เสียงกรับไม้เนื้อดีที่กระแทกลงบนโต๊ะทรงอักษรในตำหนักไท่เหอ ดังสะท้อนก้องกังวานบาดแก้วหู ราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์ที่ถูกลูบคมจนถึงขีดสุด กลิ่นอายความกดดันแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วห้องทรงพระอักษร ม่านมุกปักลายหงส์ทองไหวระริกตามแรงลมที่ลอดผ่านหน้าต่างแกะสลักลวดลายวิจิตร แต่กลับมิอาจพัดพาความอึดอัดอันหนักหน่วงให้เจือจางลงได้แม้แต่น้อย
"เจ้ากล้าดียังไง... ถึงบังอาจถอนกำลังทหารห้าหมื่นนายออกจากชายแดนบูรพาโดยไม่ทูลขอราชโองการล่วงหน้า!"
พระสุรเสียงของฮ่องเต้จิ้นจงสั่นเครือด้วยโทสะ พระเนตรคมกริบดั่งใบมีดจ้องมองบุรุษเบื้องล่างที่คุกเข่าถวายบังคมอยู่บนพื้นหินอ่อนเย็นเฉียบ ชินอ๋องเฟยหลงหาได้สะเทือนพระทัยไม่ พระองค์ยังคงรักษาพระพักตร์เรียบเฉยเยือกเย็นดั่งน้ำในบึงลึก อาภรณ์คลุมกายสีนิลปักดิ้นลายมหาราชสีห์ทอดเงาทะมึนรับกับแสงเทียนวับแวม
"กระหม่อมทำไปเพื่อรักษาความมั่นคงของแผ่นดิน หากมัวแต่รอราชโองการจากเมืองหลวง เกรงว่าทัพโจรป่าต้าเหลียงคงเหยียบย่ำราษฎรจนราบเป็นหน้ากลองไปเสียก่อนแล้วพ่ะย่ะค่ะ" ชินอ๋องตรัสตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความยำเกรงต่อพระพักตร์ของผู้ครองแผ่นดิน
"สามห่าม! เจ้าถือดีว่ากุมกองกำลังในมือครึ่งหนึ่งของแผ่นดิน จึงไม่เห็นหัวเราผู้เป็นโอรสสวรรค์แล้วใช่ไหม!" ฮ่องเต้จิ้นจงทรงพระสรวลด้วยความขุ่นเคือง พระหัตถ์กำด้ามพู่กันหยกจนข้อพระหัตถ์ขาวซีด "หรือว่า... มีกุนซือตัวน้อยคอยชี้แนะให้เจ้าเหิมเกริมถึงเพียงนี้!"
ซูจิ่นเหยา ซึ่งยืนสงบเสงี่ยมอยู่เบื้องหลังเงาของชินอ๋อง ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงพักตร์รูปไข่งملด้วยความเยือกเย็น นางอยู่ในชุดนางกำนัลชั้นสูงสีเขียวหยกปักลายใบบัว เพื่อพรางตัวเข้ามาในเขตพระราชฐานชั้นใน ปลายนิ้วเรียวภายใต้แขนเสื้อกว้างประสานกันอย่างสำรวม ทว่าแววตาหาได้มีความหวาดกลัวไม่
"ทูลฝ่าบาท ความชอบในการศึกครั้งนี้ควรยกให้แก่ความกล้าหาญของเหล่าทหารหาญแดนเหนือ หาใช่คำแนะนำอันตื่นตระหนกของสตรีตัวเล็กๆ เช่นหม่อมฉันไม่เพคะ" สุดเสียงหวานใสทว่ามั่นคงดังขึ้น ทำลายความเงียบงันที่น่าอึดอัด
ฮ่องเต้จิ้นจงทอดพระเนตรสตรีที่เคยถูกตราหน้าว่าเป็นบุตรสาวกบฏ ทว่าเวลานี้กลับยืนอยู่ ณ จุดศูนย์กลางแห่งอำนาจที่สั่นคลอนบัลลังก์ของพระองค์ ความริษยาและหวาดระแวงกัดกินพระHृदयยิ่งกว่าหนอนบ่อนไส้ "ซูจิ่นเหยา เจ้าช่างปากกล้าสมคำร่ำลือ สมัยที่ตระกูลซูของเจ้าถูกประหารชีวิต เหตุใดบิดาเจ้าจึงไม่ลากคอเจ้าฝังลงหลุมไปเสียด้วยเล่า แผ่นดินจะได้สงบสุขกว่านี้!"
