เซียนผู้ถูกลืมกับศิษย์พี่หญิงที่คอยตามรังควาน•ตอนที่ 7

เสียงกระบี่สะท้านไหว

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
ความมืดมิดในยามวิกาลมิได้ไร้ซึ่งชีวิต หากแต่มันซุกซ่อนสรรพเสียงแห่งการฆ่าฟันและลมหายใจที่ถูกสะกดกลั้นไว้เบื้องหลังม่านหมอก หลี่เฟยหรี่ตาลงเล็กน้อย เมื่อเงาร่างในความมืดค่อยๆ ก้าวออกมาเผยโฉมหน้าให้เห็นชัดเจน... กลิ่นอายคาวเลือดลอยละล่องมาตามสายลมหนาวเหน็บ ร่างที่ก้าวล่วงเข้ามาในอาณาเขตเรือนไผ่เงียบสงบหาใช่คนนอก หากแต่เป็นผู้อาวุโสลำดับสามแห่งสำนักกระบี่เมฆา — หานเทียนซุน ผู้ถือครองวิถีกระบี่เพลิงโลกันตร์ ดวงตาของอีกฝ่ายแดงก่ำด้วยตัณหาแห่งพลัง และความริษยาที่สั่งสมมาเนิ่นนาน "ดึกดื่นป่านนี้ เจ้ายังไม่นอนอีกหรือ หลี่เฟย... ศิษย์น้องผู้ต่ำต้อยผู้ไม่เคยแม้แต่จะบรรลุขอบเขตหลอมรวมลมปราณ" หานเทียนซุนหัวร่อในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าคล้ายเสียงเสียดสีของเศษเหล็ก "ข้าสงสัยมานานแล้ว เหตุใดท่านสำนักจึงมักเหลือบแลเจ้า หรือเพราะคัมภีร์โบราณที่เจ้าเก็บรักษาไว้จากซากปรักหักพังแห่งนั้น... ส่งมันมาเสียเถิด แล้วข้าจะเมตตาให้เจ้าตายอย่างไม่เจ็บปวด" หลี่เฟยไม่ขยับเขยื้อน ร่างกายในชุดศิษย์สีเทาทอประกายเรียบง่ายราวกับภาพวาดพู่กันจีนที่ถูกละเลย เขายังคงยืนเอามือไขว้หลัง ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวสวรรค์มองทะลุปรุโปร่งไปยังจิตใจที่เน่าเฟะของเบื้องหน้า สุ้มเสียงที่เปล่งออกมานั้นเรียบสนิท ไร้ซึ่งความหวาดกลัว ราวกับกำลังพูดคุยถึงดินฟ้าอากาศในยามเช้า "ความโลภ... คือห้วงมหรรณพที่ลึกที่สุดในวิถีเซียน ยิ่งดิ้นรน ยิ่งจมดิ่ง" หลี่เฟยกล่าวแผ่วเบา ทว่ากังวานลึกในโสตประสาท "ท่านอาจารย์เตือนข้าเสมอว่ากระบี่มีไว้เพื่อปกป้องคุณธรรม มิใช่เพื่อสนองตัณหา แต่น่าเสียดายที่ท่าน... เลือกเดินไปบนเส้นทางที่แม้แต่ยมโลกยังต้องรังเกียจ" "สามห่าว!" หานเทียนซุนคำรามลั่น เปลวเพลิงสีชาดพวยพุ่งออกจากฝ่ามือ ร่างกายของเขาทะยานเข้ามาประหนึ่งดาวตกแผดเผา อุณหภูมิรอบบริเวณเรือนไผ่สูงขึ้นจนใบไผ่แห้งกรอบกลายเป็นจุลในพริบตา กระบี่เพลิงโลกันตร์ถูกชักออกจากฝัก แสงสีส้มวาบวับบาดตา กรีดผ่านความมืดมิดด้วยอานุภาพที่พร้อมจะแผดเผาแม้กระทั่งภูผาให้กลายเป็นจุล ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง เงาร่างหนึ่งในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวหิมะโปรยปรายก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าขวางกั้นระหว่างคนทั้งสอง เซียนจื่อหยวน... นางยืนตระหง่านอยู่ ณ ที่นั้น เส้นผมสีดำสนิทปลิวไสวตามแรงลมปราณ กระบี่เหมันต์ในมือยังไม่ได้ชักออกจากฝัก ทว่าเพียงแค่จิตสังหารที่แผ่ออกมาจากร่างของนาง ก็ทำให้เปลวเพลิงโลกันตร์ของหานเทียนซุนถึงกับกระพือไหวและหรี่ลงครึ่งหนึ่ง "หานเทียนซุน เจ้าอาจหาญถึงขนาดกล้าลงมือในเขตพำนักของศิษย์สายในเชียวหรือ" น้ำเสียงของนางเยียบเย็นยิ่งกว่าน้ำค้างแข็งพันปี ดวงหงส์คู่สวยเหลือบมองหลี่เฟยแวบหนึ่ง ก่อนจะตวัดกลับมาจ้องมองผู้อาวุโสด้วยความรังเกียจระคนเหยียดหยัน "ศิษย์พี่หญิงจื่อหยวน!" หานเทียนซุนชะงักฝีเท้า ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดหวั่นระคนกัน "เด็กนี่มันซ่อนสมบัติลับของสำนักไว้ ข้าเพียงมาทวงคืนเพื่อความมั่นคงของสำนักกระบี่เมฆา เหตุใดท่านจึงต้องปกป้องมัน หรือว่า... ท่านเองก็แอบหลงใหลในตัวไอ้เศษสวะผู้นี้ด้วยเล่า!" คำกล่าววาจาผรุสวาทนั้นเปรียบเสมือนการเหยียดย่ำเกียรติยศ เซียนจื่อหยวนขมวดคิ้วมุ่น