กลิ่นอายจางๆ ของหมึกจีนชั้นดีผสมผสานกับกลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณในยามวิกาล แทบจะไม่อาจกลบเกลื่อนความตึงเครียดที่กดทับลงบนบ่าของคนทั้งคู่ภายในห้องหนังสือลับได้ เสียงสะท้อนของหยดน้ำที่รั่วไหลจากชายคาด้านนอกกระทบลงบนพื้นศิลาเป็นจังหวะเชื่องช้า ทว่ากลับดังก้องกังวานราวกับเสียงกลองศึกที่เร่งเร้าหัวใจให้เต้นระรัว
ราชโองการมรณะฉบับนั้นไม่ได้ประทับด้วยลัญจกรสีชาดธรรมดา หากแต่เป็นรอยประทับตราหยกมังกรทองคำบริสุทธิ์ที่บ่งบอกถึงพระราชอำนาจสูงสุดแห่งโอรสสวรรค์ ซึ่งในยามนี้ มันกลับกลายเป็นคมดาบที่ซ่อนอยู่หลังรอยยิ้มอันจอมปลอมของราชสำนัก
ซูจิ่นเหยาดึงสายตากลับจากแผ่นกระดาษสีเหลืองทองที่สั่นเทาน้อยๆ ในมือของราชองครักษ์เงา นางมิได้เอ่ยคำใดออกมาทันที ทว่าปลายนิเรียวที่ซ่อนอยู่ภายใต้แขนเสื้อกว้างกลับกำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีด สมองอันปราดเปรื่องราวกับโรงงานทอผ้าที่กำลังหมุนวนกระสวยความคิดนับพันเส้นในเสี้ยววินาที ข่าวชัยชนะที่ค่ายทหารแดนเหนือเมื่อสามวันก่อน บัดนี้ได้เดินทางมาถึงเมืองหลวงและแปรเปลี่ยนเป็น “ความผิดฐานสะสมกำลังพลและคิดคดทรยศ” เสียแล้ว
“ฮ่องเต้ช่างทรงพระปรีชาสามารถยิ่งนัก... ทรงมองเห็นกงการไกลถึงเพียงนี้เชียวหรือ” น้ำเสียงของซูจิ่นเหยาราบเรียบทว่าเย็นยะเยือกดั่งน้ำค้างแข็งในเหมันตฤดู ดวงตาดอกท้อคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อย สะท้อนประกายวับวาวด้วยความขบขันแกมสมเพชในโชคชะตา “ชัยชนะที่แลกมาด้วยหยาดเลือดและชีวิตของทหารกล้านับหมื่น บัดนี้กลับกลายเป็นหลักฐานมัดตัวท่านอ๋องเสียเอง”
ชินอ๋องเฟยหลงยังคงประทับนั่งนิ่งสนิทอยู่บนเก้าอี้พนักสูงแกะสลักลวดลายพยัคฆ์ทะยาน ร่างสูงใหญ่ในอาภรณ์สีนิลสนิทกลมกลืนไปกับเงาดำของมุมห้อง แววเนตรคมกริบดั่งเหยี่ยวราตรีทอดมองไปยังแผ่นกระดาษม้วนนั้นด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัว ไม่มีแม้แต่ความโกรธเกรี้ยว มีเพียงความว่างเปล่าอันน่าสะพรึงกลัว—ความว่างเปล่าที่ผู้ผ่านสมรภูมิรบมาอย่างโชกโชนมักใช้เป็นเกราะคุ้มกันจิต
“ฮ่องเต้ไม่ได้ทรงหวาดกลัวกองทัพแดนเหนือหรอกจิ่นเหยา...” เฟยหลงตรัสขึ้นด้วยพระสุรเสียงทุ้มต่ำ กังวานลึก สะท้อนก้องในความเงียบ “แต่สิ่งที่พระองค์ทรงหวาดกลัว... คือสายสัมพันธ์ระหว่างข้ากับเจ้าต่างหาก”
คำพูดนั้นแทรกซึมเข้าไปในหัวใจของซูจิ่นเหยา ราวกับมีเข็มเงินเล่มเล็กๆ พุ่งเข้าปักลงกลางอก นางสูดลมหายใจเข้าลึก, ประเมินสถานการณ์อย่างเงียบงัน นางรู้ดีว่าการที่ตระกูลซูของนางถูกกวาดล้างเมื่อหลายปีก่อนก็เพราะเงื้อมมือของอำนาจส่วนกลางที่หวาดระแวงในอิทธิพล และบัดนี้ เมื่อนางเลือกที่จะก้าวเข้ามาเป็นมันสมองเคียงข้างชินอ๋องผู้กุมกองทัพแดนเหนือ ความระแวงสงสัยนั้นจึงเติบโตขึ้นเป็นเงาทมิฬที่พร้อมจะกลืนกินพวกเขาทั้งเป็น
