กลิ่นคาวสนิมเหล็กเจือจางลอยอวลอยู่ในกระโจมบัญชาการหลัก ยามที่ถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวนวลบรรจุของเหลวสีชาเข้มข้นถูกเลื่อนเข้ามาหยุดตรงหน้าซูจิ่นเหยา
รองแม่ทัพหลินไม่ได้ซ่อนความสะใจไว้ในแววตาคู่คมที่ทอดมองลงมา มือหนาที่ผ่านการถือดาบมาโชกโชนกดถ้วยกระเบื้องนั้นย้ำลงบนโต๊ะไม้กฤษณาเบาๆ ราวกับจะตอกย้ำชะตากรรมที่นางไม่หลีกหนี ความเงียบงันภายในกระโจมชวนให้รู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ทว่าร่างระหงในชุดคลุมกุนซือสีเทาเข้มกลับยังคงนั่งตัวตรงดั่งต้นสนกลางเหมันต์ ปลายจิ่นซิ่ว—พู่หยกขาวที่ห้อยอยู่ข้างเอว ไม่ไหวติงแม้แต่น้อย สะท้อนถึงจิตใจที่นิ่งสงบราวน้ำในบึงลึก
"เพื่อความสงบสุขของค่ายทหารแดนเหนือ... ขอให้ท่านกุนซือซู ดื่มยาพิษถ้วยนี้เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ด้วยเถิดพะย่ะค่ะ"
เสียงของรองแม่ทัพหลินดังขึ้นทำลายความเงียบ ทว่ายังไม่ทันที่ปลายนิ้วเรียวสวยของซูจิ่นเหยาจะสัมผัสโดนขอบถ้วยกระเบื้องนั้น บรรยากาศรอบกายพลันลดฮวบลงจนหนาวยะเยือก ราวกับสายลมหนาวจากยอดเขาเทียนซานพัดผ่านเข้ามาในกระโจมปิดตาย
"ใครอนุญาตให้เจ้าตัดสินใจแทนเรา... หลินเฉิง"
สุ้มเสียงทุ้มต่ำที่ทรงพลังดังขึ้นจากมุมมืดของกระโจม น้ำเสียงนั้นราบเรียบ ไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกใดๆ ทว่ากลับกดทับกดดันจนผู้ฝึกยุทธขั้นสูงยังต้องหายใจติดขัด ร่างสูงใหญ่ของชินอ๋องเฟยหลงก้าวออกมาจากเงาอับชุกของเสาไม้ แววตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทะเลทรายกวาดมองรองแม่ทัพของตนด้วยประกายตาดุจคมดาบที่พร้อมปลิดชีพได้ทุกเมื่อ
หลินเฉิงหน้าถอดสี คุกเข่าลงทันทีด้วยความตื่นตระหนก "ท่านอ๋อง! พระราชโองการลับจากเมืองหลวงระบุชัดเจนว่ากุนซือซูผู้นี้คือสายลับที่องค์ฮ่องเต้ส่งมาแทรกซึม หากไม่กำจัดนางเสียตอนนี้ กองทัพแดนเหนือของเราจะ..."
"เจ้ากล้าเอาพระราชโองการมาข่มขู่เราถึงในค่ายทหารของข้าอย่างนั้นหรือ" เฟยหลงแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นยะเยือกจนน่ากลัว เขาก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังร่างของซูจิ่นเหยา รัศมีแห่งอำนาจกดดันแผ่ซ่านออกมารอบทิศทาง "ฮ่องเต้ประทับอยู่ในห้องทรงพระอักษรนับพันลี้ แต่ข้าคือผู้บัญชาการสูงสุดที่นี่ เลือดของทหารแดนเหนือหลั่งรินเพื่อปกป้องแผ่นดิน ไม่ใช่เพื่อสนองความหวาดระแวงไร้สาระของบัลลังก์ทองคำ"
ซูจิ่นเหยาเงยหน้าขึ้นสบตากับบุรุษผู้ยืนอยู่เหนือร่าง นางเห็นประกายความซับซ้อนในดวงตาคู่นั้น—ความดื้อรั้น ความเด็ดเดี่ยว และบางสิ่งที่ลึกล้ำเกินกว่าจะเอ่ยคำพูดใดออกมา ตลอดเวลาที่ผ่านมา นางคิดว่าตนเองเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในเกมการเมืองที่ต้องเดินอย่างระมัดระวัง แต่ในยามนี้ เมื่อเฟยหลงเลือกที่จะยืนหยัดขวางหน้าอำนาจสูงสุดของราชสำนักเพื่อปกป้องนาง หัวใจที่ด้านชามานานนับปีกลับไหววูบอย่างห้ามไม่อยู่
"ท่านอ๋องทรงตรองดูให้ดีเถิดพะย่ะค่ะ การขัดราชโองการเท่ากับเป็นกบฏ!" หลินเฉิงเงยหน้าขึ้นเอ่ยคัดค้านด้วยความร้อนรน
"กบฏกระนั้นหรือ?" เฟยหลงแค่นยิ้มหยัน มือหนาเอื้อมไปหยิบถ้วยยาพิษบนโต๊ะขึ้นมาถือไว้ด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับมันเป็นเพียงถ้วยชาชั้นดี เขามองของเหลวสีเข้มในนั้นครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปสบตากับกุนซือหญิงที่แหงนมองเขาอยู่เช่นกัน
ไม่มีคำว่าลังเลในแววตาของชินอ๋อง เขายกถ้วยนั้นขึ้นจรดริมฝีปาก ทว่า...
