เสียงกระเบื้องเคลือบแตกละเอียดดัง *เพล้ง*! สะท้อนก้องไปทั่วตำหนักรับรองอันเงียบสงบ เศษพอร์ซเลนสีขาวลายครามกระเด็นบาดข้อพระบาทของขันทีเฒ่าผู้หนึ่งจนโลหิตสีชาดซึมผ่านรองเท้าผ้าต่วนออกมาอย่างน่าเวทนา ทว่าไม่มีผู้ใดกล้าแม้แต่จะส่งเสียงร้องครวญคราง
ซูจิ่นเหายังคงยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะเขียนหนังสือไม้จันทน์แดง อาภรณ์ปักดิ้นทองลายเมฆาและหงส์คู่ขับเน้นร่างระหงให้ดูสง่างามเยือกเย็น นางกวาดสายตามองรายชื่อในบัญชีลับที่เพิ่งถูกส่งตรงมาจากหน่วยข่าวกรองแดนเหนือด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออกว่าเวทนาหรือสมเพชยิ่งกว่ากัน
"ใต้เท้าหลิว... ท่านคงคิดไม่ถึงกระมังว่า สมุดบัญชีส่วยสินบนสามสิบปีที่ท่านซ่อนไว้ใต้พื้นศาลาแปดเหลี่ยม จะมานอนสงบนิ่งอยู่บนโต๊ะของข้าในคืนที่ไร้จันทร์เช่นนี้" น้ำเสียงหวานใสแต่เย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งกลางเหมันต์ฤดูเอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า
หลิวเหวินเฉิง อดีตเสนาบดีกระทรวงพิธีการผู้เรืองอำนาจ บัดนี้ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ร่างกายสั่นเทิ้มราวกับใบไม้ต้องลมพายุ เขาทรรุดตัวลงคุกเข่าโขกศีรษะจนพื้นศิลาสะเทือน "กุนซือซู... โปรดเมตตา! ข้า... ข้าแค่มืดบอดไปชั่วขณะ ราชสำนักนี้ผู้ใดไม่ทำเพื่อความอยู่รอดเล่า!"
"ความอยู่รอด?" จิ่นเหายิ้มเยาะที่มุมปาก รอยยิ้มนั้นงดงามดั่งดอกเหมยแย้มกลีบท่ามกลางหิมะ แต่มันกลับทำให้ผู้พบเห็นหนาวสะท้านไปถึงไขสันหลัง "ท่านใช้คำว่าความอยู่รอดบนคราบน้ำตาและชีวิตของขุนนางตระกูลซูเมื่อสิบปีก่อนกระนั้นหรือ? วันที่ท่านลงนามในฎีกาใส่ร้ายว่าบิดาของข้าคบคิดกับกบฏ ท่านเคยนึกถึงความอยู่รอดของเด็กผู้หญิงอายุสิบขวบบ้างหรือไม่!"
