ความเงียบงันภายในห้องทรงอักษรลับ ณ ค่ายทหารบูรพาในยามราตรี ช่างหนักอึ้งราวนำแท่งเหล็กมาถ่วงไว้ กลิ่นกำยานจันทน์เทศลอยอวลผสมผสานกับกลิ่นอายโลหิตจางๆ ที่ยังคงตกค้างอยู่ในความทรงจำจากสมรภูมิเมื่อหลายวันก่อน แสงจากตะเกียงน้ำมันสำริดไส้หญ้าชิงฮวาไหววูบตามแรงลมที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างแกะสลักลวดลายมังกรทะยาน
ซูจิ่นเหยานิ่งงัน สายตาของนางไม่ได้ทอดมองไปยังแผ่นที่ยุทธศาสตร์ซึ่งกางอยู่เบื้องหน้า แต่กลับสะท้อนภาพเงาของบุรุษผู้ยืนตระหง่านอยู่ริมหน้าต่าง ชินอ๋องเฟยหลง ในอาภรณ์คลุมสีนิลสนิท ปราศจากเครื่องประดับใดๆ นอกจากป้ายหยกประจำตำแหน่งแม่ทัพบูรพาที่ห้อยกระทบกับสายคาดเอวเสียงดังดั่งเสียงเตือนภัยในยามศึก
"ท่านกำลังสงสัยว่า ปลายมีดที่จ้วงแทงเราจากข้างหลัง มาจากเงาของคนใน หรือเงาของเสาหลักในเมืองหลวงกันแน่เพคะ, ท่านอ๋อง"
สุ้มเสียงของยอดกุนซือหญิงราบเรียบ ทว่ากังวานและบาดลึกถึงขั้วหัวใจ นางยกถ้วยชาเคลือบกระเบื้องขาวลายครามขึ้นจิบช้าๆ ปล่อยให้รสชาติขมปร่าของชาไป๋ฮวาเตี๋ยละลายบนปลายลิ้น ท่าทีสงبนิ่งราวนางเซียนผู้หยั่งรู้ฟ้าดินเช่นนี้ ทำให้เฟยหลงต้องทรงหันพระเนตรกลับมามอง
แววตาคู่คมกริบดั่งเหยี่ยวทะเลทรายของชินอ๋องหรี่ลงเล็กน้อย พระองค์ก้าวเข้ามาใกล้ ชายผ้าคลุมยาวลากผ่านพื้นไม้ขัดมันจนเกิดเสียงเบาหวิว "จิ่นเหยา... เจ้าดูจะมั่นใจเกินไปกระมัง ว่าหนอนบ่อนไส้ตัวนี้ เป็นคนของฝ่าบาท ไม่ใช่คนของตระกูลซูที่เจ้าพยายามปกปิดความลับอยู่"
น้ำเสียงของพระองค์เยือกเย็นและกดดัน ทว่าซูจิ่นเหหากลับมิได้สะท้านสะเทือน รอยยิ้มบางเบายังคงประดับอยู่บนริมฝีปากที่แต้มชาดสีแดงเรื่อ นางวางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้จันทน์เสียงดังกระทบเบาๆ ทอดสายตาประสานกับพระเนตรที่เต็มไปด้วยความระแวงระวังคู่นั้นอย่างไม่เกรงกลัว
"หากเป็นคนของตระกูลซู ป่านนี้ป้ายบัญชาการค่ายบูรพาคงตกไปอยู่ในมือของฮ่องเต้จิ้นจงตั้งแต่วันแรกที่หม่อมฉันก้าวเข้ามาเหยียบแผ่นดินแดนเหนือแล้วเพคะ" ซูจิ่นเหยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าคมกริบดั่งใบมีดที่ซ่อนอยู่ในปลอกแพรไหม "อีกอย่าง... คนที่ส่งจดลับด้วยหมึกชาดผสมพิษดอกเหมันต์ไร้เงาเมื่อค่ำวานนี้ ย่อมไม่ใช่คนของตระกูลที่ถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏจนไร้ซึ่งอำนาจต่อรองในราชสำนักอย่างแน่นอน"
เฟยหลงทรงชะงักไปชั่วขณะ พระเนตรฉายแวววับด้วยความประหลาดใจที่ถูกอ่านความคิดทะลุปรุโปร่ง กลิ่นอายกดดันรอบกายของท่านอ๋องเข้มข้นขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก ทว่าในขณะเดียวกัน ความรู้สึกชื่นชมและไว้วางใจที่ถูกปิดตายมาเนิ่นนาน กลับเริ่มสั่นคลอนทะลายลงทีละน้อยจากสตรีผู้นี้
"เช่นนั้น... แผนการของเจ้าคืออะไร" เฟยหลงตรัสถามด้วยสุ้มเสียงที่ทุ้มต่ำลง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับความเงียบงัน
"ขุดหลุมล่อเสือออกจากถ้ำเพคะ"
