หมึกสีชาดบนพระราชโองการยังไม่ทันแห้งสนิทดีด้วยซ้ำ กลิ่นอายความอัปยศก็ถูกลมหนาวพัดพามาปกคลุมทั่วค่ายทหารแดนเหนือจนแทบหายใจไม่ออก
"ซูจิ่นเหยา เจ้ากล้าดียังไงถึงลงชื่อร่วมในฎีกาถอดถอนนี้!"
เสียงตวาดก้องของแม่ทัพรองผู้แปรพักตร์ดังขึ้น พร้อมกับคมดาบที่ชักออกจากฝักสะท้อนแสงไฟจากคบเพลิงวับวาม รอบกายของนางและท่านอ๋องเฟยหลงบัดนี้ถูกรายล้อมด้วยกองกำลังทหารหลวงนับร้อยที่แปรเปลี่ยนเป็นศัตรูอย่างรวดเร็วดั่งพลิกฝ่ามือ
ซูจิ่นเหายังคงยืนสงบนิ่ง อาภรณ์สีเทาเข้มปักลายเมฆาของกุนซือหาได้สั่นไหวตามแรงกดดันไม่ นางเพียงปรายหางตามองกระดาษตราประทับแผ่นนั้นที่ปลิวว่อนลงแทบเท้า บนนั้นมีชื่อของนางและชินอ๋องถูกประทับตรามหาสีชาดด้วยข้อหาอุกฉกรรจ์—'กบฏต่อแผ่นดิน สมรู้ร่วมคิดกับแคว้นศัตรู' เป็นหมากตาดำที่ฮ่องเต้จิ้นจงจงใจเดินเพื่อตัดแขนตัดขาพยัคฆ์แดนเหนือให้สิ้นซากในคราเดียว
"กบฏงั้นหรือ..." เสียงทุ้มต่ำราวกับมาจากขุมนรกของชินอ๋องเฟยหลงดังขึ้น เขาก้าวมาบังร่างบอบบางของกุนซือสาวไว้ครึ่งหนึ่ง นัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยววาดมองเหล่าทหารที่เคยร่วมเป็นร่วมตายกันมาด้วยความเยียบเย็นเสียดกระดูก "ฝ่าบาททรงมีรับสั่งให้ประหารพวกเราทันทีโดยไม่ต้องไต่สวน... หรือพวกเจ้าต่างหากที่ยอมก้มหัวให้สุนัขรับใช้ในวังหลวง จนลืมไปแล้วว่าแผ่นดินนี้ใครเป็นผู้ปกป้อง!"
บรรยากาศรอบด้านเงียบงันลงชั่วขณะ ไม่มีผู้ใดกล้าสบสายตากับท่านอ๋องผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาด อำนาจแห่งค่ายทหารแดนเหนือที่เขาหล่อหลอมมากับมือ มิใช่สิ่งที่ใครจะลบหล้าง่ายๆ เพียงเพราะกระดาษแผ่นเดียว ทว่าความหวาดกลัวต่อราชอาญาและครอบครัวที่ถูกจับเป็นตัวประกันในเมืองหลวง ก็ทำให้ปลายหอกนับร้อยยังคงพุ่งตรงมาที่พวกเขาทั้งสองอยู่ดี
ซูจิ่นเหายื่นมือเรียวขาวราวหยกไปแตะเบาๆ ที่แขนเสื้อของชายหนุ่ม สัมผัสเพียงแผ่วเบานั้นทำให้เฟยหลงชะงัก เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยยามสบตากับนาง
"ท่านอ๋อง... เวลาไตร่ตรองหมดลงแล้วค่ะ" นางกระซิบเสียงแผ่วเบา ทว่ามั่นคงยิ่ง "การประจันหน้ากับคนนับร้อยโดยไร้กำลังเสริมไม่ใช่หนทางของผู้มีปัญญา เราต้องไป... เดี๋ยวนี้"
สิ้นเสียงของนาง ระเบิดควันสีเทาหนาทึบก็ถูกโยนลงพื้นด้วยฝีมือของหน่วยเงาที่ซ่อนตัวอยู่ แรงระเบิดและควันโขมงทำให้แนวหน้าของทหารหลวงเกิดความโกลาหลชั่วขณะ เฟยหลงไม่รอช้า เขาคว้าเอวบางของกุนซือสาวขึ้นควบอาชาคู่ใจที่ถูกเตรียมไว้หลังกระโจมพยัคฆ์ทันที เสียงกีบเท้าม้าทะยานแหวกความมืดมิดของราตรีกาลออกไปท่ามกลางหิมะที่เริ่มโปรยปรายลงมาหนาเม็ดขึ้น
การหลบหนีเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางทิวทัศน์อันหนาบึ้งของป่าสนทหาดแดนเหนือ เสียงเกือกม้าบดขยี้พื้นดินและเกล็ดน้ำแข็งดังสะท้อนก้อง เบื้องหลังคือเสียงตะโกนไล่ล่าและลูกธนูที่แหวกอากาศเฉี่ยวร่างไปมาอย่างน่าหวาดเสียว