*เพล้ง!*
ซูจิ่นเหยาเอื้อมมือไปปัดถ้วยในมือของเขาจนหล่นกระแทกพื้นแตกกระจาย ของเหลวสีดำส่งกลิ่นฉุนคละคลุ้ง กัดกร่อนพื้นไม้จนเกิดควันสีขาวพวยพุ่ง นางลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับเขาเต็มความสูง ดวงตาคู่คมฉายแววดุเดือดเป็นครั้งแรก "ท่านทรงบ้าไปแล้วหรือไร! เหตุใดต้องเอาชีวิตเข้าแลกกับสตรีที่ท่านเพิ่งรู้จักได้ไม่ถึงปี!"
เฟยหลงไม่หลบสายตา เขากลับคว้าข้อมือเรียวของนางไว้แน่น แรงบีบนั้นอบอุ่นและมั่นคง ราวกับต้องการสื่อสารผ่านผิวเนื้อว่าเขาจะไม่ยอมปล่อยมือนางให้หลุดลอยไปเด็ดขาด "เพราะสตรีผู้นี้คือมันสมองเดียวที่ทำให้ข้าเห็นทางออกในความมืดมิด... และเพราะข้าไม่อาจทนเห็นผู้บริสุทธิ์ต้องสังเวยให้แก่ความอยุติธรรมได้อีกแล้ว จิ่นเหยา... เจ้าไว้ใจข้าหรือไม่"
คำถามนั้นทุบทำลายกำแพงน้ำแข็งในใจของซูจิ่นเหยาจนพังทลาย นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกที่ตีรวนขึ้นมาในอก ก่อนจะคลี่ยิ้มบางเบา—รอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มท่ามกลางกลิ่นอายสงคราม
"หากท่านอ๋องทรงกล้าเดิมพันด้วยบัลลังก์และชีวิต หม่อมฉัน... ย่อมฝากลมหายใจนี้ไว้กับคมดาบของพระองค์เพคะ"
บรรยากาศในกระโจมตึงเครียดถึงขีดสุด หลินเฉิงหน้าซีดเผือดด้วยความตกใจกับการตัดสินใจอันเด็ดเดี่ยวของทั้งสอง ทว่าก่อนที่ใครจะได้เอ่ยสิ่งใดต่อ เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังขึ้นจากด้านนอก ตามด้วยเสียงรายงานขององครักษ์ประจำค่ายที่ตะโกนก้องด้วยความตื่นตระหนก
"ท่านอ๋องพะย่ะค่ะ! กองกำลังลับหลวงสามร้อยนาย นำโดยขันทีเอกแห่งท้องพระโรง บุกมาถึงหน้าค่ายทหารแดนเหนือแล้วพะย่ะค่ะ! พวกมันอ้างพระราชโองการด่วนที่สุด... เพื่อปลดท่านอ๋องและนำตัวกุนซือซูกลับไปรับโทษทัณฑ์ขั้นเด็ดขาด!"
เฟยหลงหรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีอำมหิตแผ่พุ่งออกมาจากร่างทันที ทว่าก่อนที่เขาจะทันได้ก้าวออกไปสั่งการ ซูจิ่นเหยากลับดึงแขนเสื้อของเขาไว้เบาๆ นางส่งสายตาเจ้าเล่ห์ดรุณีผู้กุมแผนการลึกล้ำให้เขาเห็น พร้อมกระซิบด้วยเสียงอันแผ่วเบาแต่ชัดเจนกังวาน
"ท่านอ๋อง... ดูเหมือนว่าปลาตัวใหญ่ จะว่ายเข้าอวนที่เราขึงไว้พอดีเพคะ"
________________________________________
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินหมากอันเข้มข้นนี้ร่วมกันนะคะ
กุนซือหญิงผู้ปิดแผ่นดินกับท่านอ๋องผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 14
คลี่คลายเงื่อนงำ
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงผู้ปิดแผ่นดินกับท่านอ๋องผู้ไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!