กุนซือหญิงผู้ปิดแผ่นดินกับท่านอ๋องผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 12

ความจริงที่มาพร้อมคำสาป

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
“หากสามคำให้การในคราวนั้นคือความสัตย์... ไฉน ‘ตราหยกมังกรคู่’ ที่ควรอยู่ในหีบพระราชทรัพย์ลับ จึงไปปรากฏอยู่ใต้พื้นเรือนของตระกูลซูเล่า ใต้เท้าซู?” สุ้มเสียงแหบพร่าดั่งกระดาษทรายถูกกรีดกั้นด้วยสายลมหนาวเหน็บยามรัตติกาล ทว่ากลับดังก้องกังวานบาดลึกถึงขั้วหัวใจของผู้ฟังยิ่งนัก ภายในห้องโถงใหญ่ของเรือนรับรองแคว้นเป่ยอาน กลิ่นอายของความตายและคราบโลหิตจางๆ ยังคงลอยอวลปะปนไปกับควันธูปที่มอดไหม้จนเกือบหมดดอก ร่างโปร่งระหงของซูจิ่นเหายืนนิ่งสงบดั่งรูปสลักหยกขาว นางไม่ได้สะท้านสะเทือนต่อสายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวราตรีของมหาดเล็กหลวงที่ก้าวเข้ามาพร้อมราชโองการลับ อาภรณ์ผ้าไหมปักลายเมฆาและหงส์สีชาดของนางสะท้อนแสงตะเกียงวับแวม ขับเน้นใบหน้างามล้ำที่เยือกเย็นจนน่าใจหาย เบื้องหน้าของนาง ชินอ๋องเฟยหลงประทับนั่งนิ่งสนิทอยู่บนเก้าอี้พนักไม้พยุงจันทร์ พระพักตร์คมคายดั่งสลักจากหินผานั้นเรียบเฉยไร้ระลอกคลื่น ทว่าดวงเนตรคมกลาบกลับทอประกายลึกล้ำราวกับห้วงสมุทรที่กำลังสะสมพลังแห่งพายุใหญ่ พระหัตถ์หนากำจอกชาในพระหัตถ์แน่นจนข้อนิ้วปรากฏรอยขาวซีด—ความเงียบงันระหว่างเขากับนางในยามนี้ หนักหน่วงเสียยิ่งกว่ากองทัพนับหมื่นที่ประจันหน้ากันในสนามรบ “ใต้เท้าซูผู้ล่วงลับ บิดาผู้ซื่อสัตย์สุจริตจนตัวตายของเจ้า คงไม่คาดคิดกระมัง ว่าความจงรักภักดีที่ถวายหัวให้ราชสำนัก จะถูกตอบแทนด้วยข้อหา ‘สมคบคิดซ่อนเร้นขุมทรัพย์หลวงเพื่อก่อกบฏ’ เช่นนี้” มหาดเล็กผู้ถือราชโองการแย้มยิ้มเหี้ยมเกรียม ยื่นม้วนพระราชโองการประทับตราหยกทองคำลงบนโต๊ะไม้หอม ซูจิ่นเหายังคงไม่ขยับเขยื้อน ปลายเล็บเรียวสวยจิกเข้ากับฝ่ามือภายใต้แขนเสื้อกว้างจนเนื้อแทบปริ นางรู้ดีว่านี่ไม่ใช่การสอบสวน แต่คือ ‘พิธีประหารชีวิตทางจิตวิญญาณ’ ที่ฮ่องเต้จิ้นจงทรงจงใจจัดฉากขึ้น เพื่อถอนรากถอนโคนตระกูลซูให้สิ้นซาก และที่สำคัญที่สุด... เพื่อตัดแขนตัดขาความน่าเชื่อถือของชินอ๋องเฟยหลง ผู้เป็นสหายร่วมรบและพดุงความยุติธรรมของนาง “ขุมทรัพย์หลวงสามแสนตำลึงที่หายไปจากคลังพระคลังข้างที่ เมื่อเจ็ดปีก่อน...” สุ้มเสียงหวานกังวานเอ่ยขึ้นแผ่วเบา ทว่ามั่นคงกังวาน ราวกับเสียงพิณที่ถูกดีดท่ามกลางความเงียบงัน “มิใช่ว่าถูกยักย้ายถ่ายเทไปเพื่อใช้เป็นทุนสนับสนุนกองทัพพิทักษ์ชายแดนแดนเหนือหรอกหรือเพคะ? ขุนนางผู้ใหญ่ในราชสำนักต่างรู้ดีแก่ใจ เหตุไฉนจึงโยนความผิดบาปนี้ให้ตระกูลซูผู้เป็นเพียงผู้ตรวจบัญชีเล่า” “บังอาจ!” มหาดเล็กตบโต๊ะเสียงดังสนั่น “เจ้าเป็นเพียงบุตรสาวของนักโทษกบฏ กล้าดียังไงมากล่าวหาเบื้องสูง!” “พอได้แล้ว” สุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นเพียงคำเดียว บรรยากาศภายในห้องโถงก็พลันลดฮวบลงจนอุณหภูมิติดลบ ชินอ๋องเฟยหลงค่อยๆ วางจอกชาลง เสียงกระทบเบาๆ ดั่งเสียงระฆังมรณะ พระวรกายสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวพระบาทเข้ามาประชิดเบื้องหลังร่างของซูจิ่นเหา กลิ่นอายบุรุษเพศอันคุ้นเคยและไออุ่นจากกายของพระองค์โอบล้อมร่างนางไว้โดยปริยาย แม้พระพักตร์จะมิได้ทอดพระเนตรมองนางตรงๆ ทว่าแผ่นหลังกว้างนั้นเปรียบเสมือนกำแพงเหล็กที่พร้อมปกป้องนางจากคมหอกคมดาบของทั่วหล้า “สือเป่ย” ชินอ๋องเอ่ยเรียกองครักษ์เงา “พาตัวมหาดเล็กผู้นี้ออกไปรอรับพระราชโองการฉบับใหม่ที่นอกเรือน หากยังกล้าสามหามต่อหน้าพระชายา... ข้าจะให้เจ้าตัดลิ้นมันเสีย” “พ่ะย่ะค่ะ!” สือเป่ยตอบรับด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ก่อนจะพุ่งเข้ากระชากแขนมหาดเล็กหลวงผู้นั้นลากออกไปอย่างไม่เกรงใจ สร้างความตื่นตระหนกจนอีกฝ่ายหน้าถอดสี กรีดร้องโวยวายลั่นเรือนก่อนเสียงจะเงียบหายไปในความมืดมิดของราตรี เมื่อเหลือเพียงคนทั้งสองในห้องโถงกว้าง แสงจากเปลวเทียนวับแวมสาดส่องกระทบใบหน้าของชินอ๋องและกุนซือสาว ซูจิ่นเหายังคงก้มหน้ามองพื้น นางพยายามกลั้นหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นที่เอ่อล้นขึ้นมาขอบตา ตระกูลซูต้องแปดเปื้อนความอัปยศ บิดาต้องตายอย่างโดดเดี่ยวในคุกหลวงด้วยข้อหาที่ไม่ได้ก่อ และตัวนางเองก็ต้องใช้ชีวิตอยู่บนเส้นด้ายแห่งการแก้แค้นมาตลอดหลายปีนี้ ทุกอย่างล้วนมีเบื้องหลังที่เกี่ยวพันกับ ‘คำสาป’ ประจำราชวงศ์—ความลับเรื่องขุมทรัพย์หลวงที่ใครล่วงรู้จะต้องมีอันเป็นไป “เจ้ายังดื้อดึงที่จะเดินหน้าสืบเรื่องนี้ต่อไปอีกหรือ จิ่นเหยา” สุ้มเสียงของชินอ๋องอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อเหลือเพียงเราสอง ทว่ายังคงเต็มไปด้วยความกังวลลึกซึ้ง พระหัตถ์อุ่นจัดยื่นออกไปแตะที่ไหล่บอบบางของนางเบาๆ “ฮ่องเต้ทรงจ้องมองทุกฝีก้าวของเจ้า ตราหยกคู่ที่ถูกพบใต้พื้นเรือน... เป็นแผนการที่พระองค์ทรงวางไว้เพื่อบีบให้ข้าต้องเลือก ระหว่าง ‘แผ่นดิน’ กับ ‘ตัวเจ้า’ ” ซูจิ่นเหายิ้มหยันให้กับชะตากรรม นางค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับพระองค์ ดวงตากลมโตคู่งามที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาใสๆ สะท้อนภาพใบหน้าเคร่งเครียดของบุรุษผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในแคว้น “ท่านอ๋องทรงคิดว่า หม่อมฉันมีทางเลือกอื่นด้วยหรือคะ?” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย ทว่าแววตากลับเด็ดเดี่ยวไม่แพ้ผู้ใด “หากตระกูลซูต้องยอมรับความผิดที่ไม่ได้ก่อเพื่อแลกกับการมีชีวิตรอดอย่างน่าสมเพช สู้ให้หม่อมฉันตายพร้อมกับความจริงในวันนี้เสียยังดีกว่า... เพคะ” เฟยหลงมองสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่หลากลาย ทั้งเจ็บปวด ชื่นชม และรักลึกซึ้งจนแทบหายใจไม่ออก สตรีผู้นี้ช่างดื้อรั้นและอาจหาญยิ่งนัก นางไม่เคยเกรงกลัวต่ออำนาจใดๆ บนโลกใบนี้ ยกเว้นเพียงอย่างเดียว... คือการสูญเสียความจริงที่บิดาแลกมาด้วยชีวิต พระองค์เอื้อมพระหัตถ์ไปประคองใบหน้างามขึ้นอย่างทะนุถนอม นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยหยาดน้ำตาที่รินไหลอาบแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นซ่านนั้นทำให้หัวใจของซูจิ่นเหากระตุกวูบ “เจ้าไม่ต้องแบกรับมันไว้คนเดียว...” พระองค์กระซิบชิดริมฝีปาก นางสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะปนกับความมุ่งมั่นอันแรงกล้า “ต่อให้ทั่วหล้าจะตราหน้าว่าตระกูลซูเป็นกบฏ แต่ถ้าข้าบอกว่าเจ้าบริสุทธิ์... ต่อให้ต้องคว่ำบัตรทองของฮ่องเต้ ข้าก็จะทำ” ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความรักอันมั่นคงดั่งหินผา ทันใดนั้นเอง— *กริ๊ง...* เสียงกระดิ่งทองเหลืองที่ผูกไว้กับประตูหน้าเรือนดังขึ้นแผ่วเบา ท่ามกลางความเงียบสงบยามดึกสงัด สือเป่ยพุ่งพรวดเข้ามาในห้องด้วยใบหน้าซีดเผือด แววตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกอย่างที่สตรีผู้เยือกเย็นอย่างนางไม่เคยเห็นมาก่อน “ท่านอ๋อง! พระชายา!แย่แล้วพ่ะย่ะค่ะ...” สือเป่ยหอบหายใจถี่กระชั้น คุกเข่าลงเบื้องพระพักตร์ “กองกำลังราชองครักษ์เสื้อแพรนับพันนาย นำโดยไต้ซือจากสำนักชิงหยุน... กำลังปิดล้อมเรือนรับรองของเราไว้หมดแล้วพ่ะย่ะค่ะ!” ชินอ๋องเฟยหลงขมวดพระพักตร์แน่น ดวงเนตรคมกลาบหรี่แคบลงทันที “ด้วยข้อหาอันใด?” พระองค์ตรัสถามเสียงต่ำ สือเป่ยกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะยื่นห่อผ้าไหมสีดำที่เพิ่งไปเก็บตกได้จากหน้าประตูเรือนให้ ทั้งสองก้มลงมอง... ภายในนั้นคือ ‘กริชทองคำโบราณสลักลายงูสวรรค์’ ซึ่งเป็นอาวุธประจำกายของ ‘องค์ชายรัชทายาท’ ที่เพิ่งถูกลอบปลงพระชนม์ในวังหลวงเมื่อหนึ่งชั่วยามก่อน! พร้อมกับกระดาษสาแผ่นเล็กที่แนบมาด้วย ลายมือหวัดๆ ที่เขียนด้วยหมึกดำสนิทระบุข้อความสั้นๆ ว่า— *“หลักฐานการสมคบคิดระหว่างชินอ๋องและกุลซูตระกูลซู ในการปลงพระชนม์รัชทายาท... โทษประหารเก้าชั่วโคตรไร้ข้อยกเว้น”* หวังว่าเรื่องราวในคืนนี้จะทำให้ท่านนักอ่านหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ จากใจ... ไป๋เหลียนฮวา
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงผู้ปิดแผ่นดินกับท่านอ๋องผู้ไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%