กุนซือหญิงผู้ปิดแผ่นดินกับท่านอ๋องผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 8

มรสุมการเมืองข้ามคืน

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
กลิ่นกำยานไม้กฤษณาอบอวลอยู่ในห้องทรงพระอักษรขององค์ฮ่องเต้จิ้นจง กลิ่นที่ควรจะให้ความรู้สึกสงบ กลับกลายเป็นความกดดันที่บีบคั้นจนแทบหยุดหายใจ ซูจิ่นเหยานั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นพรมทอขนสัตว์เนื้อดี เบื้องหน้าของนางคือราชโองการสีเหลืองทองที่ยังคงม้วนพับไว้อย่างมิดชิด แต่เนื้อหาข้างในนั้นดั่งคมมีดที่พร้อมจะเชือดเฉือนทุกย่างก้าวในชีวิตของนาง “ซูจิ่นเหยา... เจ้าคิดว่าการแต่งงานครั้งนี้ คือรางวัลหรือโทษทัณฑ์กันแน่?” สุรเสียงของฮ่องเต้จิ้นจงเรียบเฉย ทว่าแฝงไว้ด้วยรอยยิ้มที่มองไม่เห็นในแววตา จิ่นเหยาเงยหน้าขึ้น ดวงตาเรียวงามของนางสงบนิ่งราวกับผิวน้ำในบ่อน้ำลึกที่ปราศจากลมพัดผ่าน “ฝ่าบาทประทานพร หม่อมฉันย่อมต้องน้อมรับด้วยความซาบซึ้งใจเพคะ” นางตอบพลางก้มศีรษะลงต่ำ “เพียงแต่หม่อมฉันเป็นเพียงสตรีที่มีมลทินติดตัวตระกูลซู การจะให้เป็นพระชายาเอกของชินอ๋องเฟยหลง เกรงว่าจะทำให้พระเกียรติยศของพระองค์มัวหมอง” “มลทินหรือ?” จิ้นจงหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะดังก้องสะท้อนกับผนังหินอ่อน “เจ้าฉลาดนัก จิ่นเหยา เจ้าควรรู้ว่าข้าไม่ได้สนใจเรื่องมลทินของตระกูลเจ้า ข้าสนเพียงว่า... เจ้าจะสามารถดึงรั้งพยัคฆ์ร้ายแห่งแดนเหนือให้อยู่ในกรงที่ข้าสร้างไว้ได้นานเพียงใด” ชินอ๋องเฟยหลงยืนนิ่งอยู่เบื้องหลังม่านกั้นฝั่งหนึ่ง มือหนาของเขาบีบกระชับดาบประจำกายจนเส้นเลือดปูดโปน ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวของเขาจับจ้องผ่านช่องว่างของฉากกั้นไปยังร่างบางที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้าฮ่องเต้ ความรู้สึกในใจของเขาตีรวนไปมา ทั้งความโกรธแค้นที่ถูกบังคับ และความกังวลที่สายใยแห่งความตายกำลังจะมาผูกมัดนางไว้กับเขา ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัด พนักงานในวังหลวงผู้หนึ่งก้าวเข้ามาอย่างเร่งร้อน ใบหน้าของเขามีเหงื่อซึม “ฝ่าบาท... พบหลักฐานสำคัญในเรือนพักของกุนซือซูพะยะค่ะ เป็นจดหมายติดต่อลับกับอ๋องต่างแคว้นที่ถูกซ่อนไว้ใต้กระดานพื้นไม้!” ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทรงพระอักษรทันที จิ่นเหยาใจกระตุกวูบ แต่นางยังคงรักษาความสงบนิ่งไว้ได้อย่างน่าประหลาด นางรู้ดีว่านี่คือหมากที่ถูกวางไว้เพื่อกำจัดนางก่อนที่การแต่งงานจะเริ่มต้นขึ้น หากนางยอมรับความผิด ชีวิตของนางจะจบสิ้น หากนางปฏิเสธโดยไม่มีหลักฐานหักล้าง ข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพจะเป็นดาบเล่มถัดไปที่รอคอยนางอยู่ เฟยหลงก้าวออกมาจากหลังฉากกั้นอย่างไม่รีรอ ท่าทีของเขาดุดันราวกับพายุที่พร้อมจะทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า “หลักฐานที่พบ... แน่ใจแล้วหรือว่าเป็นฝีมือของนาง?” เขาก้าวมาหยุดยืนข้างๆ จิ่นเหยา มือหนาเอื้อมไปดึงแขนของนางให้ลุกขึ้นอย่างถือสิทธิ์ สายตาของเขาสบกับนางเพียงครู่เดียว ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้น จิ่นเหยาสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวจากฝ่ามือของเขา—คำเตือนที่ว่า ‘อย่าขัดขืน ข้าจะจัดการเอง’ “ท่านอ๋อง จะปกป้องนางหรือ?” ฮ่องเต้ตรัสถาม น้ำเสียงเยือกเย็นขึ้น “จดหมายฉบับนั้นประทับตราลัญจกรที่หายไปจากคลังหลวงเมื่อปีก่อน นี่มิใช่เรื่องเล็กน้อย” “กระหม่อมจะตรวจสอบเรื่องนี้ด้วยตนเอง” เฟยหลงกล่าวเสียงแข็ง “หากนางเป็นกบฏ กระหม่อมจะเป็นคนลงทัณฑ์ด้วยดาบเล่มนี้เอง แต่หากมีใครคิดเล่นตลกสร้างเรื่องใส่ร้ายว่าที่พระชายาของกระหม่อม... ผู้นั้นต้องชดใช้ด้วยชีวิต!” ความกดดันในห้องทรงพระอักษรเพิ่มระดับขึ้นจนแทบจะกลายเป็นสงครามขนาดย่อม จิ่นเหยารู้สึกได้ถึงไอสังหารที่แผ่ออกมาจากตัวของเฟยหลง การที่เขาออกตัวปกป้องนางอย่างเปิดเผยท่ามกลางราชสำนักเช่นนี้ ไม่ต่างจากการประกาศสงครามกับฮ่องเต้โดยตรง เมื่อออกมาจากเขตวังหลวง ยามราตรีคล้อยต่ำ สายลมเย็นเยียบพัดผ่านจวนชินอ๋อง เฟยหลงหยุดเดินแล้วหันมามองจิ่นเหยา แสงจันทร์สลัวอาบไล้ใบหน้าคมเข้มของเขาจนดูเหมือนรูปสลักที่ดูเศร้าหมองและแข็งกร้าวในเวลาเดียวกัน “เหตุใดท่านจึงทำเช่นนั้น?” จิ่นเหยาถาม เสียงของนางเบาหวิว “ท่านรู้ว่าการปกป้องข้าในเวลานี้ มีแต่จะทำให้ท่านถูกเพ่งเล็งมากขึ้น” เฟยหลงก้าวเข้าหานาง ความสูงของเขาบดบังแสงดาวจนหมดสิ้น เขาก้มลงกระซิบข้างหูของนาง เสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความนัย “เพราะเจ้าคือหมากตัวเดียวในกระดานนี้ที่ข้าไม่ยอมให้ใครหยิบไปทิ้ง... และเพราะความตายของเจ้า มิใช่สิ่งที่ข้าต้องการให้เกิดขึ้นในคืนนี้” ทว่าก่อนที่จิ่นเหยาจะทันได้ตอบโต้ เสียงฝีเท้าขององครักษ์นับสิบก็ดังขึ้นจากในความมืด พร้อมกับแสงคบเพลิงที่ล้อมรอบจวนของเขาไว้ทุกทิศทาง นายทหารคนหนึ่งก้าวออกมาข้างหน้า มือถือม้วนราชโองการลับฉบับใหม่ที่ดูเร่งรีบกว่าครั้งก่อน “ท่านอ๋อง มีพระราชโองการด่วนจากห้องเครื่องต้น... พบยาพิษในสำรับอาหารที่เตรียมไว้สำหรับพิธีสมรส และมีพยานยืนยันว่าเห็นท่านกุนซือซูจิ่นเหยาเป็นผู้แอบนำซองยาพิษเข้าไปในครัวหลวงเมื่อยามสามที่ผ่านมา!” เฟยหลงชะงัก สายตาที่เคยเด็ดเดี่ยววูบไหวเพียงชั่วครู่ จิ่นเหยารู้สึกได้ถึงความเยือกเย็นที่แล่นผ่านกระดูกสันหลัง หมากเกมนี้ไม่ได้มุ่งทำลายเพียงนาง แต่มันคือการบีบให้เฟยหลงต้องเลือก... ระหว่างการรักษาชีวิตของนาง หรือการรักษาอำนาจและเกียรติยศที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดของเขา มือของเฟยหลงแตะที่ด้ามดาบอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้เขากลับหันมองจิ่นเหยาด้วยสายตาที่นางอ่านไม่ออก... ก่อนที่เขาจะหันไปทางทหารผู้นั้นแล้วเอ่ยคำสั่งที่ทำให้หัวใจของนางหยุดเต้น “นำตัวนางไปขังไว้ที่คุกหลวง... และไม่ต้องให้ใครเข้าพบจนกว่าข้าจะสั่ง” ไป๋เหลียนฮวาหวังว่าเรื่องราวในคืนนี้จะทำให้ท่านนักอ่านหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงผู้ปิดแผ่นดินกับท่านอ๋องผู้ไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%