“พวกเราเดินหมากตานี้รวดเร็วเกินไปกระมังเพคะ” ซูจิ่นเหยาเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย ดวงตาคู่คมฉายแววสำนึกผิดชั่วแวบ “หม่อมฉันประเมินความหวาดระแวงของพระองค์ต่ำเกินไป คิดว่าการกวาดล้างกลุ่มกบฏชายแดนจะช่วยซื้อเวลาให้เราได้สะสมกำลังพลและรวบรวมหลักฐานล้างมลทินให้ตระกูลซู... ที่ไหนได้ ชัยชนะครั้งนี้กลับกลายเป็นบ่วงรัดคอพวกเราเสียเอง”
เฟยหลงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้าหญิงสาวอย่างเงียบเชือก กลิ่นอายบุรุษเพศอันคุ้นเคยและกลิ่นอายสงครามจางๆ แผ่เข้าโอบล้อมร่างอรชร พระองค์เอื้อมพระหัตถ์หนาขึ้นสัมผัสปอยผมที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียนอย่างทะนุถนอม สัมผัสที่อบอุ่นสวนทางกับสถานการณ์ภายนอกลิบลับ
“อย่าได้โทษตัวเองเลย... ต่อให้พวกเราเลือกอยู่นิ่งเฉย ดาบที่จ่ออยู่บนคอของพวกเราก็มิได้ถูกเก็บเข้าฝักอยู่ดี” เฟยหลงตรัสกระซิบแผ่วเบa ใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านใบหูขาวสะอาดของนาง “ฮ่องเต้ทรงประสงค์จะบั่นทอนอำนาจของเราทีละน้อย การส่งราชโองการเรียกตัวข้ากลับเข้าเมืองหลวงโดยไม่มีกำหนด พร้อมกับสั่งปลดแม่ทัพฝ่ายเหนือ... นี่คือการตัดแขนตัดขาอย่างแท้จริง”
ซูจิ่นเหยาเงยหน้าขึ้นมองพระพักตร์ที่อยู่ใกล้แค่คืบ ประกายในดวงตาของนางมิได้มีความหวาดกลัวเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย กลับลุกโชนด้วยไฟแห่งการต่อสู้ “หากพระองค์เสด็จกลับเข้าเมืองหลวงตามราชโองการ... เท่ากับเดินเข้าสู่ค่ายกลมรณะที่อีกฝ่ายเตรียมขุดหลุมฝังศพรอไว้แล้วเพคะ”
“แล้วเจ้าคิดว่าเราควรทำเช่นไรเล่า ยอดกุนซือของข้า?” เฟยหลงแย้มพระสรวลน้อยๆ ที่มุมพระโอษฐ์ รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจและเชื่อมั่นในตัวสตรีผู้นี้อย่างไม่มีเงื่อนไข
“เราไม่ปฏิเสธราชโองการ... แต่เราจะ ‘บิดเบือน’ ความหมายของมันเพคะ” มุมปากของซูจิ่นเหยาโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มอันตราย รอยยิ้มที่ทำให้เหล่าขุนนางในราชสำนักต่างต้องหวาดผวาหากได้เห็น “ในเมื่อพระองค์ทรงมีรับสั่งให้ท่านอ๋องเดินทางกลับเมืองหลวงเพื่อ ‘รายงานความจริง’ เช่นนั้นพวกเราก็ควรจะเดินทางกลับ... แต่เป็นการกลับไปพร้อมกับ ‘พยานปากเอก’ และ ‘บัญชีสลับขั้วอำนาจ’ ที่จะทำให้บัลลังก์มังกรต้องสั่นสะเทือน”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องหนังสืออีกครั้ง ทว่าในครานี้มันไม่ใช่ความตึงเครียดจากความพ่ายแพ้ หากแต่เป็นการก่อตัวของพายุลูกใหม่—พายุที่กำลังจะโหมกระหน่ำราชสำนักให้ลุกเป็นไฟ
