กลิ่นอับชื้นของหยาดฝนที่โปรยปรายลงมาบรรจบกับกลิ่นสนิมเหล็กและกลิ่นอายโลหิตจาง ๆ คลุ้งตลบอบอวลอยู่ภายในค่ายพักแรมร้างริมชายป่า เม็ดฝนด้านนอกโหมกระหน่ำซัดสาดราวกับฟ้าดินกำลังพิโรธ เสียงคำรามกึกก้องของสายฟ้าฟาดผ่าลงมาเป็นระยะ ฉีกกระชากความมืดมิดของรัตติกาลให้สว่างวาบขึ้นในพริบตา เผยให้เห็นเงาร่างสูงตระหง่านของชินอ๋องเฟยหลงที่ยืนนิ่งสงบดั่งรูปสลักหิน ทว่าแผ่นหลังกว้างนั้นกลับสั่นเทาเล็กน้อยด้วยพิษไข้ที่กำลังกัดกินร่างกายอย่างเงียบเชียบ
ซูจิ่นเหยากวาดสายตาคมปลาบมองร่องรอยบาดแผลฉกรรจ์บนหัวไหล่ของบุรุษตรงหน้า เลือดสีเข้มที่ซึมผ่านอาภรณ์สีเข้มจนแทบแยกไม่ออก บัดนี้เริ่มส่งกลิ่นอายอันตราย นางรู้ดีว่าลูกธอาบยาพิษจากมือมือสังหารของฮ่องเต้นั้นร้ายกาจเพียงใด หากปล่อยไว้จนถึงยามรุ่งสาง แม้แต่เซียนยาสวรรค์ก็ยากจะยื้อชีวิตเขาไว้ได้
"ท่านอ๋อง... ดื้อดึงเช่นนี้ไปเพื่ออะไรกันเจ้าคะ" น้ำเสียงของนางราบเรียบ ทว่าสั่นเครือด้วยความกังวลที่พยายามเก็บซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความเยือกเย็น
เฟยหลงแค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้าคมคายซีดเผือดจนไร้สีเลือด นัยน์ตาคมกริบดั่งพญาอินทรีมองตรงมาที่นางอย่างดื้อรั้น "เปิ่นหวาง... ต้องมีชีวิตรอดเพื่อสะสางบัญชีแค้นนี้ เจ้าต่างหาก... เหตุใดจึงไม่ยอมหนีไปพร้อมกับม้าเร็วที่เปิ่นหวางจัดเตรียมไว้ให้ ทำไมต้องเอาชีวิตมาเสี่ยงในสถานที่ผุพังแห่งนี้กับคนไร้ใจเช่นข้าด้วย"
ซูจิ่นเหยาไม่ตอบคำถามนั้น นางก้าวเข้าไปประชิดร่างสูงอย่างไม่เกรงกลัวความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเขา นิ้วเรียวประณีตดั่งหยกขาวเอื้อมไปปลดสายคาดเอวและอาภรณ์ชุ่มโชกของเขาออกอย่างไร้ความลังเล สัมผัสอุ่นร้อนจากผิวเนื้อที่แผดเผาด้วยพิษไข้ทำให้ปลายนิ้วของนางสะท้านเล็กน้อย นางดึงสติกลับมาอย่างรวดเร็ว คว้ามีดสั้นที่ผ่านการลนไฟมาร้อน ๆ เตรียมลงมือผ่าเอาหัวลูกธูบออกจากเนื้อเยื่อที่เริ่มเน่าเปื่อย
"เพราะหม่อมฉันไม่อยากให้ความพยายามทั้งหมดสูญเปล่า... และเพราะหม่อมฉันไม่อยากเห็นท่านตายอย่างไร้ค่าเช่นนี้อย่างไรเล่าเจ้าคะ" นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาคู่คมฉายประกายเด็ดเดี่ยวและห่วงใยอย่างไม่ปิดบังอีกต่อไป
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ท่ามกลางเสียงพายุฝนที่โหมกระหน่ำด้านนอก หัวใจของบุรุษผู้ไม่เคยเกรงกลัวผู้ใดกลับกระตุกวูบอย่างรุนแรง เฟยหลงมองสตรีตรงหน้า ผู้ซึ่งแบกรับความแค้นของตระกูลไว้บนบ่าบอบบาง แต่วินาทีนี้กลับยอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อยื้อลมหายใจของเขาไว้ แววตาดุดันเยือกเย็นที่เคยมีบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งอ่อนโยนอย่างยากจะหาคำบรรยาย มือหนาเอื้อมขึ้นกุมข้อมือเรียวของนางไว้แน่น ราวกับต้องการยึดเหนี่ยวสิ่งเดียวในโลกที่ยังหลงเหลืออยู่
