กุนซือหญิงผู้ปิดแผ่นดินกับท่านอ๋องผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 9

แผนซ้อนแผนที่คาดไม่ถึง

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
กลิ่นอายของกำยานหมื่นลี้ลอยอบอวลผสมผสานกับกลิ่นชาผู่เอ่อร์เก่าเก็บที่ถูกต้มจนเดือดปุดๆ อยู่บนเตาสัมליד ข้ารับใช้ในตำหนักล้วนถูกไล่ออกไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเงียบงันอันหนักอึ้งที่กดทับบรรยากาศภายในห้องหนังสือส่วนพระองค์ให้แทบหยุดหายใจ ซูจิ่นเหยานั่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะไม้จันทน์แดง แผ่นหลังตั้งตรงดั่งต้นสนผ่าท่ามกลางพายุ อาภรณ์สีนิลปักดิ้นเงินลายเมฆาขับเน้นให้ผิวพรรณของนางดูขาวผ่องราวกระเบื้องเคลือบชั้นดี ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาคมกริบของชินอ๋องเฟยหลง มิใช่ความงดงามล่มเมืองนั้น หากแต่เป็นรอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของสตรีตรงหน้า รอยยิ้มที่ซ่อนคมมีดไว้นับพันเล่ม "ใต้เท้าซู... เจ้าช่างกล้าหาญนัก" สุ้มเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์หนุ่มดังขึ้น ทำลายความเงียบ ชินอ๋องเฟยหลงทรงโน้มพระวรกายมาเบื้องหน้า สายตาคู่นั้นจ้องมองนางราวกับจะทะลุทะลวงเข้าไปถึงก้นบึ้งของดวงจิต มือหนากำถ้วยชาในพระหัตถ์แน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาว "หม่อมฉันเพียงแต่นำ 'ของขวัญ' ที่ฝ่าบาททรงพระราชทานมาคืนให้ถูกเจ้าของก็เท่านั้นเพคะ ท่านอ๋อง" จิ่นเหยาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น ดวงตากลมโตคู่นั้นสบตากับบุรุษผู้ทรงอำนาจที่สุดในแดนเหนืออย่างไม่หลบเลี่ยง เบื้องหลังความสงบเยือกเย็นนี้ คือเกมการเมืองที่เดิมพันด้วยชีวิตของตระกูลซูและกองทัพพิทักษ์แดนเหนือ ในคืนนี้ ฮ่องเต้จิ้นจงทรงส่งราชโองการลับมาบีบให้เฟยหลงเลือกทางเดิน ระหว่างการส่งตัวซูจิ่นเหยาไปรับโทษฐานกบฏ หรือการถูกปลดจากตำแหน่งแม่ทัพและนำทหารทั้งหมดกลับเข้าเมืองหลวงเพื่อรอวันประหาร ทว่า ฮ่องเต้กลับทรงลืมไปว่า... หมากตัวนี้ที่พระองค์ทรงคิดว่าควบคุมได้ แท้จริงแล้วคืองูพิษที่ซ่อนเขี้ยวเล็บไว้ลึกที่สุด "เจ้าแน่ใจหรือว่า ข้อมูลในม้วนผ้าแพรนี้จะล้มล้างราชโองการของฮ่องเต้ได้?" เฟยหลงตรัสถาม พลางปรายพระเนตรไปยังม้วนผ้าแพรสีเหลืองทองที่วางอยู่กึ่งกลางโต๊ะ มันคือหลักฐานการทุจริตและสมรู้ร่วมคิดกับชนเผ่าทางใต้ของเสนาบดีคลัง ขุนนางคนสนิทของฮ่องเต้จิ้นจงเอง "หม่อมฉันไม่เคยเดิมพันด้วยชีวิตของบิดาและ... ความปลอดภัยของพระองค์ด้วยความไม่แน่นอนเพคะ" จิ่นเหยาเอ่ยคำว่า 'ความปลอดภัยของพระองค์' แผ่วเบา แต่กลับสะั่นสะเทือนหัวใจของท่านอ๋องผู้ไร้ใจให้ไหววูบได้อย่างน่าประหลาด นานนับปีที่เฟยหลงปิดตายหัวใจหลังจากสูญเสียมารดาและสหายสนิทในเหตุการณ์กบฏวังหลวง เขาเป็นดั่งก้อนน้ำแข็งที่ผู้คนต่างหวาดกลัว ทว่า ยอดกุนซือหญิงผู้นี้ กลับค่อยๆ หลอมละลายกำแพงน้ำแข็งนั้นด้วยสติปัญญาและสายตาที่เข้าใจในความโดดเดี่ยวของเขาอย่างถ่องแท้ "จิ่นเหยา..." เฟยหลงเรียกพระนามนางด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย แววตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งยากหยั่งถึง "หากแผนการนี้ล้มเหลว เจ้าก็รู้ว่าจุดจบคือความตาย" "หม่อมฉันเตรียมใจไว้ตั้งแต่ก้าวเข้าสู่ค่ายทหารแดนเหนือแล้วเพคะท่านอ๋อง หากแต่ว่า... คนที่จะต้องตายในคืนนี้ มิใช่หม่อมฉันและท่านอย่างแน่นอน" จิ่นเหยาผุดลุกขึ้นยืน ชายผ้าคลุมยาวลากพื้น ส่งเสียงเสียดสีกับพรมปูพื้นเบาๆ นางเดินไปที่หน้าต่างบานแกะสลัก เปิดออกรับสายลมหนาวที่พัดพาเกล็ดหิมะโปรยปรายเข้ามา ทิวทัศน์เบื้องล่างคือค่ายทหารอันกว้างใหญ่ที่เงียบสงบ แต่ทว่า... เงาสะท้อนจากแสงจันทร์กลับปรากฏเงาคนนับร้อยกำลังเคลื่อนไหวเข้าใกล้ตำหนักเรื่อยๆ "พวกมันมาเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้นะคะ" จิ่นเหยาเอ่ยขึ้นโดยไม่หันกลับมามอง เฟยหลงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง รัศมีแห่งความเป็นผู้นำทัพแผ่ซ่านไปทั่วห้อง ทรงคว้ากระบี่ประจำพระองค์ขึ้นมาคาดไว้ที่เอว แววตาคมกริบทอประกายอำมหิตขึ้นมาอีกครั้ง "ดูเหมือนว่าสุนัขรับใช้ในวังหลวงจะร้อนใจอยากลิ้มลองความตายกันเสียแล้ว" "ให้หม่อมฉันจัดการเรื่องนี้เถอะเพคะ" จิ่นเหยาหันกลับมา รอยยิ้มเย้ายวนแต่ทว่าเย็นยะเยือกปรากฏขึ้นบนใบหน้า "เจ้าจะทำอะไร?" "เล่นตามบทละครที่ฝ่าบาททรงเขียนไว้... แต่เราจะเป็นผู้เปลี่ยนฉากจบเองเพคะ" นางหยิบขวดกระเบื้องเคลือบขนาดเล็กออกจากแขนเสื้อ เทหยดของเหลวสีใสลงในถ้วยชาของฮ่องเต้ที่หน่วยลับเพิ่งจะขโมยมาจากขันทีหลวง ก่อนจะเลื่อนถ้วยนั้นไปไว้ตรงหน้าเฟยหลง พร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้ท่านอ๋องถึงกับต้องชะงัก ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะเริ่มเดินหมากตาสำคัญ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็หยุดลงที่หน้าประตูตำหนัก พร้อมกับเสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างเกริกเกรกราญ ขันทีหน้าขาวผู้เป็นคนสนิทของฮ่องเต้เอ่ยขึ้นด้วยเสียงแหลมสูงที่ลอดผ่านเข้ามาในห้อง "ชินอ๋องเฟยหลง! มีพระราชโองการด่วนจากเมืองหลวง... ให้เปิดประตูรับรับสั่งเดี๋ยวนี้!" เฟยหลงและจิ่นเหยาสบตากันเพียงเสี้ยววินาที ความเข้าใจอันลึกซึ้งผ่านทางสายตาทำให้ไม่ต้องเอ่ยคำใดๆ เพิ่มเติม ท่านอ๋องผู้ไร้ใจทรุดพระองค์ลงประทับที่เก้าอี้ตามเดิม ทรงยกถ้วยชาที่จิ่นเหยาเพิ่งหยดของเหลวลงไปขึ้นมาจดริมพระโอษฐ์อย่างไม่สะทกสะท้าน ทว่า... ในวินาทีที่ท่านอ๋องกำลังจะยกถ้วยขึ้นจิบเพื่อเปิดฉากล่อเสือออกจากถ้ำนั้นเอง ประตูไม้บานใหญ่ก็ถูกถีบกระเด็นหลุดออกจากวงกบด้วยพลังภายในอันกล้าแกร่ง ร่างของเงาปริศนาในชุดดำสนิทพุ่งทะยานเข้ามาพร้อมกับประกายกระบี่ที่พุ่งตรงมายังพระ2เศียรของชินอ๋องโดยไม่รอฟังพระราชโองการใดๆ ทั้งสิ้น! ไป๋เหลียนฮวาหวังว่าเรื่องราวในคืนนี้จะทำให้ท่านนักอ่านหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงผู้ปิดแผ่นดินกับท่านอ๋องผู้ไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%