กุนซือหญิงผู้ปิดแผ่นดินกับท่านอ๋องผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 5

สนทนาใต้แสงจันทร์

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
"หากแผ่นดินนี้คือกระดานหมากรุก พระองค์ทรงคิดว่าราษฎรนับล้านคือหมาป่าที่ต้องสยบด้วยทัณฑ์อาญา หรือเป็นเพียงเบี้ยบนฝ่ามือที่พร้อมจะถูกสละทิ้งได้ทุกเมื่อเพคะ, ท่านอ๋อง" ซูจิ่นเหยาเอ่ยถาม น้ำเสียงของนางราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงใหญ่ไร้ลมพัด ทว่าทุกคำกลับคมกริบราวกับปลายกระบี่ที่จ่ออยู่ปลายคางของผู้ทรงอำนาจที่สุดแห่งแดนเหนือ แสงจันทร์สีนวลยวงที่สาดส่องผ่านหน้าต่างลายฉลุไม้จันทน์หอม อาบไล้ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปักลายดอกเหมยสีเงิน สะท้อนประกายความเยือกเย็นและสง่างามออกมาอย่างน่าประหลาด ณ ศาลารับลมกลางสระบัวของจวนชินอ๋อง บรรยากาศยามวิกาลเต็มไปด้วยความกดดันชนิดที่หากมีขันทีหรือนางกำลังยืนอยู่ ณ ที่นี้ คงเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นด้วยความหวาดกลัว ชินอ๋องเฟยหลงประทับอยู่บนเก้าอี้พนักพิงไม้พะยุงแกะสลักลวดลายมังกรทะยานเมฆ พระเนตรคมกลาบดั่งเหยี่ยวทมิฬทอดมองสตรีตรงหน้าอย่างพิจารณา ถ้วยชาอุ่นร้อนในพระหัตถ์ถูกวางลงบนโต๊ะหินหยกเบาๆ จนแทบไม่มีเสียง แต่แรงกดดันรอบพระองค์กลับแผ่ขยายออกมาราวกับคลื่นใต้น้ำที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่ง "เจ้ากล้าดียังไงมาถามคำถามนี้กับเรา, จิ่นเหยา" เฟยหลงตรัสด้วยพระสุรเสียงทุ้มต่ำแต่ก้องกังวาน บ่งบอกถึงความไม่พอพระทัยที่ถูกท้าทายอำนาจทางความคิด "ราษฎรหรือ? สำหรับฮ่องเต้ในเมืองหลวง พวกเขาคือเบี้ยที่ต้องรีดนาทาเร้นเพื่อค้ำจุนราชบัลลังก์ สำหรับแม่ทัพอย่างเรา... พวกเขาคือภาระที่ต้องปกป้องด้วยชีวิต แลกมาด้วยเลือดเนื้อของทหารแดนเหนือ แต่มิใช่เรื่องที่กุนซือเช่นเจ้าจะต้องมาตั้งคำถามถึงความชอบธรรม" "ความชอบธรรมหรือเพคะ?" ซูจิ่นเหยารอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่มิได้ไปถึงดวงตา นางยกกาชาขึ้นรินน้ำชาลงในถ้วยฝั่งตรงข้ามด้วยกิริยาช้าๆ นุ่มนวลตามขนบธรรมเนียมกุลสตรีผู้สูงศักดิ์ กลิ่นหอมของชาผู่อู๋ลอยกรุ่นขึ้นผสานกับกลิ่นอายยามค่ำคืน "พระองค์ทรงปกป้องพวกเขาด้วยดาบและโล่ ทว่ากลับทรงมองไม่เห็นว่า 'หนอนบ่อนไส้' ที่กัดกินรากเหง้าของแผ่นดิน มิใช่ใครอื่นนอกจากราชbüโรกร่างกฎหมายในท้องพระโรง และฮ่องเต้ผู้หวาดระแวงแม้กระทั่งเงาของพระองค์เอง หากท่านอ๋องยังทรงยึดมั่นในความจงรักภักดีอย่างตาบอดเช่นนี้ ไม่ช้าก็เร็ว... โลหิตของทหารกล้าสามแสนนายที่ชายแดน คงไม่พ้นกลายเป็นเครื่องสังเวยความระแวงของคนผู้เดียวบนบัลลังก์มังกร" คำพูดของนางเฉียบคมราวกับมีดผ่าตัดที่กรีดลงบนแผลเป็นในใจของชินอ๋อง เฟยหลงทรงชะงักไปชั่วขณะ พระเนตรวับวามด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกจี้ใจดำ การสูญเสียสหายสนิทและคนสนิทในวังหลวงเมื่อหลายปีก่อนยังคงเป็นรอยแผลที่สดใหม่ พระองค์ทรงรู้ดีว่าราชสำนักเน่าเฟะเพียงใด แต่การได้ยินมันถูกเอ่ยออกมาอย่างตรงไปตรงมาโดยสตรีที่เพิ่งก้าวเข้ามาในเกมอำนาจนี้ ทำให้ความรู้สึกระแวงและทึ่งตีรวนกันอยู่ในพระ Oura "ปากคอเราะรายนัก..." เฟยหลงตรัสพร้อมกับลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำในฉลองพระองค์สีดำสนิทปักดิ้นลายเมฆาเคลื่อนกายเข้าประชิดตัวนางในพริบตาเดียว