"เจ้ารู้หรือไม่... การทำเช่นนี้ เท่ากับเจ้าผูกชะตาชีวิตของตนเองไว้กับกบฏในสายตาของบัลลังก์มังกร" เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอ่ยกระซิบชิดริมฝีปากของนาง ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่บนพวงแก้มเนียน
"หม่อมฉันไม่เคยกลัวอำนาจมืดใด ๆ ตั้งแต่ก้าวเข้าสู่เกมการเมืองนี้แล้วเพคะ... อดทนหน่อยนะเจ้าคะ"
ซูจิ่นเหยาเอ่ยปลอบโยนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ก่อนจะลงมือกรีดปลายมีดลงบนบาดแผลอย่างแม่นยำและรวดเร็ว แม้ความเจ็บปวดจะแล่นพล่านไปทั่วร่างจนเฟยหลงต้องขบกรามแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ทว่าเขากลับไม่หลุดเสียงร้องออกมาแม้แต่น้อย มีเพียงมืออีกข้างที่โอบกระชับเอวบางของนางเข้าหาตัวเพื่อระบายความเจ็บปวด ความใกล้ชิดที่ไร้ซึ่งระยะห่าง ทำให้หัวใจของทั้งสองดวงเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ท่ามกลางกลิ่นคาวเลือดและหยาดฝนที่โปรยปราย
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าใดไม่มีใครล่วงรู้ จนกระทั่งพิษร้ายถูกขับออกมาและบาดแผลถูกพันธนาการด้วยผ้าสะอาดเรียบร้อย เฟยหลงหมดสติลงด้วยความอ่อนเพลีย ซูจิ่นเหยาถอนหายใจด้วยความโล่งอก นางใช้แขนเสื้อซับเหงื่อบนหน้าผากให้เขาอย่างเบามือ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งเฝ้าข้างกายไม่ห่าง ทว่าในขณะที่บรรยากาศภายในห้องโถงร้างกำลังปกคลุมด้วยความเงียบสงบอันเปราะบางนั้นเอง...
ก๊อก ก๊อก ก๊อก...
เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นสามครั้งท่ามกลางเสียงพายุฝน ประตูไม้ผุพังถูกผลักให้เปิดออกช้า ๆ พร้อมกับร่างของเงาดำสายหนึ่งที่ก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบ พร้อมกับชูราชโองการลับประทับตราหยกมังกรทองขึ้นสูงต่อหน้าซูจิ่นเหยา... "กุนซือซู... ฮ่องเต้มีรับสั่งด่วน สั่งให้ท่านสังหารชินอ๋องด้วยมือตนเองภายในคืนนี้ มิฉะนั้นเก้าชั่วโคตรของตระกูลซูจะต้องถูกประหารราบเป็นหน้ากลอง!"
หวังว่าเรื่องราวในคืนนี้จะทำให้ท่านนักอ่านหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
กุนซือหญิงผู้ปิดแผ่นดินกับท่านอ๋องผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 11
ท่ามกลางพายุฝน
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงผู้ปิดแผ่นดินกับท่านอ๋องผู้ไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!