ซูจิ่นเหากอดเอวสอบของชายหนุ่มแน่น ใบแนบชิดกับแผ่นหลังกว้างที่แผ่ไออุ่นร้อนระอุ ท่ามกลางความเป็นความตายและความหนาเหน็บของอากาศ หัวใจของทั้งคู่กลับเต้นเป็นจังหวะเดียวกันอย่างหนักแน่น นางรู้ดีว่าเส้นทางเบื้องหน้าไม่มีทางออก ทางหลวงถูกปิดตาย เมืองรอบด้านถูกสั่งให้ตรึงกำลังค้นหา และป้ายประกาศจับหัวของพวกเขากระจายไปทั่วทุกหัวระแหง
แต่นางหาได้หวาดกลัวไม่... ในยามที่บ้านเมืองเน่าเฟะและราชสำนักไร้ซึ่งความยุติธรรม การเป็นกบฏในสายตาคนโฉด อาจเป็นหนทางเดียวที่จะรักษาแผ่นดินนี้ไว้ได้
กระทั่งพวกเขาควบม้ามาถึงหุบเขาอัสดง ทางตัน... เบื้องหน้าคือหน้าผาสูงชันที่เบื้องล่างคือเชี่ยวกรากของแม่น้ำน้ำแข็ง ส่วนเบื้องหลังคือฝูงทหารไล่ล่าที่นำโดยแม่ทัพรองผู้ทรยศกำลังควบม้าเข้ามาประชิด
"ฮ่าๆๆ! ชินอ๋อง! ซูจิ่นเหา! พวกท่านหนีไม่พ้นแล้ว ยอมจำนนแต่โดยดีเสียเถอะ พระราชโองการมีบัญชาให้จับตาย หากขัดขืนจะถูกประหารเจ็ดชั่วโคตร!" เสียงหัวeเราะเยาะเย้ยดังลั่นก้องหุบเขา
เฟยหลงดึงบังเหียนม้าจนมันยกขาหน้าขึ้นส่งเสียงร้องคำรามลั่น เขากวาดสายตามองหน้าผาสูงชันเบื้องหน้า แล้วหันกลับมามองสตรีในอ้อมแขน รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก ไร้ซึ่งความหวาดกลัว มีเพียงประกายความดุดันดั่งพยัคฆ์ร้ายที่มุมอับ
"กลัวหรือไม่... จิ่นเหาของข้า" เขาเอ่ยถามเสียงนุ่ม ทว่าดังก้องกังวานท่ามกลางเสียงลมหนาว
ซูจิ่นเหายกยิ้มขึ้นที่มุมปาก ดวงตาคู่งามฉายแววท้าทายไร้ขีดจำกัด นางจัดสาบเสื้อของเขาให้เข้าที่อย่างใจเย็น ราวกับว่านี่ไม่ใช่ห้วงวินาทีแห่งความเป็นความตาย
"หากมีท่านอ๋องอยู่เคียงข้าง ต่อให้ต้องดิ่งลงสู่ขุมนรกโลกันต์ หม่อมฉันก็ยินดีก้าวเดินไปพร้อมกับท่านค่ะ"
ทันทีที่นางกล่าวจบ เฟยหลงไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขากระตุกบังเหียนสุดแรงกล้า พาม้าศึกทะยานพุ่งตัวลอยละลิ่วออกจากหน้าผาสูงชัน ดิ่งพสุธาสู่ห้วงเหวลึกเบื้องล่างท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของเหล่าทหารศัตรูที่วิ่งมาหยุดชะงักที่ริมผา
ทว่า... ในวินาทีที่ร่างของพวกเขากำลังร่วงหล่นผ่านม่านหมอกสีขาวโพลน เสียงกุกกักแปลกประหลาดก็ดังขึ้นจากพงหญ้าหนาทึบฝั่งตรงข้ามหน้าผา พร้อมกับลูกศรดอกหนึ่งที่ปักลงที่ต้นไม้ใกล้ตัวอย่างแม่นยำ พร้อมข้อความลับที่แนบมาด้วยรอยประทับตราที่ทั้งคู่คุ้นเคยเป็นอย่างดี—ตราประทับขององค์ชายรองผู้ลี้ภัย ที่แอบซุ่มรอรับพวกเขาอยู่เงียบๆ ในดินแดนรกร้างแห่งนี้!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทาง สัมผัสความลุ่มลึก และดื่มด่ำไปกับหมากเกมอำนาจอันเข้มข้นนี้ด้วยกันนะคะ
กุนซือหญิงผู้ปิดแผ่นดินกับท่านอ๋องผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 21
การหลบหนีที่ไร้ทางออก
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงผู้ปิดแผ่นดินกับท่านอ๋องผู้ไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!