“ถ้ากล้าเอาเงินห้าเหมานี่ปาใส่หน้าฉันอีกรอบ แกเตรียมตัวหิ้วกระเป๋าไसหัวออกจากบ้านตระกูลโจวไปมือเปล่าได้เลย นังสะใภ้ตัวดี!”
เสียงแหลมสูงบาดแก้วหูของแม่สามีจางดังลั่นห้องครัว ทว่าหลินฟางกลับไม่แม้แต่จะชายตามองร่างท้วมที่กำลังยืนเท้าสะเอวหน้าดำคร่ำเครียด นางกำลังใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดทำความสะอาดโต๊ะไม้เนื้อหยาบอย่างใจเย็น ท่วงท่าสุขุมเยือกเย็นนั้นยิ่งส่งให้บรรยากาศรอบตัวของอดีตเชฟสาวจากอนาคตดูทรงพลังจนน่าเกรงขาม
“เชิญแม่ประกาศให้คนทั้งหมู่บ้านรู้สิทธิ์ขาดตามใจชอบเลยค่ะ แต่อย่าลืมนะคะว่าสัญญาแยกบ้านที่เราตกลงกันต่อหน้าผู้ใหญ่บ้านเมื่อวานซืน ระบุไว้ชัดเจนว่าข้าวของทุกชิ้นในห้องนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของฉัน ถ้าแม่ยังกล้าส่งเสียงโวยวายรบกวนเวลาพักผ่อนของลูกสาวฉันอีก... ฉันเกรงว่าใบแจ้งความข้อหาบุกรุกเคหสถานยามวิกาลจากกองอำนวยการคอมมูน อาจจะไปถึงมือผู้ใหญ่บ้านเร็วกว่าที่แม่คิดไว้นะคะ” หลินฟางเงยหน้าขึ้นสบตา ปรุงรอยยิ้มบางเบาที่ไร้ซึ่งความหวาดกลัวใดๆ ส่งกลับไป
แม่สามีจางสะดุ้งโหยง อ้าปากค้างราวกับกลืนก้อนหินร้อนๆ เข้าไป นางอยากจะกรีดร้องอาละวาดให้บ้านแตกสาแหรกขาดเหมือนทุกที ทว่าสายตานิ่งสนิทที่เปี่ยมด้วยความเด็ดเดี่ยวของลูกสะใภ้คนนี้ กลับทำให้นางรู้สึกเย็นวาบไปถึงสันหลังอย่างประหลาด ยิ่งนึกถึงแววตาถมึงทึงของบุตรชายคนรองอย่างโจวหานที่กำชับหนักหนาเรื่องการดูแลภรรยาและลูกเมื่อตอนรุ่งสาง แม่สามีตัวแสบจึงได้แต่ฮ่นฮัดฮึดฮัด สะบัดหน้าเดินกระแทกส้นเท้าปึงปังหนีออกไปจากเรือนหลังเล็กด้วยความคับแค้นใจ
เมื่อความเงียบสงบกลับคืนมา หลินฟางก็ผ่อนลมหายใจยาวเหยียด นางก้มลงมองห่อผ้ากันเปื้อนที่ซ่อนอยู่ใต้เตียง ในนั้นมีคุกกี้ธัญพืชสูตรลับเฉพาะที่อบด้วยเตาถ่านพิเศษจากมิติในห้วงจิตสำนึกจำนวนห้าสิบห่อ และขวดแยมผลไม้ป่าเนื้อเนียนละเอียดอีกยี่สิบขวด สินค้าล็อตใหม่เอี่ยมที่เปี่ยมด้วยคุณภาพนี้คือหัวใจสำคัญของการเดินทางสู่ตลาดมืดในเมืองเขตปกครองอำเภอวันนี้
ท้องฟ้าด้านนอกยังคงมืดสนิท ยามย่างก้าวออกจากประตูบ้าน โจวหานที่ยืนรออยู่ใต้เงาไม้ใหญ่ขยับตัวเข้ามาใกล้โดยไร้เสียง ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อผ้าทหารสีเขียวเข้มก้าวเข้ามาช่วยรับห่อสัมภาระอันหนักอึ้งจากมือภรรยาอย่างรู้หน้าที่ ดวงตาคมกริบคู่นั้นทอดมองหลินฟางด้วยความห่วงใยระคนชื่นชม
