คุณแม่ยุค 80 ขอหย่าแล้วพารวย•ตอนที่ 28

ย้ายเข้าเมืองหลวง

ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
"สัญญาเช่าตึกสามชั้นย่านถนนคนเดินปักกิ่ง... เซ็นชื่อตรงนี้เรียบร้อยแล้วค่ะคุณหลิน" เสียงของนายหน้าเคหสถานในเมืองหลวงดังขึ้น พร้อมกับเสียงปลายปากกาหมึกซึมที่จรดลงบนกระดาษอย่างหนักแน่น หลินฟางในชุดเสื้อเชิ้ตผ้าฝ้ายสีครีมเรียบหรูแต่ทะมัดทะแมง เงยหน้าขึ้นสบตากับสามีหนุ่มที่ยืนเคียงข้าง โจวหานในชุดนอกเครื่องแบบรูปร่างสูงสง่า ใบหน้าคมคายไร้รอยยิ้มแต่แววตาที่ทอดมองภรรยาและลูกชายตัวน้อยเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและมั่นคง มือหนาเอื้อมไปโอบไหล่บางของภรรยาไว้หลวมๆ เป็นเชิงสนับสนุน ในขณะที่เจ้าตัวน้อยเป่าเปากำลังเคี้ยวซาลาเปาไส้หมูสับตุ๋นยาจีนแก้มตุ่ย นั่งอยู่บนตักของคุณพ่อ "ในที่สุดพวกเราก็มีบ้านและร้านค้าเป็นของตัวเองในเมืองหลวงแล้วนะคะคุณพ่อ!" เจ้าตัวน้อยพูดเสียงใส เคี้ยวดังกร้วมจนโจวหานอดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปเช็ดคราบแป้งบริเวณมุมปากให้ลูกชายอย่างเบามือ เป้าหมายบทที่ 28 ของการย้ายรกรากเข้าสู่ใจกลางมหานครไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แม้ว่าก่อนหน้านี้ตระกูลโจวฝั่งสามีจะพยายามตามราวีไม่เลิกรา โดยเฉพาะแม่สามีจางที่แหกปากโวยวายกลางสถานีรถไฟ หาว่าหลินฟางเป็นสะใภ้อกตัญญูที่พาบุตรชายหนีเข้าเมืองหลวง ปล่อยให้คนแก่ต้องตากหน้าทำนาหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินอยู่บ้านนอก แต่มีหรือที่เชฟสาวจากยุคปัจจุบันอย่างหลินฟางจะสะท้าน เธอตอกกลับด้วยสัญญาแบ่งแยกครอบครัวที่ทำไว้เป็นลายลักษณ์อักษรต่อหน้าหัวหน้าหมู่บ้าน จนแม่สามีได้แต่อ้าปากค้างรับเงินปิดปากก้อนสุดท้ายไปอย่างไร้ข้อต่อรอง และตอนนี้... อดีตอันน่ารำคาญใจเหล่านั้นถูกทิ้งไว้เบื้องหลังนับพันลี้ สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าคือตึกแถวสามชั้นทำเลทอง ย่านการค้าที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดตามนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจ "ฟางฟาง ชั้นล่างนี้เราจะทำเป็นร้านอาหารกึ่งเหลาตงเปย์ผสมผสานความโมเดิร์น ส่วนชั้นสองและชั้นสามเป็นที่อยู่อาศัยของพวกเรา จัดสรรพื้นที่ได้ลงตัวมากเลยค่ะ" โจวหานกวาดสายตาสำรวจโครงสร้างตึกด้วยสัญชาตญาณความเป็นระเบียบเรียบร้อย แม้เขาจะปลดประจำการมาช่วยงานภรรยาเต็มตัวแล้ว แต่ท่า "แน่นอนค่ะคุณพี่ ทางเข้าหันรับทรัพย์พอดี แถมระบบระบายอากาศที่เป่าเปาออกแบบ... เอ่อ หมายถึงที่ฉันร่างแปลนไว้ ก็ยอดเยี่ยมมาก รับรองว่ากลิ่นหอมของอาหารจะไม่รบกวนชั้นบนแน่นอน" หลินฟางยิ้มกริ่ม เกือบหลุดปากเรื่องระบบมิติพิเศษที่ช่วยคำนวณฮวงจุ้ยและการเก็บรักษาวัตถุดิบให้สดใหม่ตลอด 24 ชั่วโมงเสียแล้ว สองสัปดาห์ผ่านไป หยาดเหงื่อและความขยันขันแข็งเปลี่ยนตึกเก่าโทรมให้กลายเป็นร้านอาหารจีนร่วมสมัยที่สะดุดตาที่สุดบนถนนสายนั้น ป้ายชื่อร้านไม้สักทองแกะสลักตัวอักษรวิจิตรบรรจงว่า "ครัวหอมหมื่นลี้ by หลินฟาง" ถูกแขวนขึ้นท่ามกลางสายตาอยากรู้อยากเห็นของชาวเมืองหลวงที่เดินผ่านไปมา