เซียนผู้ถูกลืมกับศิษย์พี่หญิงที่คอยตามรังควาน•ตอนที่ 15

การตื่นรู้ของรากวิญญาณ

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
ความเงียบงันในห้วงมิติรกร้างแห่งนั้น ราวกับถูกแช่แข็งด้วยความหนาวเหน็บที่หยั่งรากลึกถึงจิตวิญญาณ ร่างของอสูรเงาโลหิตยังคงค้างเติ่งอยู่ในท่าแผดคำราม แต่บัดนี้ใจกลางอกของมันกลับปรากฏรอยแยกสีดำสนิท ซึ่งถูกเจาะทะลวงด้วยคมกระบี่ที่เปล่งประกายสีครามเรืองรอง ปราณกระบี่สายนั้นไม่ได้รุนแรงเพียงแค่การสังหาร หากแต่มันแฝงไว้ด้วยเจตจำนงอันสูงส่งประหนึ่งราชันย์ที่ก้าวข้ามกฎเกณฑ์แห่งวัฏสงสาร หลี่เฟยยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าซากอศูร ดวงตาคู่คมกวาดมองละอองแสงสีโลหิตที่ค่อยๆ สลายกลายเป็นความว่างเปล่า หัวใจของเขาที่ปกติสงบนิ่งดั่งบึงโบราณ บัดนี้กลับกระเพื่อมไหวด้วยคลื่นอารมณ์ที่ยากจะควบคุม "ศิษย์พี่ใหญ่..." เสียงพึมพำหลุดรอดจากริมฝีปากของหลี่เฟยอย่างแผ่วเบา ร่องรอยปราณกระบี่นี้... เขาไม่มีวันจำผิดเพี้ยนไปได้ มันคือ 'วิชากระบี่สลายดารา' เคล็ดวิชาประจำกายของมู่เฉิน ศิษย์พี่ใหญ่ผู้เป็นดั่งเสาหลักของสำนักเมฆาประจิม ผู้ซึ่งดึงดันออกเดินทางสู่แดนผนึกมารเมื่อสิบปีก่อนและไม่เคยหวนกลับมาอีกเลย การที่ร่องรอยนี้ปรากฏขึ้นในยามที่เขากำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตแห่งรากวิญญาณ ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน ในขณะเดียวกัน ที่เบื้องลึกภายในตันเถียน (จุดรวมพลังปราณ) ของหลี่เฟย พายุหมุนแห่งพลังงานกำลังปั่นป่วนอย่างบ้าคลั่ง ปราณฟ้าดินรอบกายรัศมีร้อยลี้เริ่มหลั่งไหลเข้าสู่ร่างของเขาประหนึ่งกระแสน้ำวนมหาสาร ความเจ็บปวดเสียดแทงราวกับมีเข็มนับหมื่นเล่มทิ่มแทงไปตามเส้นชีพจร แต่ใบหน้าของหลี่เฟยกลับปรากฏรอยยิ้มเย้ยหยันฟ้าดิน เขานั่งขัดสมาธิลงบนพื้นดินที่แตกละเอียด หลับตาลงเพื่อโคจรเคล็ดวิชา 'วัฏจักรนิรันดร์' ที่ติดตัวมาแต่อดีตชาติ "สวรรค์คิดจะปิดกั้นรากวิญญาณของข้า ช่างเป็นเรื่องน่าขันยิ่งนัก..." หลี่เฟยส่งเสียงคำรามต่ำในลำคอ เมฆทมิฬหนาทึบเริ่มก่อตัวขึ้นเหนือท้องฟ้าในรัศมีพันลี้อย่างฉับพลัน สายฟ้าสีม่วงเข้มแลบแปลบปลาบสะท้อนประกายกับผืนป่า ท่ามกลางความมืดมิดนั้น ร่างระหงในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ของเซียนจื่อหยวนปรากฏกายขึ้นบนยอดไม้สูง นางยืนมองเหตุการณ์เบื้องล่างด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงระคนเป็นห่วง แม้ฉายาของนางคือ 'เซียนกระบี่เหมันต์' ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึกต่อโลกหล้า แต่ยามนี้หัวใจภายใต้อกเสื้อกลับเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ "หลี่เฟย... เจ้าบ้าระห่ำถึงเพียงนี้เชียวหรือ การฝืนทะลวงขั้นก่อตั้งรากฐานท่ามกลางทัณฑ์สวรรค์ระดับนี้ มีแต่จะทำให้ร่างแหลกสลายเป็นจุล!" จื่อหยวนกัดริมฝีปากแน่น มือเรียวบางกำด้ามกระบี่ในฝักจนข้อต่อขึ้นสีขาว นางรู้ดีว่ากฎของสำนักไม่อนุญาตให้เข้าไปแทรกแซงผู้ที่กำลังบำเพ็ญเพียรทะลวงขอบเขต มิฉะนั้นจะกลายเป็นเหยื่อของทัณฑ์สวรรค์เสียเอง แต่ทว่า... ภาพของเด็กหนุ่มผู้เงียบขรึมที่มักจะยืนมองฟ้าดินด้วยสายตาโดดเดี่ยวเสมอ กลับทำให้10ปีที่ผ่านมา นางเฝ้ามองเขาเติบโตจากศิษย์ปลายแถวผู้ไร้รากวิญญาณ สู่บุรุษผู้กล้าท้าทายลิขิตสวรรค์ในวันนี้ เปรี้ยง! เสียงอสุนีบาตคำรามกึกก้องจนปฐพีสั่นสะเทือน สายฟ้าสายแรกฟาดผ่าลงมาตรงใจกลางที่หลี่เฟยนั่งอยู่โดยตรง แสงสีขาวโพลนสว่างวาบไปทั่วทั้งหุบเขา แรงกดดันมหาศาลกดทับจนพื้นดินรอบตัวยุบลงไปเป็นหลุมลึกหลายสอก หลี่เฟยกระอักเลือดสีดำออกมาคำโต แต่ร่างกายของเขากลับไม่ยอมล้มลง กระดูกทั่วร่างส่งเสียงลั่นเปรี๊ยะราวกับจะแตกหัก แต่เจตจำนงของเขากลับแข็งแกร่งยิ่งกว่าเหล็กกล้า "หากสวรรค์ไม่ยอมให้ข้ามีรากวิญญาณ... ข้าก็จะใช้กระบี่ในมือนี้ สลักรากวิญญาณของข้าขึ้นมาใหม่ด้วยตัวเอง!" สิ้นเสียงคำราม หลี่เฟยสะบัดมือขวาขึ้นสู่ท้องฟ้า ปราณกระบี่สีทองอร่ามพุ่งทะยานออกจากปลายนิ้ว ชนประสานเข้ากับสายฟ้าทัณฑ์สวรรค์อย่างไม่เกรงกลัวความตาย พลังงานทั้งสองปะทะกันจนเกิดคลื่นกระแทกแผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง ทำลายต้นไม้ใบหญ้ารอบบริเวณจนราบเป็นหน้ากลอง ในห้วงเวลาอันเป็นตายเท่ากันนั้นเอง พลังปราณภายในร่างของหลี่เฟยก็เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จุดตันเถียนที่เคยแห้งแล้งและตีบตัน กลับถูกชำระล้างด้วยสายฟ้าทัณฑ์สวรรค์จนเกิดการหลอมรวมครั้งประวัติศาสตร์ เมล็ดพันธุ์แห่งรากวิญญาณที่หลับใหลมานานนับสิบปี ค่อยๆ ผลิใบและเปล่งแสงเจิดจ้าออกมา ระดับพลังที่เคยติดอยู่แค่ขั้นรวบรวมลมปราณขั้นสมบูรณ์ บัดนี้พุ่งทะยานผ่านกำแพงไร้รูปอย่างไร้ความปรานี! *บูม!* คลื่นพลังแห่งขั้นก่อตั้งรากฐานระเบิดออกรอบตัวหลี่เฟย รัศมีแสงสีทองและสีครามผสานกันกลMเป็นเกลียวคลื่นพายุหมุน พลังกดดันระดับที่ทำให้ยอดฝีมือขั้นแก่นแท้ยังต้องหวาดผัด แผ่ซ่านออกไปปกคลุมทั่วทั้งสำนักเมฆาประจิม เหล่าผู้อาวุโสที่กำลังนั่งบำเพ็ญเพียรอยู่ในห้องลับต่างพากันลืมตาตื่นขึ้นด้วยความตกใจระคนหวาดกลัว พวกเขาพากันพุ่งทะยานออกมามองท้องฟ้าทิศตะวันตกด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายตา "ปราณนี้... ใครกันที่ทะลวงสู่ขั้นก่อตั้งรากฐานด้วยความรุนแรงระดับนี้!" ทว่า ท่ามกลางความปีติยินดีของการทะลวงผ่านขอบเขต หลี่เฟยกลับไม่ได้ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นเมื่อสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายในละอองแสงของทัณฑ์สวรรค์ที่เพิ่งสลายไป เงาร่างสีดำสนิทร่างหนึ่ง ปรากฏขึ้นอย่างเงียบเชียบเบื้องหลังเซียนจื่อหยวน โดยที่นางยังไม่ทันได้รู้ตัว ปลายกริชสีโลหิตจ่ออยู่ที่ลำคอระหงของนางแล้ว! "ศิษย์น้องจื่อหยวน... ถอยไปซะ มิฉะนั้น ศิษย์พี่ผู้แสนดีของเจ้าคนนี้ จะส่งหัวใจของนางไปให้เจ้าดูต่างหน้าในนรก!" เสียงหัวسอันแหบพร่าและเย็นเยียบดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษสวมหน้ากากเงินครึ่งซีก ผู้ปลดปล่อยกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าอสูรเงาโลหิตนับร้อยเท่า และที่สำคัญที่สุด... บนหลังของมัน สะพายกระบี่เล่มที่คุ้นตาที่สุดของมู่เฉิน ศิษย์พี่ใหญ่ผู้หายสาบสูญ! ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงเวลาแห่งการบำเพ็ญเพียรนี้ไปกับผม หวังเป็นอย่างยิ่งว่าอักษรทุกตัวจะสถิตในใจท่าน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนผู้ถูกลืมกับศิษย์พี่หญิงที่คอยตามรังควาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%