“ทางนี้ผมจัดการเคลียร์เส้นทางเรียบร้อยแล้วครับ... เอ่อ ทางสะดวก ไม่มีใครกล้ามาวุ่นวายแน่นอน” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความเกร็งเล็กน้อยยามที่ต้องพูดจากับภรรยาผู้ฉลาดล้ำ
“ขอบคุณนะคะพี่หาน รีบไปกันเถอะค่ะ เดี๋ยวจะสายเกินไป” หลินฟางส่งยิ้มหวานละมุนให้สามี มือเรียวเล็กยื่นไปแตะแขนแกร่งเบาๆ เป็นการส่งต่อกำลังใจ เคมีที่ผสมผสานระหว่างความแข็งแกร่งของนายทหารหนุ่มกับความเฉลียวฉลาดปราดเปรื่องของภรรยา สร้างความอุ่นใจให้แก่กันและกันท่ามกลางยุคสมัยที่เต็มไปด้วยความกดดันและความขาดแคลน
ตลาดมืดในตรอกแคบหลังสถานีรถไฟยังคงคราคร่ำไปด้วยผู้คนที่มาหลบๆ ซ่อนๆ เพื่อแลกเปลี่ยนสินค้า ผิดกฎหมายบ้าง ถูกกฎหมายบ้าง แต่ทุกสายตาต่างระแวดระวังภัยจากกองกำลังตรวจตรา ทว่าหลินฟางกลับเดินดุ่มเข้าไปด้วยท่าทีองอาจราวกับเดินอยู่ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ นางเลือกมุมลับตาคนแต่เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ผู้คนเดินผ่านพลุกพล่าน วางแผงไม้ไผ่แล้วนำคุกกี้ธัญพืชส่งกลิ่นหอมกรุ่นเนยและธัญพืชคั่วออกมาเรียงรายอย่างประณีต
กลิ่นหอมเย้ายวนใจอันเป็นเอกลักษณ์ลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณทันที ในยุคที่ข้าวยากหมากแพง ขนมปังแข็งๆ หรือแป้งนึ่งคืออาหารหลัก กลิ่นหอมหวานละมุนของเนยแท้และธัญพืชพรีเมียมจากมิติพิเศษย่อมดึงดูดสายตาของนักชิมกระเป๋าหนักได้อย่างรวดเร็ว
“นี่มันกลิ่นอะไรกันหอมขนาดนี้? หรือว่าแอบลักลอบเอาขนมจากเมืองหลวงมาขาย?” เสียงทุ้มทรงอำนาจดังขึ้นเบื้องหน้า แผงขายของเล็กๆ ของหลินฟางถูกเงาร่างสูงใหญ่ของชายวัยกลางคนในชุดเสื้อโค้ทกันหนาวเนื้อดีบดบังจนมิด
หลินฟางเงยหน้าขึ้นสบตา ประเมินคู่สนทนาอย่างรวดเร็ว ชายผู้นี้อายุราวๆ ห้าสิบปลายๆ ใบหน้าคมคายดุดัน มีร่องรอยประสบการณ์ชีวิตโชกโชน ดวงตาคมปลาบดั่งพญาอินทรีคู่นั้นกวาดมองสินค้าบนแผงด้วยความพิจารณา แม้จะแต่งกายด้วยชุดเรียบง่ายเพื่อกลมกลืนกับบรรยากาศ แต่เนื้อผ้าและการตัดเย็บรวมถึงท่าทีองอาจที่สะท้อนออกมา ล้วนบ่งบอกว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดาในท้องถิ่นแห่งนี้อย่างแน่นอน—นี่คือคนใหญ่คนโตผู้มีอิทธิพลตัวจริงเสียงจริงในตลาดมืดแห่งนี้!