ในจังหวะที่ทั้งสองกำลังจะก้าวไปป์ปรึกษาแผนการขั้นเด็ดขาด เสียงฝีเท้าเร่งรีบราวกับเหยียบอยู่บนเปลวไฟก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องลับ ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูสามครั้งรวด ซึ่งเป็นรหัสฉุกเฉินสูงสุดของเครือข่ายข่าวกรองที่ซูจิ่นเหยาเป็นผู้กำหนดขึ้นเอง
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
“ท่านอ๋อง! กุนซือซู! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!” เสียงขององครักษ์ประจำตัวดังลอดเข้ามาด้วยความตระหนกจนเสียงสั่นพร่า “สายข่าวจากเมืองหลวงส่งม้าเร็วด่วนที่สุดแจ้งมาว่า... พระสนมเอกหลิว ทรงประสูติพระโอรสในยามสาม ทว่า... ทว่าใต้ผ้าอ้อมขององค์ชาย... มีการซ่อน ‘ตราประทับลับ’ ของกองทัพแดนเหนือเอาไว้!”
ร่างของซูจิ่นเหยาแข็งทื่อไปชั่วขณะ ดวงตาดอกท้อเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน
ชินอ๋องเฟยหลงชะงักกึก พระเนตรคมกริบวาวโรจน์ขึ้นด้วยโทสะที่ระเบิดออกในพริบตา... นี่ไม่ใช่แค่การใส่ร้ายป้ายสีธรรมดาเสียแล้ว นี่คือแผนการอุบาทว์ที่มุ่งหมายจะกวาดล้างโคตรเหง้าศักราชของพระองค์ให้สิ้นซากด้วยข้อหากบฏสมคบคิดกับวังหลัง!
ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยคำใดต่อ ประตูห้องลับก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้พิธีรีตอง ลมหนาวพัดกรรโชกเข้ามาจนเปลวเทียนวูบไหวเกือบดับลง ร่างของสายข่าวในชุดชุ่มโชกไปด้วยหยาดฝนและโลหิตทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น พร้อมกับยื่นห่อผ้าไหมสีเลือดที่เปรอะเปื้อนโคลนตมมาเบื้องหน้าด้วยมืออันสั่นเทา
“นี่คือ... สิ่งที่ขันทีหลวงแอบนำออกจากตำหนักในและส่งมอบให้สายลับของเราเพพะย่ะค่ะ... มันคือราชโองการลับอีกฉบับ... ที่เขียนด้วยลายพระหัตถ์ของฮ่องเต้... สั่งประหารชีวิตเจ็ดชั่วโคตรของ ‘ตระกูลซู’ โดยอ้างชื่อท่านอ๋องเป็นผู้ลงนาม!”
รอยร้าวในราชสำนักมิได้เป็นเพียงแค่รอยร้าวอีกต่อไปแล้ว... แต่มันคือเหนต์เหวแห่งความตายที่อ้าปากรอรับพวกเขาทั้งสองลงไปฝังกลบทั้งเป็น!
***
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านคลื่นลมแห่งเกมการเมืองอันเชือดเฉือนนี้ไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ ไป๋เหลียนฮวา
กุนซือหญิงผู้ปิดแผ่นดินกับท่านอ๋องผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 4
รอยร้าวในราชสำนัก
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงผู้ปิดแผ่นดินกับท่านอ๋องผู้ไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!