บรรยากาศภายในห้องโถงกดดันจนแทบหายใจไม่ออก กลุ่มอิทธิพลมืดที่เคยคุมกลไกอำนาจในราชสำนักมาอย่างยาวนาน บัดนี้กำลังถูกซูจิ่นเหาถอดหน้ากากออกทีละคน ดั่งการลอกคราบงูพิษทีละชั้นอย่างเลือดเย็นและเหนือชั้น
ในเวลาเดียวกัน ที่ตำหนักบูรพา ชินอ๋องเฟยหลงประทับนิ่งอยู่บนเก้าอี้พนักสูง ดวงพักตร์คมคายเรียบเฉยราพณ์รูปสลักหินหยก ทว่านัยน์ตากลับลึกล้ำดั่งเหวลึก ชุดคลุมนักรบสีดำสนิทปักลายพยัคฆ์ทมิฬทำให้รัศมีความน่าเกรงขามแผ่ซ่านไปทั่วรัศมีสิบก้าว เบื้องหน้าของพระองค์คือองครักษ์เงาที่คุกเข่ารายงานสถานการณ์ด้วยความระแวดระวัง
"ทูลท่านอ๋อง กลุ่มอำนาจของตระกูลหลิวและพรรคพวกถูกกวาดล้างตามแผนของกุนซือซูสิ้นแล้วพ่ะย่ะค่ะ แต่ทว่า... ทางฝั่งฮ่องเต้เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว"
เฟยหลงยกถ้วยชาขึ้นจิบช้าๆ ไอความร้อนลอยกรุ่นตัดกับความเย็นชาในแววตาของพระองค์ "เสด็จพี่ทรงร้อนใจแล้วสินะ ทรงคิดว่าจะใช้พระราชโองการปลดข้าออกจากตำแหน่งแม่ทัพแดนเหนือ เพื่อปกป้องขุนนางกังฉินเหล่านั้นกระมัง"
"พ่ะย่ะค่ะ... และอีกเรื่องหนึ่ง ข่าวกรองแจ้งว่ามีคนจากวังหลวงแอบลอบส่งยาพิษไร้สีไร้กลิ่นไปยังจวนของกุนซือซูแล้ว"
*เคร้ง!*
ถ้วยชาในพระหัตถ์ของชินอ๋องแหลกละเอียดเป็นผุยผง น้ำชาสีชาดผสมเศษกระเบื้องบาดลงบนฝ่าพระหัตถ์จนโลหิตไหลหยดลงพื้น ทว่าเฟยหลงกลับมิได้ใส่ใจแม้แต่น้อย รังสีอำมหิตแผ่พุ่งออกมาจากวรกายดั่งพยัคฆ์ร้ายที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกสิ่งที่กล้าแตะต้องดวงใจของพระองค์
ณ จวนกุนซือซู จิ่นเหากำลังสะบัดพู่กันเขียนอักษรตัวสุดท้ายลงบนกระดาษสาเพื่อปิดผนึกคดีทุจริตครั้งประวัติศาสตร์ ทันใดนั้น กลิ่นอายประหลาดบางอย่างก็ลอยมาตามสายลมยามวิกาล กลิ่นหอมหวานของดอกกุ้ยฮวาที่ผิดฤดูกาล... กลิ่นที่เป็นสัญลักษณ์ของ "น้ำหอมมรรคาโลหิต" พิษร้ายแรงจากแดนใต้
นางชะงักมือที่ถือพู่กัน ดวงตาดอกท้อหรี่แคบลงอย่างใช้ความคิด ก่อนที่ประตูห้องหนังสือจะถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยฝ่ามืออันเย็นเฉียบของใครบางคน
เงาร่างในชุดคลุมสีเทาเข้มปักลายอินทรีเหินลมก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบ พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่ซ่อนความบ้าคลั่งเอาไว้จนมิด
"ดึกป่านนี้แล้ว กุนซือซูยังขยันขันแข็งถึงเพียงนี้เชียวหรือ? สมแล้วที่เป็นสมองของชินอ๋อง..." น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้นพร้อมกับเงาคมกริบของกริชเล่มหนึ่งที่พุ่งตรงมาปักลงบนโต๊ะไม้ตรงหน้าจิ่นเหาอย่างแม่นยำ
กระดาษบัญชีลับถูกเจาะทะลุ และเบื้องหลังเงาร่างนั้น คือผู้ที่กุมความลับสูงสุดของราชสำนักที่นางคาดไม่ถึงที่สุด
(ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทาง สัมผัสความลุ่มลึก และดื่มด่ำไปกับหมากเกมอำนาจอันเข้มข้นนี้ด้วยกันนะคะ)
กุนซือหญิงผู้ปิดแผ่นดินกับท่านอ๋องผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 18
อำนาจที่ล่มสลาย
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงผู้ปิดแผ่นดินกับท่านอ๋องผู้ไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!