กุนซือหญิงผู้ปิดแผ่นดินกับท่านอ๋องผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 17

ชัยชนะที่แลกด้วยน้ำตา

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
กลิ่นอายจางๆ ของสนิมเหล็กและคราบโลหิตที่แห้งกรังบนเกราะหนังวัวชั้นดี ยังไม่ทันจางหายไปจากลานบัญชาการรบแห่งค่ายทหารแดนเหนือ ราชโองการสีแสดฉบับที่สามในรอบสัปดาห์ก็ถูกสะบัดลงบนโต๊ะไม้จันทน์ด้วยแรงอารมณ์อันเกรี้ยวกราด ซูจิ่นเหยาปรายตามองผืนผ้าแพรตาดทองที่ประทับตราหยกมังกรห้าเล็บนั้นด้วยรอยยิ้มบางเบา นางไม่ได้ขยับกายลุกขึ้นคุกเข่ารับพระราชโองการตามพิธีการ ท่าทีที่สงบนิ่งราวน้ำในบึงใหญ่ของกุนซือหญิง ยิ่งทำให้ขันทีหลวงผู้ถือราชโองการหน้าเขียวคล้ำด้วยความขัดเคือง "ใต้เท้าซู... พระราชโองการจากเมืองหลวงฉบับนี้ มีพระราชกระแสรับสั่งตรงถึงท่าน เหตุใดจึงแสดงกิริยาบังอาจถึงเพียงนี้!" ขันทีเฒ่าเสียงแหลมสูงด้วยความโกรธ แผงคอเสื้อปักลายหงส์สั่นระริกตามแรงอารมณ์ จิ่นเหายังคงก้มหน้าลงเขียนรายงานสรุปยอดเสบียงด้วยพู่กันขนกระต่ายป่า ปลายพู่กันตวัดอย่างมั่นคงและงดงามราวกับอักษรศิลป์ บนโต๊ะเต็มไปด้วยแผนที่ยุทธศาสตร์และบัญชีค่ายกลที่นางใช้วินิจฉัยพลิกสถานการณ์จนได้รับชัยชนะเหนือแคว้นเป่ยฮั่นเมื่อสามวันก่อน "ใต้เท้าขันทีโปรดอภัย ข้าน้อยเป็นเพียงกุนซือต้อยต่ำผู้หนึ่ง ร่างกายระnhamระหนgจากการคำนวณกลยุทธ์ทั้งวันทั้งคืนจนกระดูกแทบแหลกสลาย เกรงว่าจะไม่สะดวกในการทำความเคารพตามธรรมเนียมราชสำนัก" น้ำเสียงของนางราบเรียบ เยือกเย็น และไร้ซึ่งความยำเกรงโดยสิ้นเชิง "อีกอย่าง... ชัยชนะที่ทุ่งหิมะแดงฉานด้วยเลือดทหารนับหมื่นเมื่อวานนี้ ยังไม่ทันส่งสาส์นไปถึงพระเนตรพระกรรณ ไฉนฝ่าบาทจึงทรงรีบร้อนส่งราชโองการทวงถามความผิดของข้าน้อยเร็วยิ่งกว่าม้าเร็วด่วนแปดร้อยลี้เล่าเพคะ" คำพูดแทงใจดำนั้นทำให้ขันทีหลวงถึงกับสะอึก ถอยหลังไปก้าวหนึ่งด้วยความตกใจกลัว บรรยากาศภายในกระโจมใหญ่พลันทึบตันและเย็นเยียบลงถนัดตา "บังجอาจนัก!" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้นจากด้านหลังม่านไข่มุก ชินอ๋องเฟยหลงก้าวออกมาในชุดคลุมผ้าไหมสีนิลปักลายเมฆาด้วยดิ้นเงิน ใบหน้าคมคายดั่งสลักจากหินหยกสลักเย็นชาไร้ความรู้สึก ดวงเนตรคมกริบดั่งพญาอินทรีวาวโรจน์ด้วยจิตสังหารที่แผ่ซ่านออกมาจนผู้คนแทบหยุดหายใจ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหลังเก้าอี้ของจิ่นเหยา มือหนาเอื้อมไปหยิบราชโองการบนโต๊ะขึ้นมาพิจารณา ก่อนจะแค่น "หึ... ฮ่องเต้ทรงมีพระดำริว่า กุนซือซูใช้วิธีการอันโหดเหี้ยมเผาคลังเสบียงของข้าศึก จนสร้างความเสียหายแก่ชื่อเสียงของราชสำนัก สมควรถูกปลดจากตำแหน่งและเรียกตัวกลับมารับโทษทัณฑ์ ณ เมืองหลวงอย่างเร่งด่วน... ช่างเป็นข้อหาที่ฟังดูงดงามยิ่งนัก" ชินอ๋องเหยียดยิ้มหยัน พระหัตถ์ที่กำราชโองการขยำมันจนยับยู่ยี่ในพริบตา กลิ่นอายความดุดันแผ่ขยายออกไปกดดันจนขันทีหลวงทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด "ท... ท่านอ๋อง! นี่คือพระราชโองการจากฝ่าบาทนะพ่ะย่ะค่ะ! พระองค์ทรง..." "เปิ่นหวางเป็นแม่ทัพใหญ่บูรพาทิศและแดนเหนือ อำนาจการตัดสินใจในสนามรบอยู่ที่เปิ่นหวาง หาใช่ขุนนางหนอนหนังสือในราชสำนักไม่!" เฟยหลงตรัสตัดบทด้วยน้ำเสียงก้องกังวาน เด็ดขาด