"ความโลภย่อมกัดกินจิตวิญญาณได้ลึกซึ้งยิ่งกว่าคมกระบี่... ผู้อาวุโสจ้าว ท่านคิดว่าค่ายกลวิญญาณโลหิตนี้ จะสามารถปกปิดสายตาของฟ้าดินไปได้อีกสักกี่น้ำกัน?"
สุ้มเสียงราบเรียบแต่ทว่าก้องกังวานดุจเสียงระฆังสำริดโบราณ ดังสะท้อนก้องไปทั่วโถงลับใต้ดินของตำหนักอัคคีผลาญสวรรค์ กลิ่นอายโลหิตคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอายอสรพิษอันน่าสะพรึงกลัว หลี่เฟยยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าเสาศิลาจารึกอักขระมาร แสงสีชาดสะท้อนลงบนใบหน้าด้านข้างที่คมคายราวกับถูกแกะสลักจากหินหยกสีนิล ดวงตาคู่นั้นลุ่มลึกและว่างเปล่า ราวกับมองทะลุผ่านความตายและความเป็นของสรรพสิ่งในคราเดียว
เบื้องหน้าของเขาคือ ผู้อาวุโสจ้าวเหอ ผู้ควบคุมหอโอสถและมือขวาแห่งเจ้าสำนัก ร่างของชายชราในชุดคลุมผ้าไหมปักลายเมฆาอาบด้วยเหงื่อกาฬ ใบหน้าที่เคยเปี่ยมด้วยความเมตตาและรอยยิ้มอันอบอุ่นบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความตื่นตระหนก ดวงตาเบิกกว้างจนแทบถסתออกจากเบ้า เมื่อพบว่าแผนการลับในการดูดกลืนพลังชีวิตของศิษย์สายในเพื่อหล่อเลี้ยงผลึกเซียนมารได้ถูกเปิดโปงอย่างหมดเปลือก
"เจ้า... เจ้าเด็กเหลือขอหลี่เฟย! เป็นเจ้า... เป็นเจ้าที่กล้าอาจหาญเข้ามาสอดเรื่องระคายเคืองเบื้องสูงเช่นนี้!" ผู้อาวุโสจ้าวแผดเสียงคำรามด้วยความเคียดแค้น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนจนน่ากลัว ฝ่ามือเหี่ยวย่นตบลงบนอณูอากาศจนเกิดเสียงระเบิดอัคคีสีดำทะมึน พลังปราณขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์แผ่พุ่งออกมาราวกับคลื่นคลั่ง พยายามบดขยี้ร่างของเด็กหนุ่มให้แหลกเป็นจุลในพริบตา
ทว่า หลี่เฟยหาได้ขยับเขยื้อน กายทิพย์อดีตมหาเทพเพียงแค่โคจรวิถีปราณเพียงเล็กน้อย แรงกดดันมหาศาลนั้นก็สลายกลายเป็นเพียงสายลมเย็นที่พัดผ่านชายเสื้อ
"วิชาต่ำช้าที่ใช้โลหิตบริสุทธิ์ของศิษย์ร่วมสำนักเพื่อยกระดับพลังของตนเอง สมควรเรียกว่าวิถีเซียนกระนั้นหรือ?" หลี่เฟยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น ปรายตามองร่างสั่นเทาของศิษย์น้องหลายคนที่ถูกแขวนอยู่บนแท่นบูชาเบื้องหลัง "เจ้าใช้ชื่อเสียงของสำนักบังหน้า เพื่อทำการค้าขายกับนิกายมารโลหิตลับหลัง... หากเรื่องนี้แพรพรายออกไป สำนักกระบี่สวรรค์แห่งนี้คงเหลือเพียงชื่อในประวัติศาสตร์"
"หุบปาก!" ผู้อาวุโสจ้าวกระอักโลหิตออกมาคำโตด้วยความตกใจปนแค้น พลังของอีกฝ่ายเหนือล้ำกว่าที่ข่าวกรองรายงานไว้อย่างเทียบไม่ติด เด็กหนุ่มผู้นี้มิใช่ศิษย์ปลายแถวที่ไร้ค่าผู้หนึ่งหรอกหรือ? เหตุใดจึงมีกลิ่นอายที่ทำให้จิตวิญญาณแห่งเซียนมารของเขาสั่นสะท้านถึงเพียงนี้!