จิตสังหารระเบิดออกมารุนแรงดั่งพายุหิมะ "ปากพล่อย!" นางสะบัดมือเบาๆ คลื่นกระบี่เหมันต์พุ่งทะยานออกไปดั่งสายฟ้าฟาด หมายจะสั่งสอนผู้อาวุโสผู้ไร้ยางอายให้หลาบจำ ทว่าในจังหวะนั้นเอง... มือข้างหนึ่งเอื้อมออกไปแตะลงบนไหล่บอบบางของนางอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นอบอุ่น ทว่าทรงพลังอย่างประหลาด เซียนจื่อหยวนสะดุ้งน้อยๆ นางหันกลับไปมองเจ้าของมือคู่นั้นด้วยความตกตะลึง หลี่เฟยในยามนี้... แววตาที่เคยสงบนิ่งราวกับบึงน้ำลึก บัดนี้กลับทอประกายคมกล้าดั่งดวงดาราที่ร่วงหล่นจากสรวงสวรรค์ "เรื่องนี้... ให้ข้าจัดการเองเถิดครับศิษย์พี่" คำพูดเพียงไม่กี่คำ ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยอำนาจบางอย่างที่แม้แต่นางผู้เป็นถึงเซียนกระบี่เหมันต์ยังต้องยอมถอยร่างให้ครึ่งก้าว หลี่เฟยเดินก้าวผ่านร่างนางไปช้าๆ ทุกย่างก้าวที่เขาลากผ่าน พื้นดินใต้ฝ่าเท้าปรากฏรอยร้าวลึกราวน้ำแข็งแตกเป็นทางยาว ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ที่ถูกกดขี่มานานนับสิบปีเริ่มปะทุขึ้นจากจุดดันเทียน ทะยานทะลวงผ่านจุดชีพจรทั้งเก้าสิบเก้าจุดอย่างไร้ผู้ต้านทาน! ตูมมม! เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูร้อน ยอดเขาเมฆาสะเทือนเลื่อนลั่นอย่างรุนแรง ก้อนหินขนาดมหึมาบนยอดเขาแตกละเอียดเป็นผุยผง ฝูงนกนับหมื่นตัวบินหนีตายขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยความตื่นตระหนก แรงกดดันระดับมหาเทพที่ถูกผนึกไว้ในร่างมนุษย์บัดนี้ปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มภาคภูมิ ทำให้หานเทียนซุนถึงกับทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้น กระอักเลือดคำโตออกมาคำใหญ่ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อตระหนักได้ว่า ตัวตนที่แท้จริงของศิษย์น้องผู้นี้คืออะไร หลี่เฟยหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าหานเทียนซุน มือขวาค่อยๆ เอื้อมไปกุมด้ามกระบี่ไม้ไผ่ธรรมดาที่เหน็บอยู่ข้างเอว... กระบี่เล่มที่ใครต่อใครต่างหัวเยาะว่าเป็นแค่เศษไม้ไร้ค่า แปะ... แปะ... เสียงลมหายใจของสรรพสิ่งรอบกายราวกับหยุดนิ่ง ท้องนภาในยามวิกาลจู่ๆ ก็ปรากฏเมฆฝนสีดำทะมึนก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว สายฟ้าสีทองคำฟาดผ่าลงมาตรงยอดเขาผ่ากลางความมืดมิด สะท้อนใบหน้าอันหล่อเหลาแต่เย็นชาไร้ความรู้สึกของหลี่เฟย เขากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกพยางค์หนักแน่นประหนึ่งประกาศิตจากสวรรค์ "กระบี่... มิได้มีไว้เพื่อฆ่าฟันผู้ที่อ่อนแอกว่า..." นิ้วเรียวยาวออกแรงกระชาก... ชิ้งงงงงง—! เสียงกระบี่สะท้านไหว กังวานเสียดแทงทะลุผ่านมิติเวลาและห้วงนารา แสงกระบี่สีทองเจิดจ้าสายหนึ่งพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าผ่าผ่าม่านเมฆ ดึงดูดสายตาของยอดฝีมือทั่วทั้งยุทธภพให้ต้องหันมามองยังทิศทางเดียวกันในยามวิกาลนี้! และในเสี้ยววินาทีที่คมกระบี่หลุดออกจากฝักจนหมดสิ้น ร่างของหานเทียนซุนก็แข็งค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง ขณะที่รอยแยกมิติขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับเงาร่างลึกลับนับสิบที่พุ่งทะลวงผ่านมิติเข้ามายังสำนักกระบี่เมฆาอย่างกะทันหัน... ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปในวิถีเซียนอันยาวนานนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนผู้ถูกลืมกับศิษย์พี่หญิงที่คอยตามรังควาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%