหลังนั้นอย่างไร้เยื่อใย?"
โจวหานนิ่งเงียบ เขาเข้าใจความรู้สึกของภรรยาดี ตลอดเวลาที่ผ่านมา แม่สามีจางและน้องสะใภ้ตัวแสบสร้างความชอกช้ำระกำใจให้หลินฟางมากเพียงใดเขารู้เห็นเป็นใจมาตลอด การที่จู่ๆ มีจดหมายเรียกตัวเช่นนี้ ย่อมไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน
"ผมไม่ได้บังคับคุณนะฟางฟาง..." โจวหานเอ่ยเสียงนุ่ม มือหนายื่นไปกุมมือเรียวที่เย็นเฉียบของภรรยาไว้ "ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจอย่างไร ผมจะยืนอยู่ข้างคุณเสมอ แม้กระทั่งการตัดขาดจากตระกูลโจว ถ้าคุณต้องการ..."
หลินฟางดึงมือกลับเบาๆ นางมองหน้าสามีด้วยความซาบซึ้งใจลึกๆ แต่อีกใจหนึ่งก็รู้ดีว่า การหนีปัญหาไม่ใช่ทางออกของคนฉลาด แม่สามีจางรังแกนางมามาก ถึงเวลาแล้วที่นางจะต้องเดินทางกลับไปสะสางบัญชีแค้นเก่าให้หมดสิ้น!
"ไปสิคะ ทำไมจะไม่ไป" หลินฟางยծมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ แววตาส่อประกายความเจ้าเล่ห์และมั่นใจเต็มเปี่ยม "ในเมื่อพวกเขากล้าส่งจดหมายตามตัว ฉันก็ยินดีจะหอบหิ้วความมั่งคั่งและชื่อเสียงในฐานะ 'เศรษฐีนีตัวจริง' กลับไปตบหน้าคนตระกูลโจวให้หน้าชาเล่นสักตั้ง!"
โจวหานมองภรรยาด้วยความทึ่ง รอยยิ้มภาคภูมิใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมสัน เมียของเขาไม่เคยทำให้ผิดหวังจริงๆ ความเฉลียวชาญและความเด็ดเดี่ยวนี้แหละคือเสน่ห์ที่ทำให้เขารักและหลงจนถอนตัวไม่ขึ้น
ทว่า... ในขณะที่ทั้งสองกำลังวางแผนการเดินทางกลับหมู่บ้านเดิม ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงตะโกนตื่นตระหนกของเด็กส่งของประจำตลาด
"พี่หลินฟาง! แย่แล้วครับ! มีคนจากสำนักงานเสบียงอำเภอมาที่ตลาด พวกเขาบอกว่า... บอกว่าร้านของเราถูกร้องเรียนเรื่องการใช้ 'วัตถุดิบต้องห้าม' และกำลังนำกำลังมาตรวจค้นร้านตอนนี้เลยครับ!"
หลินฟางและโจวหานสบตากันทันที รังสีอำมหิตพุ่งวาบขึ้นในแววตาของนายทหารหนุ่ม ขณะที่มุมปากของเชฟสาวจากอนาคตกลับยกย่องขึ้นสูงอย่างท้าทาย
— ขอบคุณที่ติดตามอ่าน "ไป๋เป่าเปาของแม่" แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ!
คุณแม่ยุค 80 ขอหย่าแล้วพารวย•ตอนที่ 16
สามีส่งจดหมายมา
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณแม่ยุค 80 ขอหย่าแล้วพารวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!