กุนซือหญิงผู้ปิดแผ่นดินกับท่านอ๋องผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 10

จดหมายจากอดีต

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
กลิ่นอายจางๆ ของหมึกจีนชั้นดีผสมผสานกับกลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณในหีบไม้จันทน์หอม คละคลุ้งอยู่ทั่วห้องหนังสือลับใต้ตำหนักอุดร แสงจากตะเกียงน้ำมันสำริดส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของซูจิ่นเหยาให้ดูคมชัดราวกับภาพวาดพู่กันจีน ปลายน้องเรียวเสี้ยวหนึ่งกำลังคีบแผ่นกระดาษสาเก่าคร่ำคร่าที่มีรอยไหม้เกรียมตรงขอบขึ้นมาพินิจอย่างระมัดระวัง ตัวอักษรหวัดแกมบรรจงที่ถูกบันทึกด้วยลายมืออันคุ้นเคย ทำให้ลมหายใจของนางสะดุดไปชั่วขณะ นั่นคือลายมือของบิดา... อดีตมหาเสนาบดีซู ผู้ต้องโทษประหารในคดีกบฏเมื่อเจ็ดปีก่อน "เจ้าพบมันที่ใด" เสียงทุ้มต่ำดั่งก้อนศิลาบดบังคับก้องกังวานขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ชินอ๋องเฟยหลงก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหลัง เงาสูงใหญ่ของพระองค์ทอดทาบลงมาปกคลุมร่างระหงของนางไว้ทั้งหมด มือหนาเอื้อมมาแตะลงบนไหล่มนเบาๆ เป็นเชองถ่ายทอดความอบอุ่นและความมั่นคง ท่ามกลางคลื่นลมพายุแห่งราชสำนักที่กำลังโหมกระหน่ำ ซูจิ่นเหยาไม่ตอบในทันที นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวในอก ดวงตาคู่คมกวาดมองข้อความบนกระดาษแผ่นนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า "ในผนึกซ่อนของหีบสมบัติประจำตระกูล... ที่เพิ่งถูกลักลอบส่งมาถึงจวนอ๋องเมื่อยามสามเพ่งค่ะ ท่านอ๋อง พระองค์ทรงทอดพระเนตรนี่สิคะ นี่ไม่ใช่ร่องรอยการยักยอกเสบียงอย่างที่ฮ่องเต้และขุนนางกังฉินกล่าวหา... แต่เป็นรายชื่อของขุนนางในราชสำนักกว่าครึ่ง ที่ลักลอบแอบอ้างตราประทับของกองทัพแดนเหนือเพื่อค้าอาวุธเถื่อนกับชนเผ่าทางใต้ต่างหาก" เฟยหลงก้มลงมองตัวอักษรเหล่านั้น นัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยววقرหรี่แคบลง รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากพระวรกายจนบรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงถนัดตา "ฝ่าบาททรงทราบเรื่องนี้... หรืออาจทรงมีส่วนรู้เห็นตั้งแต่แรก ตระกูลซูจึงต้องกลายเป็นแพะรับบาป เพื่อปกปิดความเน่าเฟะของราชสำนักชุดนี้" คำพูดนั้นหนักหน่วงราวน้ำ ภาชนะกระเบื้องเคลือบในใจของซูจิ่นเหยาแตกสลายลงทีละน้อย แม้จะคาดเดาความจริงนี้มานานนับปี แต่เมื่อหลักฐานปรากฏชัดเจนต่อหน้า หัวใจของนางกลับเจ็บแปลบราวนโยบายทิ่มแทง เจ็ดปีที่นางต้องหลบซ่อนตัว เจ็ดปีที่นางต้องวางแผนเดินหมากทุกตาด้วยความระมัดระวังเพื่อรอวันชำระแค้น ทุกอย่างถูกหล่อหลอมด้วยความแค้นเคืองและหยาดน้ำตา "หม่อมฉันจะไม่ยอมให้ท่านพ่อต้องตายอย่างอยุติธรรมเด็ดขาดค่ะ" จิ่นเหยาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มั่นคงดั่งหินผา ชินอ๋องเฟยหลงขยับกายเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนกลิ่นอายบุรุษเฉพาะตัวโอบล้อมกายนางไว้ พระองค์โน้มพระพักตร์ลงกระซิบข้างใบหูขาวผ่อง น้ำเสียงทุ้มต่ำเปี่ยมด้วยความดุดันและคำมั่นสัญญาที่หนักแน่นยิ่งกว่าสิ่งใด "จิ่นเหยา... จำคำของเปิ่นหวังไว้ ต่อให้ฟ้าดินจะพลิกคว่ำ หรือราชบัลลังก์นี้จะต้องนองเลือด แผ่นดินนี้... ก็ไม่มีผู้ใดกล้าแตะต้องตัวเจ้าได้ หากพวกมันต้องการทำลายเจ้า พวกมันต้องก้าวข้ามซากศพของเปิ่นหวังไปเสียก่อน" หัวใจของกุนซือสาวกระตุกวูบ ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในอกท่ามกลางความหนาวเหน็บ นางเงยหน้าขึ้นสบกับดวงเนตรลึกล้ำคู่นั้น ในแววตาของชินอ๋องไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย มีเพียงความเด็ดเดี่ยวและห้วงอารมณ์ลึกซึ้งที่ซ่อนเร้นไว้ภายใต้หน้ากากความเยือกเย็นมาตลอด ทว่า... ก่อนที่ทั้งสองจะได้เอื้อMคำใดเพิ่ม เสียงฝีเท้าฝלกหนักหลายคู่ก็ดังขึ้นกะทันหันที่ด้านนอกประตูตำหนักอุดร ตามด้วยเสียงเคาะเกราะเหล็กกระทบกันอย่างเร่งรีบ "ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!" เสียงขององครักษ์เอกดังลอดเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "กองกำลังราชองครักษ์เสื้อแพรจากในวังหลวง นำโดยขันทีเอกข้างกายฝ่าบาท มาปิดล้อมตำหนักอุดรไว้หมดแล้วพ่ะย่ะค่ะ! พวกมันอ้างว่าได้รับราชโองการด่วน... ให้เข้าตรวจค้นหาหลักฐานการสมคบคิดกับกบฏในจวนแห่งนี้พ่ะย่ะค่ะ!" ชินอ๋องเฟยหลงและซูจิ่นเหยาสบตากันทันที รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมพระoษของท่านอ๋องผู้ไร้ใจ ขณะที่นิ้วเรียวยาวของซูจิ่นเหยากำจดหมายในมือแน่นจนยับยู่ยี่ เกมนี้... ฝ่าบาททรงเดินหมากตาแรกเร็วกว่าที่คาดไว้เสียอีก หวังว่าเรื่องราวในคืนนี้จะทำให้ท่านนักอ่านหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงผู้ปิดแผ่นดินกับท่านอ๋องผู้ไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%