*ชิ้ง!*
ประกายแสงสีเงินยวดยิ่งกว่าแสงจันทร์ยามเหมันต์สาดส่องผ่าความมืดมิดลงมากลางห้องโถง ปราณกระบี่สายหนึ่งกรีดผ่านอากาศโดยไร้ร่องรอย รวดเร็วจนแม้แต่เงาของมันก็ยังตามไม่ทัน
เซียนจื่อหยวน ก้าวเท้าลงมาจากความว่างเปล่า อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์พลิ้วไหวตามแรงลมปราณ กระบี่เหมันต์ในมือยังคงมีละอองน้ำแข็งเกาะพราว ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองผู้อาวุโสจ้าวด้วยประกายตาเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก นางมาทันเวลาพอดีเพื่อปิดล้อมเส้นทางหนีทีไล่ทั้งหมด
"ศิษย์พี่หญิง..." หลี่เฟยเอ่ยเบาๆ โดยไม่หันไปมอง แววตาที่ทอดมองนางมีความอ่อนโยนซ่อนเร้นอยู่ชั่วพริบตา ก่อนจะกลับคืนสู่ความสุขุมเยือกเย็นดังเดิม
"เจ้าทำได้ดีมาก หลี่เฟย" เซียนจื่อหยวนกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทว่าแววตาที่มองสบกับเขากลับมีความซับซ้อนระคนความห่วงใยที่ยากจะปิดมิด นางปรากฏตัวขึ้นเคียงข้างเขา ปราณกระบี่เหมันต์ผสานกับพลังปราณลึกลับของหลี่เฟย แผ่ขยายอาณาเขตกดดันจนผู้อาวุโสจ้าวแทบทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้น
"ฮ่าๆๆๆ... พวกเจ้าคิดว่ากำจัดข้าได้แล้ว สำนักจะปลอดภัยอย่างนั้นหรือ?" ผู้อาวุโสจ้าวมองหน้าคนทั้งสองด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยว รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและน่าสะพรึงกลัว "พวกเจ้าคิดตื้นเขินเกินไปแล้ว! เบื้องหลังของข้ามิใช่แค่สำนักมารโลหิตธรรมดา แต่คือ... อักขระตราประทับโบราณที่ฝังรากลึกอยู่ในใจของผู้อาวุโสสูงสุดทุกท่าน!"
สิ้นคำพูดนั้น หน้าอกของผู้อาวุโสจ้าวก็เกิดรอยปริแตก สีดำสนิทแผ่ขยายออกมาราวกับรากไม้พิษ ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำโดยสมบูรณ์ ร่างกายขยายใหญ่ขึ้นด้วยพลังมารที่ถูกกระตุ้นจากแดนไกล
หลี่เฟยหรี่ตาลงทันที สัญชาตญาณเตือนภัยกรีดร้องลั่นในห้วงจิตวิญญาณ นี่ไม่ใช่แค่การทรยศของผู้อำนวยการหอโอสถธรรมดา แต่มันคือการแทรกซึมระดับรากฐานที่เน่าเฟะของสำนักกระบี่สวรรค์
ทว่า ก่อนที่ผู้อาวุโสจ้าวจะระเบิดตัวเองเพื่อทำลายหลักฐานทั้งหมด แสงกระบี่สีชาดสายหนึ่งก็พุ่งทะลุเพดานหินลงมาปักลงกลางกระหม่อมของเขาอย่างไร้ความปรานี แรงระเบิดถูกกดทับไว้ด้วยค่ายกลลึกลับในเสี้ยววินาที
ร่างของผู้อาวุโสจ้าวแข็งค้าง ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวขีดสุด ปากอ้าพะงาบคล้ายอยากจะเอ่ยชื่อของผู้ที่ลงมือสังหารเขาตัดตอน แต่วิญญาณกลับแตกสลายกลายเป็นผุยผงไปเสียก่อน
ความเงียบสงบเข้าปกคลุมห้องโถงใต้ดินอีกครั้ง ทว่าบรรยากาศกลับน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม เงาร่างหนึ่งก้าวเดินออกมาจากความมืดมิดของประตูทางลับอีกด้าน เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ดังขึ้นทีละก้าว... ทำให้หัวใจของหลี่เฟยกระตุกวูบ
บุคคลที่สวมหน้ากากทองคำลายพยัคฆ์ ก้าวออกมาพร้อมกับเสียงหัวเราะแหบพร่าที่คุ้นหูอย่างประหลาด... เจ้าสำนักกระบี่สวรรค์ผู้ไม่เคยปรากฏตัวต่อหน้าผู้ใดในรอบร้อยปี!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงเวลาแห่งการบำเพ็ญเพียรนี้ไปกับผม หวังเป็นอย่างยิ่งว่าอักษรทุกตัวจะสถิตในใจท่าน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
เซียนผู้ถูกลืมกับศิษย์พี่หญิงที่คอยตามรังควาน•ตอนที่ 16
หน้ากากผู้อาวุโสหลุดลอย
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนผู้ถูกลืมกับศิษย์พี่หญิงที่คอยตามรังควาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!