คำพูดที่เสียดแทงจิตใจนั้นมุ่งหวังจะบดขยี้ศักดิ์ศรีของนางให้แหลکคาตา ทว่าซูจิ่นเหยากลับคลี่ยิ้มบางเบา ยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา คล้ายดอกเหมันต์ที่ผลิบานท่ามกลางความหนาวเหน็บ
"หากตระกูลซูไม่เคยถูกปรักำปำจนต้องล้มหายตายจาก ฝ่าบาทคงมิมีวันนี้ที่ได้นั่งบัลลังก์ทองคำโดยไร้เสี้ยนหนามคอยคัดค้านกฎหมายอันไม่เป็นธรรมหรอูกเพคะ..." นางเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะเอื้อnคำที่เฉียบคมดั่งคมดาบ "ความยุติธรรมอาจมาช้า แต่ประวัติศาสตร์ย่อมจารึกชื่อของผู้ที่กระทำความผิดไว้เสมอ... ไม่เว้นแม้แต่ผู้ที่อยู่สูงที่สุดบนบัลลังก์"
"บังอาจ! เจ้ากล้าขู่เราหรือ!" ฮ่องเต้จิ้นจงทรงลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธเกรี้ยวจนพระวรกายสั่นเทา ทรงตบพระหัตถ์ลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น "ทหาร! ควบคุมตัวหญิงกบฏผู้นี้ไปขังไว้ที่คุกใต้ดิน!"
ทันทีสิ้นพระ The ร่างสูงใหญ่ของชินอ๋องเฟยหลงก็ขยับวูบ พระองค์ก้าวขึ้นไปยืนบังร่างเพรียวบางของซูจิ่นเหยาไว้ทันที ดาบยาวประจำพระองค์ถูกชักออกจากฝักเพียงครึ่งนิ้ว เสียงเหล็กกระทบฝักดัง *กริ๊ก* สะท้านไปทั่วตำหนัก แรงกดดันระดับขุนศึกสนามรบแผ่พุ่งออกจนเหล่าองครักษ์เสื้อแพรที่กรูเข้ามาต้องชะงักฝีเท้าโดยอัตโนมัติ
"หากใครกล้าแตะต้องนาง... ก็จงก้าวข้ามศพของเราไปก่อน" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจดั่งประกาศิตจากขุมนรก ทำให้ไม่มีผู้ใดกล้าขยับเขยื้อน
บรรยากาศภายในตำหนักตึงเครียดถึงขีดสุด ราวกับเส้นด้ายที่ถูกดึงจนตึงเปรี๊ยะ พร้อมจะขาดผึ่งได้ทุกเมื่อ ฮ่องเต้จิ้นจงทรงพระเนตรขวางด้วยความแค้นเคือง แม่ทัพผู้พี่กำลังหันคมดาบเข้าหาโอรสสวรรค์เพื่อปกป้องสตรีเพียงนางเดียว ความขัดแย้งระหว่างกษัตริย์และแม่ทัพได้เดินทางมาถึงจุดแตกหักที่ไม่มีวันหวนกลับเสียแล้ว
ทว่า ในวินาทีที่ความตายแขวนอยู่บนเส้นด้าย เสียงปรบมือเบาๆ สองสามครั้งก็ดังขึ้นมาจากด้านหลังม่านบังตาผืนใหญ่ในมุมมืดของตำหนัก
*แปะ... แปะ... แปะ...*
"ช่างเป็นภาพพี่น้องที่น่าประทับใจเสียจริง..." น้ำเสียงแหบพร่าแต่แฝงด้วยความเยือกเย็นราวน้ำแข็งพันปีดังขึ้น พร้อมกับการก้าวออกมาของเงาร่างหนึ่งในชุดคลุมสีเทาเข้ม ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกปกก by หน้ากากเงินลายอสูร
ชินอ๋องเฟยหลงหรี่พระเนตรลงเล็กน้อย สัญชาตญาณนักรบเตือนภัยทันทีว่าบุคคลผู้นี้คืออันตรายยิ่งกว่าฮ่องเต้ร้อยเท่า
"ท่านราชครูหลี่..." ซูจิ่นเหยาพึมพำชื่อนั้นออกมาเบาๆ หัวใจกระตุกวูบ
ราชครูผู้กุมอำนาจเงาในราชสำนักแย้มรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม ก่อนจะโยนวัตถุสิ่งหนึ่งลงแทบเท้าของชินอ๋อง สิ่งนั้นกลังกุกกักบนพื้นหินอ่อน และหยุดนิ่งอยู่ที่ปลายรองเท้าบูทหนัง
มันคือ... ป้ายคำสั่งของกองทัพแดนเหนือ ที่ควรจะถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีในค่ายพักแรมห่างออกไปนับพันลี้!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทาง สัมผัสความลุ่มลึก และดื่มด่ำไปกับหมากเกมอำนาจอันเข้มข้นนี้ด้วยกันนะคะ
กุนซือหญิงผู้ปิดแผ่นดินกับท่านอ๋องผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 20
รอยร้าวในใจฮ่องเต้
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงผู้ปิดแผ่นดินกับท่านอ๋องผู้ไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!