กุนซือหญิงผู้ปิดแผ่นดินกับท่านอ๋องผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 19

พิษร้ายในจอกชา

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
กลิ่นหอมกรุ่นของกำยานม่านเมฆลอยอวลอยู่เบื้องหน้า ทว่าความตึงเครียดในห้องทรงอักษรกลับเย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งกลางเหมันต์ ปลายพู่กันขนหมาป่าในมือเรียวของซูจิ่นเหยานิ่งค้างอยู่เหนือกระดาษเซวียนจื่อแผ่นใหญ่ หยดหมึกสีดำสนิทร่วงหล่นลงมาเป็นวงกลมแต้มสติปัญญาที่กำลังถูกบดบังด้วยเงื้อมเงาแห่งความตาย นางไม่แม้แต่จะกะพริบตา เมื่อคมดาบปลายกระบี่วาววับพุ่งทะลุผ่านกระดาษกั้นห้องฉลุลายดอกเหมยเข้ามาด้วยความเร็วราวสายฟ้าแลบ ปลายเหล็กแหลมคมมุ่งตรงไปยังจุดตายบริเวณลำคอของบุรุษที่นั่งอยู่เบื้องหลังโต๊ะไม้จันทน์แดง "ระวังเพคะ!" เสียงอุทานของซูจิ่นเหยาไม่ได้ดังไปกว่าเสียงลมหายใจ ทว่าร่างอรชรกลับพุ่งเข้าขวางหน้าชินอ๋องเฟยหลงอย่างไม่คิดชีวิต ปลายพู่กันในมือถูกตวัดออกไปอย่างแม่นยำ ปลายด้ามไม้กระแทกเข้าที่จุดชีพจรบนข้อมือของมือสังหารเงาที่ซ่อนตัวอยู่หลังฉากกั้นอย่างเหี้ยมเกรียม แรงปะทะทำให้วิถีคมดาบเบี่ยงเบนออกไปเพียงนิด ทว่าเฉียดผ่านหัวไหล่กว้างของเฟยหลงจนอาภรณ์ปักดิ้นทองขาดวิ่น เลือดสีแดงเข้มซึมทะลุเนื้อผ้าออกมาทันที ชินอ๋องเฟยหลงหาได้สะดุ้งสะเทือนไม่ นัยน์ตาคมกริบดั่งพญาอินทรีลุ่มลึกและเยือกเย็นยิ่งกว่าน้ำในบึงหมื่นปี พระหัตถ์หนาคว้าข้อมือของนางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็วเพื่อดึงให้พ้นจากรัศมีคมดาบ ในขณะที่มืออีกข้างซัดซัดอาวุธลับรูปใบไม้เหล็กออกไปปักเข้าที่หน้าอกของมือสังหารที่ร่วงลงมาจากการซ่อนตัวบนคานเรือน เสียงร่างกระแทกพื้นดังตุบ พร้อมกับเลือดสีดำที่ทะลักออกจากมุมปากของผู้บุกรุก บ่งบอกถึงการกลืนยาพิษปลิดชีพตนเองตามธรรมเนียมมือสังหารไร้เงา ความเงียบงันกลับคืนสู่ห้องทรงอักษรอีกครั้ง ท่ามกลางกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นกำยาน เฟยหลงปรายพระเนตรมองซูจิ่นเหยาที่ยังคงยืนหายใจหอบถี่อยู่ใต้อ้อมพระกร พระองค์มิได้ตรัสคำชมเชยใดๆ ออกมา ทว่าแววพระเนตรที่ทอดมองนั้นลึกล้ำและสั่นไหวเล็กน้อย มือหนายกขึ้นแตะรอยขาดที่หัวไหล่ ก่อนจะเลื่อนมากุมข้อมือเรียวของนางแน่นขึ้นราวกับต้องการยืนยันว่านางยังปลอดภัย "เจ้ากล้าดียังไงเอาชีวิตเข้ามารับคมดาบแทนเรา" สุรเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ ทว่าสั่นเครือด้วยคลื่นอารมณ์ที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความเยือกเย็น "หม่อมฉันเป็นกุนซือของท่านอ๋อง หากแม่ทัพใหญ่แห่งแดนเหนือต้องมาสิ้นชื่อในห้องทำงานของตนเอง แผ่นดินนี้คงไม่มีที่ยืนให้หม่อมฉันได้หายใจอีกแล้วเพคะ" ซูจิ่นเหยาตอบกลับด้วยน้ำเสียงมั่นคง แม้ดวงตาคู่สวยจะยังคงสะท้อนภาพความระทึกขวัญเมื่อครู่ นางก้าวถอยหลังเพื่อรักษาระยะห่างตามธรรมเนียม ก่อนจะก้มลงสำรวจร่องรอยบนศพมือสังหาร ปลายนิ้วเรียวสวมปลอกเล็บทองคำเขี่ยรอยสักรูปบุปผาอัคคีที่หลังมือของศพนั้น