และเปี่ยมด้วยรังสีอำมหิตที่พร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าแตะต้องสตรีเบื้องหน้า "กลับไปทูลฮ่องเต้เสียว่า กุนซือซูคือผู้พลิกสถานการณ์กอบกู้แผ่นดิน หากผู้ใดกล้าแตะต้องนางแม้แต่เส้นผมเดียว เปิ่นหวางจะนำทัพห A แสนนายบุกเมืองหลวงด้วยตนเองเพื่อทวงความยุติธรรม!" ขันทีหลวงหน้าซีดเผือกจนแทบไม่เหลือสีเลือด รีบโขกศีรษะคำนับแล้วลนลานถอยหลังออกจากกระโจมไปอย่างไม่คิดชีวิต เมื่อความเงียบกลับคืนสู่กระโจมอีกครั้ง จิ่นเหายังคงนิ่งเงียบ นางวางพู่กันลงในแท่นหมึกอย่างประณีต ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับท่านอ๋องผู้เยือกเย็น แววตาของนางไหววูบเล็กน้อยด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน "ท่านอ๋องทรงทำเช่นนี้... ยิ่งเพิ่มข้อหาทรยศต่อราชบัลลังก์ให้พระองค์เองนะเพคะ" นางเอ่ยเสียงแผ่วเบา เจือความกังวลที่หาได้ยากยิ่ง เฟยหลงก้มลงมองสตรีในดวงใจ รัศมีดุดันเมื่อครู่พลันมลายหายสิ้น เหลือเพียงแววตาลึกล้ำมั่นคงดั่งหินผา มือหนายื่นออกไปกุมมือเรียวบางที่เย็นเฉียบของนางไว้แน่น ราวกับต้องการถ่าย "จิ่นเหยา... เจ้าก็รู้ว่าเปิ่นหวางหาได้ใส่ใจบัลลังก์เน่าเฟะนั่นไม่" สุระเสียงนุ่มนวลลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อตรัสกับนางเพียงลำพัง "สิ่งที่เปิ่นหวางปกป้อง หาใช่ราชบัลลังก์... แต่คือชีวิตของเจ้า" หัวใจของซูจิ่นเหเวลานี้กระตุกวูบ ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในอกท่ามกลางลมหนาวเหน็บของแดนเหนือ นางซ่อนหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอเบ้าไว้ภายใต้แพขนตางอนงาม ชัยชนะที่แลกมาด้วยเลือดเนื้อและคราบน้ำตาในสนามรบนี้ แม้จะเต็มไปด้วยขวากหนามและการเพ่งเล็งจากวังหลวง แต่ตราบใดที่ยังมีบุรุษผู้นี้อยู่เคียงข้าง นางก็เชื่อมั่นว่าตนเองจะก้าวผ่านพายุแห่งอำนาจนี้ไปได้ ทว่า... ความเงียบสงบในกระโจมถูกทำลายลงอย่างกะทันหัน เมื่อเสียงฝีเท้าเร่งรีบขององครักษ์เงาพุ่งเข้ามาคุกเข่าหน้ากระโจมด้วยความตื่นตระหนก "เรียนท่านอ๋อง! กุนซือซู! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" เฟยหลงขมวดคิ้วมุ่น "มีเรื่องอันใด รีบว่ามา!" องครักษ์เงากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ใบซีดเผือกจนน่ากลัว "มี... มีราชสาส์นด่วนที่สุดจากจวนสกุลซูที่เมืองหลวง ส่งมาถึงกุนซือซูโดยตรงพ่ะย่ะค่ะ... แจ้งว่า..." เขารีบชูม้วนกระดาษประทับตราโลหิตขึ้นด้วยมือที่สั่นเทา "บิดาของกุนซือซู ถูกฮ่องเต้มีพระราชโองการลับ ตัดสินประหารชีวิตด้วยยาพิษสามจอกในห้องขังหลวง เมื่อยามสามที่ผ่านมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ!" *เพล็ง!* ถ้วยชาหยกขาวในมือของซูจิ่นเหร่วงหล่นลงกระทบพื้นแตกกระจาย ร่างเพรียวบางเซถอยหลังไปหลายก้าว ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง น้ำตาที่พยายามอดกลั้นมานานหลั่งรินลงมาอาบแก้มในพริบตา ท่ามกลางความเงียบงันที่ดิ่งลึกลงสู่หุบเหวแห่งความแค้น --- (ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทาง สัมผัสหม่นไหม้ และดื่มด่ำไปกับหมากเกมอำนาจอันลุ่มลึกนี้ด้วยกันนะคะ)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงผู้ปิดแผ่นดินกับท่านอ๋องผู้ไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%