“ถอยไป!”
เสียงตวาดก้องกังวานดุจสายฟ้าฟาด มิใช่เสียงตะโกนของบุรุษผู้ขลาดเขลา แต่เป็นประกาศิตจากผู้ที่มองเห็นวัฏจักรแห่งความตายทะลุปรุโปร่ง หลี่เฟยสะบัดแขนเสื้อเพียงคราเดียว ไอเย็นเยียบและแรงกดดันมหาศาลจากปราณเทพที่ถูกผนึกไว้ใต้ร่างศิษย์ปลายแถวระเบิดออกทันที
เซียนจื่อหยวนที่กำลังพุ่งตัวเข้ามาหมายจะกางม่านพลังคุ้มกันให้แก่ศิษย์ผู้นี้ ถึงกับชะงักงัน ร่างระหงของนางที่ปกคลุมด้วยชุดขาวสะอาดตาดุจหิมะบริสุทธิ์สั่นไหววูบ สายตาของนางเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง—มิใช่เพียงเพราะแรงปะทะที่ผลักดันให้นางถอยหลังไปสามก้าว แต่เป็นเพราะ ‘เจตจำนง’ ที่แผ่ออกมาจากร่างผอมบางนั้น
มันมิใช่ปราณของศิษย์สำนักเมฆาคล้อย... แต่มันคือกลิ่นอายของบรรพกาลที่หลับใหลมาเนิ่นนาน
เปรี้ยง!
สายฟ้าสีทองคำฟาดเปรี้ยงลงมากลางเรือนไม้หลังน้อย แรงอัดมหาศาลบดขยี้หลังคาจนกลายเป็นผงธุลีในพริบตา ทว่าสิ่งที่บังเกิดขึ้นเบื้องหน้าจื่อหยวนกลับมิใช่ศพที่ไหม้เกรียม หากแต่เป็นร่างของหลี่เฟยที่ยืนตระหง่านกลางม่านควัน ฝ่ามือขวาของเขาชูขึ้นสู่ท้องนภา ต้านรับอสนีบาตที่หมายเอาชีวิตด้วยมือเปล่า!
"เจ้าเป็นใครกันแน่..." เสียงของจื่อหยวนแผ่วเบา สั่นเครือด้วยความสงสัยที่อัดแน่นอยู่ในอก นางเคยเชื่อว่าตนเองรู้จักศิษย์ผู้นี้ดี เพียงแค่เด็กหนุ่มที่ไร้พรสวรรค์ ผู้ซึ่งความอดทนคืออาวุธเดียวที่เขามี ทว่าในยามนี้ ดวงตาที่เคยราบเรียบดุจผิวน้ำนิ่งของเขากลับเต็มไปด้วยประกายแสงดุจดวงดาราที่ดับสูญ
หลี่เฟยลดมือลงช้าๆ พลางปัดฝุ่นออกจากบ่าด้วยท่วงท่าเฉยเมยราวกับเหตุการณ์เมื่อครู่เป็นเพียงละอองฝนที่โปรยปราย เขาหันมามองศิษย์พี่หญิงผู้สูงส่งด้วยสายตาเย็นชาที่ไร้ซึ่งความเกรงขาม "ศิษย์พี่หญิง... ท่านควรจะไปตรวจสอบทิศทางของปราณที่บิดเบี้ยวในเขตหวงห้าม มากกว่าจะมาเสียเวลากับศิษย์ปลายแถวที่เรือนร้างแห่งนี้ มิใช่หรือครับ?"
"หลี่เฟย!" จื่อหยวนก้าวเข้ามาประชิด ระยะห่างระหว่างทั้งสองสั้นลงจนเขาสามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมเย็นจางๆ ของดอกเหมันต์ที่ติดกายของนาง "เจ้ากำลังปิดบังอะไร ข้าสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของขุมพลังที่แม้แต่เจ้าสำนักยังยากจะครอบครอง เหตุใดมันจึงพุ่งเป้ามาที่เจ้า!"
หลี่เฟยแค่นยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้จื่อหยวนรู้สึกเหมือนถูกกระชากลงสู่ห้วงเหวลึก เขาเดินผ่านร่างนางไปช้าๆ กลิ่นอายกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเขาทำให้กระบี่เหมันต์ที่สะพายอยู่ข้างเอวนางถึงกับสั่นระริกราวกับหวาดกลัวต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
"สิ่งที่ท่านตามหา มิใช่สิ่งที่ข้าครอบครอง แต่มันคือสิ่งที่ท่านทำหายไปในอดีต" เขาหยุดเดินแล้วกล่าวทิ้งท้ายโดยไม่หันกลับไปมอง "สายฟ้าทัณฑ์สวรรค์มิได้มาเยือนเพราะข้าผิดพลาด แต่มันมาเยือนเพราะข้า... กำลังจะตื่นจากฝัน"
คำพูดนั้นหนักอึ้งดุจขุนเขา จื่อหยวนรู้สึกราวกับหัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ นางหันกลับมาหมายจะคว้าแขนของเขาไว้ แต่สิ่งที่พบกลับเป็นเพียงไอหมอกจางๆ ที่ค่อยๆ เลือนหายไป หลี่เฟยหายตัวไปจากสายตาของนางอย่างสมบูรณ์แบบ ทิ้งไว้เพียงรอยแยกของมิติที่ค่อยๆ ประสานตัวกันอย่างไร้ร่องรอย
ท่ามกลางเศษซากของเรือนไม้ที่ยังคงมีควันจางๆ ลอยอยู่ จื่อหยวนยืนนิ่งงัน มือของนางกุมด้ามกระบี่แน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความเย็นเยือกในหัวใจนางเริ่มเปลี่ยนเป็นความหวาดหวั่นที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ในวินาทีนั้นเอง เสียงระฆังเตือนภัยจากยอดเขาหลักก็ดังสนั่นหวั่นไหว มันมิใช่เสียงระฆังที่บ่งบอกถึงการมาเยือนของแขกเหรื่อ แต่เป็นระฆังอเวจีที่สำนักมิได้ยินมานานกว่าพันปี!
จื่อหยวนรีบเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ที่ซึ่งม่านเมฆสีทองกำลังม้วนตัวรวมกันเป็นรูปใบหน้าของอสูรบรรพกาล และที่ใจกลางดวงตาสีเลือดของอสูรตัวนั้น นางเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่บนยอดเขาที่สูงที่สุดของสำนัก—หลี่เฟยกำลังโคจรพลังที่ทำให้ฟ้าดินวิปริต และเบื้องหลังของเขามีร่างเงาของเซียนองค์หนึ่งที่ดูทรงอำนาจจนลมหายใจของนางแทบขาดห้วง
เขาไม่ใช่ศิษย์พี่น้องของนาง... เขาคือหายนะที่นางเผลอเปิดโอกาสให้มันเติบโตขึ้น!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางข้ามภพไปกับผลงานชิ้นนี้ของหมึกทองคำข้ามภพนะครับ
เซียนผู้ถูกลืมกับศิษย์พี่หญิงที่คอยตามรังควาน•ตอนที่ 3
ศิษย์พี่หญิงผู้มาเยือน
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนผู้ถูกลืมกับศิษย์พี่หญิงที่คอยตามรังควาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!