กุนซือหญิงผู้ปิดแผ่นดินกับท่านอ๋องผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 15

พันธสัญญาเลือด

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำดั่งก้อนหินกระทบกันในลำคอของชินอ๋องเฟยหลงดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันทึบของตำหนักบูรพา แสงสว่างจากตะเกียงน้ำมันสำริดขับให้เงาร่างของเขาทอดยาวทาบทับลงบนแผนที่ยุทธศาสตร์แผ่นใหญ่ที่กางอยู่บนโต๊ะไม้จันทน์ "ปลาตัวใหญ่..." นิ้วเรียวยาวดั่งหยกสลักของท่านอ๋องเคาะลงเบาๆ บนจุดยุทธศาสตร์ที่แสดงถึงคลังเสบียงหลวงริมฝั่งแม่น้ำฮวงโห ดวงเนตรคมกลาบกริบดั่งใบมีดหันกลับมามองสตรีเบื้องหน้า "เหยื่อในAวนนี้มิใช่คนอื่นไกล แต่เป็นเสด็จอาผู้ปรีชาสามารถของเปิ่นหวางเองมิใช่หรือ" ซูจิ่นเหยาแย้มสรวลน้อยๆ รอยยิ้มของนางงดงามราวกับบุปผาหลีฮวาที่ผลิบานท่ามกลางค่ำคืนอันหนาวเหน็บ แต่นัยน์ตากลับปราศจากความขบขันแม้แต่น้อย นางก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะไม้จันทน์อีกก้าวหนึ่ง อาภรณ์สีม่วงเข้มปักลายเมฆาด้วยดิ้นทองเคลื่อนไหวตามจังหวะก้าวเดินอย่างสง่างามราวกับสายน้ำไหล ปลายแขนเสื้อกว้างสะบัดเล็กน้อยยามที่นางยกมือขึ้นรินชาอุ่นลงในจอกกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่ "อ๋องผู้สำเร็จราชการแผ่นดินย่อมมีความทะเยอทะยานสูงส่งยิ่งเพคะ" เสียงหวานทุ้มกังวานกังวานก้องในห้องทรงอักษรที่ปิดทึบ "เขาคิดว่าการกุมอำนาจคลังเสบียงแดนเหนือไว้ในมือจะสามารถบีบคั้นให้กองทัพของพระองค์ต้องสยบลงได้ แต่เขากลับหลงลืมไปว่า... หมากที่เขาคิดว่าเป็นผู้ควบคุม แท้จริงแล้วเป็นเพียงเหยื่อล่อที่เดินเข้ามาในรัศมีที่พวกเราขึงตาข่ายรอไว้เสียแล้ว" เฟยหลงรับจอกชามาจากเรียวนิ้วเรียวของนาง ปลายนิ้วของทั้งสองสัมผัสกันเพียงชั่วเสี้ยวลมหายใจ ทว่ากระแสความร้อนระอุกลับแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กายของบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าไร้ใจ ดวงตาคมกلامลึกซึ้งคู่นั้นจ้องมองนางไม่วางตา "เจ้าไม่กลัวหรือจิ่นเหยา..." น้ำเสียงของเขาอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อเอ่ยชื่อนาง ต่างจากยามที่ใช้สนทนากับขุนนางในท้องพระโรง "การเล่นกับไฟเช่นนี้ หากพลาดพลั้งแม้เพียงนิดเดียว หัวบนบ่าของเจ้า... และสกุลซูที่เจ้าพยายามฟื้นฟู จะมิอาจเหลือแม้แต่เถ้าธุลี" ซูจิ่นเหยาชะงักไปชั่วลมหายใจ รอยยิ้มบนเรียวปากบางจางหายไปแทนที่ด้วยความเยือกเย็นอันล้ำลึก นางเงยหน้าสบตากับบุรุษผู้ทรงอำนาจที่สุดในแดนเหนือผู้นี้อย่างไม่เกรงกลัว "หม่อมฉันแบกความแค้นของตระกูลซูไว้บนบ่า ชีวิตนี้หากมิอาจล้างมลทินให้ท่านปู่และบิดาได้ การมีชีวิตอยู่ก็เป็นเพียงวิญญาณเร่ร่อนในร่างมนุษย์เท่านั้นเพคะท่านอ๋อง" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าทุกคำกลับหนักแน่นดั่งศิลาผา "อีกอย่าง... หม่อมฉันเชื่อมั่นในสายตาของตนเอง และเชื่อมั่นในพระปรีชาสามารถของชินอ๋องผู้ทรงคุณธรรมว่าจะไม่ยอมปล่อยให้เหยื่อหลุดมือไปได้ง่ายๆ" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ท่ามกลางกลิ่นหอมจางๆ ของชาผู่อ่อร์และกลิ่นอายโลหะจางๆ ที่ติดกายของแม่ทัพหนุ่ม เฟยหลงมองสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะบรรยาย หลายปีที่ผ่านมา เขาพบเจอสตรีมานับไม่ถ้วน ทั้งบุตรีขุนนางสูงศักดิ์ นางโลมผู้เลอโฉม หรือองค์หญิงต่างแคว้น แต่ไม่มีผู้ใดเลยที่สามารถยืนเคียงบ่าเคียงไหล่ ทอดมองเกมการเมืองอันโสมmและอำนาจมืดด้วยดวงตาที่ปราศจากความหวาดกลัวเช่นนาง ซูจิ่นเหยาไม่ได้เป็นเพียงกุนซือผู้ปราดเปรื่อง แต่... นางคือส่วนที่เติมเต็มความมืดมนในใจของเขาให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง "เจ้าช่างกล้าต่อรองกับเปิ่นหวางนัก" เฟยหลงวางจอกชาลงบนโต๊ะเสียงดังกระทบกันเบาๆ ก่อนจะสาวเท้าเข้ามาประชิดตัวนาง ร่างสูงใหญ่กักขังนางไว้ระหว่างโต๊ะไม้จันทน์กับอ้อมแขนของเขา ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นอายสนธยาปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียนนุ่ม ซูจิ่นเหยาหัวใจกระตุกวูบ แต่นางยังคงรักษาความนิ่งสงบไว้ได้อย่างแนบเนียน แม้แพขนตายาวจะสั่นไหวเล็กน้อยตามสัญชาตญาณของการป้องกันตัวก็ตาม "หม่อมฉันมิได้ต่อรองเพคะ แต่หม่อมฉันกำลัง... ร่วมมือกับพระองค์" นางกระซิบตอบ ดวงตากลมโตฉายแววท้าทาย "ดี..." เฟยหลงยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่ง รอยยิ้มที่ทำให้ดวงหน้าคมคายนั้นหล่อเหลาจนน่าใจหาย "ในเมื่อเจ้ามอบความไว้วางใจให้เปิ่นหวางถึงเพียงนี้ เปิ่นหวางก็มี 'พันธสัญญา' ที่จะมอบให้แก่เจ้าเช่นกัน" เขายื่นมือไปหยิบมีดสั้นประจำกายที่วางอยู่บนแท่นบูชาข้างผนัง ชักใบมีดคมกริบออกจากฝักจนเกิดเสียงเสียดสีบาดแก้วหู แสงไฟจากตะเกียงสะท้อนประกายวาววับน่ากลัว ซูจิ่นเหยาขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความไม่เข้าใจ ทว่านางก็มิได้ถอยหลังหนีแม้แต่น้อย เฟยหลงไม่ลังเลที่จะใช้คมมีดกรีดลงบนฝ่ามือหนาของตนเอง หยดโลหิตสีแดงฉานไหลซึมออกมาตามรอยแผลทันที กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งขึ้นมาในอากาศชั่วพริบตา "ท่านอ๋อง!" ซูจิ่นเหยาอุทานด้วยความตกใจ ร้องห้ามเสียงหลง มือเรียวยั่งยื่นออกไปหมายจะคว้าข้อมือของเขาไว้ แต่นายเหนือหัวแห่งแดนเหนือกลับจับมือของนางไว้แน่น แล้วใช้คมมีดกรีดลงบนฝ่ามือบอบบางของนางด้วยความรวดเร็วและแม่นยำจนเกิดความเจ็บแปลบ *หยด... หยด...