“ไม่ใช่ขนมจากเมืองหลวงค่ะ แต่เป็นสูตรลับเฉพาะตัวที่ทำสดใหม่ทุกวัน เพื่อคุณลุงที่กำลังมองหารสชาติความทรงจำในวัยเด็กที่หาทานไม่ได้จากที่ไหนต่างหากล่ะคะ” หลินฟางตอบกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย รอยยิ้มมั่นใจปรากฏบนเรียวปาก ยิ่งทำให้ชายวัยกลางคนผู้นั้นเลิกคิ้วสูงด้วยความประหลาดใจระคนนึกสนุก
“โอho! กล้าหาญไม่เบานี่ แม่สาวน้อย รู้หรือเปล่าว่าของพวกนี้ถ้าถูกเจ้าหน้าที่ตรวจพบ บทลงโทษมันหนักหนาแค่ไหน?” ชายผู้ทรงอิทธิพลเอ่ยเสียงเข้ม แกล้งกดดันด้วยบารมีที่สะสมมานาน
“ความเสี่ยงกับผลกำไรมักจะเดินมาคู่กันเสมอค่ะคุณลุง แต่ถ้าสินค้ามันยอดเยี่ยมจนต่อให้เสี่ยงแค่ไหนก็คุ้มค่าที่จะลอง... ฉันเชื่อว่าคนฉลาดระดับคุณลุงย่อมมองออกนะคะ” หลินฟางตอบกลับอย่างชาญฉลาด นางหยิบคุกกี้ชิ้นหนาส่งกลิ่นหอมกรุ่นยื่นใส่กระดาษห่อสะอาดสะอ้านส่งให้เขา “ลองชิมดูก่อนได้ค่ะ ถ้าไม่อร่อยอย่างที่ฉันพูด วันนี้ฉันยินดีแจกให้ฟรีทั้งหมดไม่มีเงื่อนไข”
ชายผู้ทรงอิทธิพลนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะหัวเราะร่วนในลำคอด้วยความชอบใจ เขาหยิบคุกกี้ขึ้นมากัดเข้าปากคำหนึ่ง เคี้ยวช้าๆ เพื่อซึมซับรสชาติ... ทันใดนั้น ประกายตาวาวโรจน์ก็ฉายชัดขึ้นมาอย่างปิดไม่มิด รสสัมผัสกรุบกรอบ หอมมันละมุนลิ้น ความหวานกำลังพอดีที่ไม่เลี่ยนจนเกินไป มันคือรสชาติระดับภัตตาคารหลวงที่เขาไม่ได้สัมผัสมานานนับสิบปีแล้ว!
“ดี! ดีมาก! รสชาติดียิ่งกว่าพ่อครัวใหญ่ประจำสำนักงานเขตเสียอีก!” ชายผู้นั้นพยักหน้ารัวด้วยความทึ่ง ก่อนจะหรี่ตามองหลินฟางด้วยความสนใจ “บอกชื่อเสียงเรียงนามของเธอมาซิ แม่สาวน้อยฝีมือฉกาจ”
“หลินฟางค่ะ” นางตอบรับด้วยความนอบน้อมแต่ไม่ก้มหัว
“ดี หลินฟาง... ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ขนมทุกชิ้น น้ำแยมทุกขวดที่เธอทำ ฉันเหมาหมด! และถ้าใครหน้าไหนกล้ามาหาเรื่องเธอในเขตนี้นับจากนี้...” ชายผู้ทรงอิทธิพลหันไปพยักหน้าให้ลูกน้องคนสนิทที่ยืนคุ้มกันด้านหลัง “จัดการให้เด็ดขาด!”
สถานการณ์กำลังดำเนินไปอย่างราบรื่นและงดงาม กำไรก้อนโตกำลังจะหลั่งไหลเข้ากระเป๋า ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่พร้อมเสียงตะโกนก้องด้วยความเกรี้ยวกราดก็ดังแหวกฝูงชนเข้ามาจากมุมถนน
“หยุดอยู่ตรงนั้น! เจ้าหน้าที่ตรวจตราตลาดมืด! ห้ามใครขยับ!”
หัวหน้าชุดสายตรวจประจำเขตผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเคี่ยวและเกลียดการทำผิดกฎหมายเข้ากระดูกดำ ก้าวทะยานเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าแผงขายของ หลินฟางหน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อย ทว่าสายตายังคงนิ่งสงบ นางหันไปสบตากับชายผู้ทรงอิทธิพลข้างกายที่บัดนี้ใบหน้ามืดครึ้มดุจเมฆฝนกำลังก่อตัว หัวหน้าสายตรวจกวาดสายตามองด้วยความสะใจ ก่อนจะชี้หน้าหลินฟางแล้วตะคอกลั่น
“นังนี่แหละตัวดี ลักลอบค้าขายสินค้าผิดกฎหมาย... จับตัวมันไปสอบสวนให้หมด!”
ชายผู้ทรงอิทธิพลหรี่ตามองหัวหน้าสายตรวจผู้นั้นด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่ส่งไปไม่ถึงดวงตา เขาค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อโค้ทออกเผยให้เห็นเครื่องแบบระดับสูงที่ซ่อนอยู่ภายใน ก่อนจะเอ่ยน้ำเสียงเย็นยะเยือกที่ทำเอาหัวหน้าสายตรวจหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือดในพริบตา
“แกบอกใครนะ... ว่าจะจับใคร?”
(โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ)
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้าง "ไป๋เป่าเปาของแม่" เสมอมานะคะ!
คุณแม่ยุค 80 ขอหย่าแล้วพารวย•ตอนที่ 13
เพื่อนใหม่ผู้ทรงอิทธิพล
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณแม่ยุค 80 ขอหย่าแล้วพารวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!