กลิ่นอายบุรุษเพศอันทรงพลังและกลิ่นอายสงครามโชยเข้าปะทะนาสิกของซูจิ่นเหยาจนนางต้องเงยหน้าขึ้นสบพระพักตร์ พระหัตถ์หนาเอื้อมไปเชยคางมนของนางขึ้นบังคับให้สบตา "เจ้าเป็นเพียงบุตรสาวขุนนางตกอับที่ใช้เล่ห์เหลี่ยมเข้ามาอยู่ในจวนเรา คิดว่ากำกวมหมากไว้ในมือไม่กี่ตัวแล้วจะต่อรองกับพยัคฆ์ได้เช่นนั้นหรือ? เจ้าไม่กลัวหรือว่าเราจะสั่งประหารเจ้าในข้อหากบฏเสียตอนนี้" ซูจิ่นเหยาหาได้สะทกสะท้านไม่ ดวงตาดอกท้อคู่สวยฉายแววท้าทายและลุ่มลึก นางไม่แม้แต่จะหลบสายตาที่ดุร้ายคู่นั้น "หากหม่อมฉันกลัวความตาย คงไม่ก้าวเท้าเข้าสู่จวนชินอ๋องตั้งแต่วันแรกเพคะ" เสียงของนางกระซิบแผ่วเบา ทว่ามั่นคงดั่งหินผา "พระองค์ทรงตรัสว่าหม่อมฉันเป็นพยัคฆ์หรือหมาป่าก็ตามใจเถอะเพคะ แต่สิ่งที่หม่อมฉันรู้แน่ชัดก็คือ... บนกระดานนี้ มีเพียงหม่อมฉันคนเดียวที่กล้าบอกว่า 'พระองค์ทรงกำลังเดินหมากผิดตา' หากพระองค์ยังคงดึงดันที่จะรักษาความภักดีอันไร้ค่าต่อฮ่องเต้จิ้นจง ผู้ซึ่งกำลังส่งราชโองการลับมาปลดอำนาจท่านทีละน้อย พระองค์ก็มิใช่พยัคฆ์ผู้ยิ่งใหญ่... แต่เป็นเพียงสุนัขที่รอวันถูกเจ้าของตัดหัวเมื่อหมดประโยชน์ต่างหากเพคะ!" เพล้ง! ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ท่ามกลางเสียงลมพัดใบไม้ไหว ชินอ๋องเฟยหลงไม่ทรงกริ้วจนขาดสติอย่างที่คาด หากแต่พระองค์กลับแย้มพระสรุปเย็นเยียบออกมา รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยอันตรายและความพึงพอใจที่ซ่อนเร้นอย่างแนบเนียน พระหัตถ์ที่เชยคางนางอยู่เลื่อนขึ้นมาสัมผัสปอยผมที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มของนางอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อบอุ่นและเย็นเยือกในคราเดียวกันทำเอาหัวใจของกุนซือสาวกระตุกวูบ "ปากกล้า... หาญกล้าท้าทายความตาย" เฟยหลงตรัสชิดริมฝีปากของนาง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มเนียน "ในแผ่นดินนี้ ไม่มีใครกล้ากล่าววาจาสามหาวต่อหน้าเราเช่นนี้เป็นคนที่สอง... ซูจิ่นเหยา เจ้าทำให้เราสนใจเสียแล้วว่า เจ้าจะพาเราไปจบที่ปลายทางใดกันแน่" ก่อนที่ซูจิ่นเหยาจะทันได้เอื้อนเอยถ้อยคำใดโต้ตอบ ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าฝེบฝาบอย่างเร่งรีบก็ดังขึ้นที่นอกเขตอุทยาน ตามด้วยเสียงรายงานด้วยความตื่นตระหนกขององครักษ์เงาที่คุกเข่าลงหน้าศาลา "เรียนท่านอ๋อง! มี... มีพระราชโองการด่วนจากเมืองหลวง ส่งตรงถึงมือแม่ทัพโดยประทับตราหยกมังกรทอง และ... และในขณะนี้ กองกำลังองครักษ์เสื้อแพรของฮ่องเต้ ได้เคลื่อนพลมาปิดล้อมประตูทางเข้าจวนทั้งสี่ด้านแล้วพ่ะย่ะค่ะ!" เฟยหลงทรงชะงัก พระเนตรคมกลาบหันกลับไปมองนอกศาลาทันที ก่อนจะก้มลงสบตากับซูจิ่นเหยาที่ในเวลานี้... แววตาคู่คมของยอดกุนซือหญิงฉายประกายประหลาดล้ำ รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากของนางอีกครั้ง ราวกับนางได้คำนวณและรอคอยเวลานี้มาเนิ่นนานแล้ว ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินหมากในเกมอำนาจนี้ไปพร้อมกับไป๋เหลียนฮวาค่ะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงผู้ปิดแผ่นดินกับท่านอ๋องผู้ไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%