* เลือดสีแดงสดของทั้งสองร่วงหล่นลงผสมผสานกันในถ้วยชาหยกขาวที่ว่างเปล่า เฟยหลงกุมมือของนางไว้แน่น ประสานปลายนิ้วเข้าหากันจนความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาถ่ายทอดผ่านบาดแผลเข้าสู่หัวใจของนาง "ฟ้าดินเป็นพยาน..." เสียงทุ้มต่ำของชินอ๋องก้องกังวาน หนักแน่น และจริงจังยิ่งกว่าครั้งใดในชีวิตของเขา "นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป เฟยหลงผู้นี้ขอเอาเลือดเนื้อและชีวิตเป็นเดิมพัน จะปกป้องราชอาณาจักรต้าฉี... และจะปกป้อง 'ซูจิ่นเหยา' ด้วยชีวิตของเปิ่นหวาง หากผู้ใดบังEาญแตะต้องนาง แม้แต่เงา... เปิ่นหวางจะล้างบางมันให้สิ้นซาก!" คำประกาศิตนั้นราวกับสายฟ้าที่ฟาดผ่าลงกลางใจของกุนซือหญิง น้ำตาหยดหนึ่งเอ่อคลอขึ้นที่หน่วยตาของซูจิ่นเหยา แต่นางมิได้ยอมให้มันไหลร่วงลงมา นางเงยหน้าสบตากับเขาด้วยความซาบซึ้งและมั่นคงไม่แพ้กัน "และหม่อมฉัน... ซูจิ่นเหยา ขอใช้สติปัญญาและแผนการทั้งหมดที่มีในชีวิตนี้ เป็นเกราะคุ้มครองและหนทางสู่บัลลังก์ที่ถูกต้องให้แก่ท่านอ๋องเพคะ" นางเอ่ยตอบรับคำมั่นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยแต่เด็ดเดี่ยว "ตราบใดที่ลมหายใจของหม่อมฉันยังอยู่ จะไม่มีผู้ใดทำร้ายพระองค์ได้... แม้แต่เงาของความตายก็ตาม" ทั้งสองยืนเคียงคู่กันท่ามกลางแสงตะเกียงอันสลัวราง ความผูกพันที่ถักทอขึ้นด้วยเลือดและหยาดเหงื่อแห่งการแก้แค้นและการเมืองได้แปรเปลี่ยนเป็นพันธสัญญาแห่งดวงวิญญาณที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย ทว่า... ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความลึกซึ้งและมั่นคงนั้นเอง *ปัง!* ประตูไม้แกะสลักบานใหญ่ของตำหนักบูรพาถูกถีบเปิดออกอย่างไร้ซึ้งมารยาท แรงปะทะทำให้ฝุ่นละอองในอากาศกระจายตัว สายลมยามวิกาลพัดกรรโชกเข้ามาจนเปลวไฟในตะเกียงไหววับเกือบดับมอด ซูจิ่นเหยาและเฟยหลงผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณนักรบและกุนซือตื่นตัวเต็มที่ ดวงเนตรคมกลาบหันขวับไปมองยังเบื้องหน้า ร่างเงาในชุดคลุมสีดำสนิทผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่ตรงธรณีประตู ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกปกกปิดด้วยหน้ากากเงินลายอสูร ในมือถือราชโองการม้วนยาวที่ประทับด้วยตราหยกสีทองอร่าม ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สูงสุดของพระราชสำนัก "ชินอ๋องเฟยหลง..." เสียงแหบพร่าดั่งมาจากขุมนรกดังลอดหน้ากากอสูรออกมา พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้บรรยากาศในห้องหนาแน่นขึ้นจนหายใจไม่ออก "มีพระราชโองการด่วนจากฮ่องเต้... สั่งให้ท่านส่งตัว 'กุนซือซูจิ่นเหยา' เข้าคุกหลวงทันที ในข้อหาสมคบคิดกับกบฏแดนเหนือ!" ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ไป๋เหลียนฮวา" เสมอมานะคะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงผู้ปิดแผ่นดินกับท่านอ๋องผู้ไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%