ซูจิ่นเหยาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง อาภรณ์ผ้าแพรสีฟ้าครามปักลายเมฆาขยับไหวตามจังหวะการเคลื่อนGาย ร่างระหงก้าวเข้าไปใกล้ชิดกับชินอ๋องจนได้กลิ่นหอมจางๆ ของสนเหนือที่ติดกายพระองค์ นางโน้มตัวกระซิบถ้อยคำแผนการอันแยบคายแผ่วเบาข้างพระพักตร์
"เราจะแสร้งทำเป็นปล่อยข่าวว่า หม่อมฉันค้นพบรายชื่อสายลับในกองทัพ และจะนำส่งมอบให้ท่านอ๋องทรงตรวจสอบในคืนพระจันทร์เต็มดวงที่จะถึงนี้... ในขณะเดียวกัน หม่อมฉันจะแอบลอบเข้าไปในคลังอาศรมทิศเหนือ ซึ่งเป็นจุดอับสายตา เพื่อรอต้อนรับ 'แขกผู้ไม่ได้รับเชิญ' ที่จะอดรนทนไม่ไหวจนต้องรีบมาทำลายหลักฐานด้วยตนเองเพคะ"
เฟยหลงทอดพระเนตรดวงพักตร์งดงามล้ำเลิศที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม แววตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงวูบหนึ่ง พระหัตถ์หนายื่นออกไปหมายจะแตะปอยผมที่หลุดลุ่ยลงมาเคลียแก้มเนียนของนาง ทว่าทรงยับยั้งพระองค์ไว้ได้ทันในวินาทีสุดท้าย พระองค์ถอนหายใจยาวนานราวกับกำลังแบกรับชะตากรรมของคนทั้งแผ่นดินไว้บนบ่า
"อันตรายเกินไป... หากพวกมันมีกำลังพลมากกว่าที่เจ้าคาดคิด เจ้าอาจเอาชีวิตไปทิ้งไว้ในความมืด"
"หากชีวิตของหม่อมฉันสามารถแลกกับการเปิดโปงเงาสีดำที่กัดกินแผ่นดินนี้จากภายในได้... ก็นับว่าคุ้มค่าแล้วเพคะท่านอ๋อง" ซูจิ่นเหยาตอบกลับทันควัน ดวงตากลมโตฉายประกายเด็ดเดี่ยวและมั่นคงดั่งหินผา ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวแม้แต่น้อย
ค่ำคืนนั้น การเคลื่อนไหวในค่ายทหารบูรพาจึงดำเนินไปอย่างเงียบเชียบและตึงเครียด ทหารยามถูกสับเปลี่ยนตำแหน่งตามแผนการที่ซูจิ่นเหยาวางไว้ บรรยากาศรอบด้านเงียบสงบจนได้ยินเสียงจิ้งหรีดกรีดร้องแข่งกับสายลมหนาวที่พัดโชย
ซูจิ่นเหยาในชุดคลุมสีดำสนิทกลมกลืนไปกับความมืด กำลังก้าวเท้าอย่างระมัดระวังไปตามระเบียงทางเดินของคลังอาศรมทิศเหนือ กลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณและสนิมเหล็กโชยมาแตะจมูก ทว่าในวินาทีที่นางกำลังจะเอื้อมมือผลักบานประตูไม้เก่าๆ เข้าไปนั้นเอง เสียงฝีเท้าฝีหนึ่งก็ดังขึ้นแผ่วเบาจากด้านหลัง
ไม่ใช่เสียงฝีเท้าของทหารยาม... และไม่ใช่เสียงฝีเท้าของเฟยหลง
ซูจิ่นเหยาชะงักกึก หัวใจเต้นระรัวด้วยสัญชาตญาณอันตราย นางหมุนตัวกลับอย่างรวดเร็ว พร้อมกับชักกริชเล่มเล็กออกจากสาบเสื้อ ทว่าสายตากลับต้องเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อพบว่าบุคคลที่ยืนดักรอนางอยู่ท่ามกลางเงาดำสนิท หาใช่สายลับจากเมืองหลวงอย่างที่คาดการณ์ไว้ไม่...
แต่กลับเป็นร่างเงาของแม่ทัพรองผู้เป็นสหายสนิทที่สุดของเฟยหลง ที่ถือกระบี่อาบโลหิตหยดติ๋ง และกำลังแย้มยิ้มเยือกเย็นให้นางด้วยแววตาที่แปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปพร้อมกับกลอุบายอันล้ำลึกในบทนี้ด้วยนะคะ
กุนซือหญิงผู้ปิดแผ่นดินกับท่านอ๋องผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 6
ภารกิจลับในดินแดนศัตรู
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงผู้ปิดแผ่นดินกับท่านอ๋องผู้ไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!