ดวงตาคู่คมหรี่ลงเล็กน้อย "ตราสัญลักษณ์นี้... เป็นคนจากวังหลัง" "ฮ่องเต้จิ้นจงทรงอดรนทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว" เฟยหลงแค่นพระสรวลหยันอย่างเย็นชา พระองค์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำแผ่ซ่านไอสังหารที่น่าสะพรึงกลัวออกมารอบทิศทาง "ทรงส่งคนมาปลิดชีพเราถึงค่ายทหารแดนใต้ แปลว่าหมากตานี้ พระองค์ทรงวางแผนไว้รัดกุมยิ่งนัก" "มิใช่แค่ฮ่องเต้เพคะ" ซูจิ่นเหยาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ปัดกวาดความหวาดกลัวออกไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงสมองอันปราดเปรื่องที่กำลังหมุนวนดั่งกงล้อแห่งโชคชะตา "มือสังหารกลุ่มนี้ใช้พิษสลายกระดูกจากตำหนักซู... นี่เป็นการโยนความผิดให้ตระกูลซูของหม่อมฉัน เพื่อให้ท่านอ๋องทรงกริ้วและประหารหม่อมฉันด้วยพระองค์เอง เป็นแผนยืมดาบฆ่าคนอย่างแท้จริง" เฟยหลงก้าวเข้าไปประชิดนางทีละก้าว ความสูงใหญ่ของพระองค์ทำให้นางตกอยู่ในเงาของความคุ้มครองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ พระหัตถ์ใหญ่เอื้อมไปแตะที่แก้มเนียนนุ่มของนางเบาๆ สัมผัสที่อบอุ่นตัดกับบรรยากาศอันหนาวเหน็บรอบกาย "เจ้าคิดว่าเราเป็นคนโง่เง่าถึงขนาดจะเชื่อว่าคนของตระกูลซูต้องการสังหารเจ้าที่ปกป้องเราอย่างนั้นหรือ, จิ่นเหยา?" สุรเสียงอ่อนลงเล็กน้อย ทว่าหนักแน่นดั่งคำมั่นสัญญา "ต่อให้ทั้งแผ่นดินนี้ลุกขึ้นมาเป็นศัตรู พร้อมใจกันชี้ดาบมาที่เจ้า เราจักเอาดาบในมือนี้กวาดล้างพวกมันให้สิ้นซาก" ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านมาจากฝ่าพระหัตถ์นั้นเกือบจะทำให้น้ำตาของซูจิ่นเหยาเอ่อล้นออกมา นางสะบัดหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อซ่อนความอ่อนแอ ก่อนจะหันมามองถ้วยชาอุ่นที่วางอยู่มุมโต๊ะ ซึ่งนางเพิ่งรินถวายให้พระองค์ก่อนเกิดเหตุลอบสังหารไม่ถึงหนึ่งเค่อ ดวงตาของกุนซือหญิงเบิกกว้างขึ้นเมื่อสังเกตเห็นคราบสีดำจางๆ ที่ก้นถ้วยชาเคลือบหยกขาว มิใช่แค่คมดาบที่พุ่งเข้าใส่... แต่ในถ้วยชานั้นก็ถูกเคลือบไว้ด้วย "พิษหิตโลหิตพันลี้" ชนิดเดียวกับที่ใช้ปลิดชีพบรรพบุรุษของนางเมื่อสิบปีก่อน! "ท่านอ๋อง... อย่าเพิ่งขยับ!" ซูจิ่นเหยาอุทานลั่นด้วยความตกใจ รีบพุ่งเข้าไปคว้าแขนของเฟยหลงที่กำลังจะเอื้อมไปหยิบถ้วยชาขึ้นมาดื่มเพื่อดับกระหายจากการต่อสู้ ทว่า... ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วเรียวของนางจะแตะโดนถ้วยชา เสียงหัวเราะแหบพร่าและเย็นเยียบของผู้มาเยือนที่ไม่ได้รับเชิญก็ดังขึ้นจากด้านนอกประตูเรือน พร้อมกับเงาร่างของขันทีคนสนิทแห่งตำหนักในที่ก้าวเข้ามาพร้อมราชโองการสีทองอร่ามในมือ "ชินอ๋องเฟยหลง และกุนซือซูจิ่นเหยา... รับราชโองการ!" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทาง สัมผัสความลุ่มลึก และดื่มด่ำไปกับหมากเกมอำนาจอันเข้มข้นนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงผู้ปิดแผ่นดินกับท่านอ๋องผู้ไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%