กลิ่นอายความอร่อยเริ่มต้นขึ้นในยามเย็นวันเปิดร้าน หลินฟางสวมผ้ากันเปื้อนสีขาวสะอาดตา ยืนอยู่หน้าเตาเหล็กหล้าขนาดใหญ่ มือเรียวตวัดตะหลิวผัดหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงซอสน้ำผึ้งป่าด้วยความชำนาญ กลิ่นหอมหวานของเครื่องเทศนานาชนิดผสมผสานกับซีיוออิ๊วชั้นดีลอยฟุ้งทะลุกระจกหน้าร้าน ออกไปอบอวลอยู่ท่ามกลางอากาศเย็นยามค่ำคืนของเมืองหลวง ในขณะเดียวกัน โจวหานในฐานะผู้จัดการร้านจำเป็น กำลังต้อนรับลูกค้ากลุ่มแรกด้วยท่าทางนิ่งขรึมแต่สุภาพ ลูกค้ากลุ่มแรกเป็นกลุ่มพนักงานรัฐวิสาหกิจและอาจารย์มหาวิทยาลัยใกล้เคียงที่แวะเวียนเข้ามาเพราะทนกลิ่นหอมไม่ไหว "คุณครับ... เมนู 'ซี่โครงหมูอบสับปะรดเปรี้ยวหวาน' กับ 'เต้าหู้เสฉวนสูตรพิเศษ' ของที่นี่ หน้าตาน่ารับประทานมาก กลิ่นเตะจมูกตั้งแต่เดินเลี้ยวโค้งมาเลยทีเดียว" ลูกค้าชายวัยกลางคนสวมแว่นตาหนาเตอะเอ่ยทักด้วยความทึ่ง เมื่อพนักงานเสิร์ฟยกจานกระเบื้องเคลือบสีขาวลายครามที่บรรจุอาหารร้อนฉุยมาเสิร์ฟถึงโต๊ะ เพียงคำแรกที่ตักเข้าปาก ดวงตาของลูกค้ากลุ่มนั้นก็เบิกกว้างขึ้นทันที ความกรอบนอกนุ่มในของเนื้อซี่โครงที่เคลือบด้วยซอสเข้มข้นรสชาติกลมกล่อม ทั้งเปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ดปลายลิ้นอย่างลงตัว ทำให้อาหารจานนั้นหมดเกลี้ยงในเวลาไม่ถึงห้านาที เสียงชื่นชมดังเซ็งแซoทั่วร้าน จนยอดขายวันแรกทะลุเป้าที่หลินฟางตั้งไว้ถึงสามเท่าตัว! ความสุข ความอบอุ่น และความมั่งคั่งกำลังโรยตัวลงมาบนครอบครัวเล็กๆ นี้อย่างแท้จริง โจวหานเดินเข้ามาโอบเอวภรรยาจากด้านหลังในยามที่ร้านปิดทำการแล้ว ทั้งสองมองดูยอดเงินในลิ้นชักด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ เป่าเปาน้อยนอนหลับปุ๋ยอยู่บนโซฟาตัวยาวด้วยความเหนื่อยอ่อน ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานชื่นและเต็มไปด้วยความสำเร็จนั้นเอง เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านยามวิกาลก็ดังขึ้นอย่างรวดเร็วและไร้มารยาท ปัง! ปัง! ปัง! หลินฟางขมวดคิ้วเล็กน้อย หันไปมองนาฬิกาที่บอกเวลาเที่ยงคืนตรง โจวหานขยับตัวบังภรรยาไว้ด้านหลังด้วยสัญชาตญาณระแวดระวัง มือหนาผลักประตูเปิดออกครึ่งหนึ่งเพื่อดูหน้าแขกยามวิกาล แสงไฟสลัวจากเสาไฟฟ้าริมถนนสาดส่องลงบนใบหน้าเหี่ยวย่นที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี ร่างท้วมของแม่สามีจางยืนหอบแฮกอยู่หน้าประตู พร้อมด้วยกระเป๋าเดินทางผ้าใบเก่าๆ สองใบ และสายตาที่กวาดมองร้านหรูหราด้วยความโลภระคนขุ่นเคือง ก่อนที่นางจะผลักอกโจวหานแล้วร้องตะโกนลั่นถนน "ไอ้ลูกอกตัญญู! แกกับเมียตัวดีเสวยสุขเปิดร้านใหญ่โตอยู่ในเมืองหลวง แต่ปล่อยให้ฉันผู้เป็นแม่ต้องนอนหนาวตายอยู่ที่บ้านนอกอย่างนั้นเรอะ! หลีกไป ฉันจะเข้าไปอยู่ชั้นบนด้วย!" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงข้างและสนับสนุน "ไป๋เป่าเปาของแม่" มาจนถึงตอนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณแม่ยุค 80 ขอหย่าแล้วพารวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%